คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 728/2548 ฉบับเต็ม

#267893
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 728/2548 บริษัทสยามพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทบึงใหญ่ จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 174, มาตรา 175, มาตรา 202 ในกรณีที่โจทก์ขาดนัดพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 202 หากจำเลยมิได้แจ้งต่อศาลในวันสืบพยานขอให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ศาลจะต้องมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความ การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องไว้ก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลให้รอสั่งในวันนัดและจำเลยที่ 1 แถลงคัดค้านการขอถอนฟ้องของโจทก์เป็นคนละกรณีกับการที่จะให้ศาลดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้แจ้งต่อศาลในวันสืบพยานขอให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไปตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว แต่การที่ศาลชั้นต้นอ้างเหตุในคำสั่งจำหน่ายคดีว่าโจทก์ทิ้งฟ้องนั้นเป็นการไม่ถูกต้องเพราะกรณีมิใช่เป็นเรื่องทิ้งฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินค่าเสียหายตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จำนวน 307,857.72 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การว่า สัญญาเช่าซื้อเป็นโมฆะเพราะผู้ที่ลงชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ลงนามแทนโจทก์ในสัญญาเช่าซื้อมิใช่กรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ ทั้งไม่ได้ประทับตราสำคัญของโจทก์ถือว่าโจทก์ไม่ได้รับความเสียหายตามฟ้อง และจำเลยที่ 3 ให้การว่าหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้ฟ้องจำเลยที่ 3 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดชี้สองสถานและให้นัดสืบพยานโจทก์ก่อนถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสองโดยอ้างเหตุว่าหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์บกพร่องศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ว่า สำเนาให้จำเลยทั้งสามเนื่องจากคดีนี้จำเลยที่ 3 ให้การต่อสู้เรื่องการมอบอำนาจจึงให้รอสั่งในวันนัด ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายจำเลยทั้งสามมาศาล ส่วนโจทก์ไม่มาศาลและไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี ทนายจำเลยทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องขอถอนฟ้องแล้ว ทนายจำเลยทั้งสามแถลงว่า ในส่วนของจำเลยที่ 3 ไม่ได้คัดค้านการที่โจทก์ขอถอนฟ้องแต่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขอคัดค้านการถอนฟ้องของโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า วันนี้เป็นวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องจึงมีคำสั่งว่าโจทก์ทิ้งฟ้องและให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์ทิ้งฟ้องและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่า การที่โจทก์ไม่มาศาลในวันสืบพยาน และทนายจำเลยที่ 1 ได้แถลงต่อศาลชั้นต้นคัดค้านการขอถอนฟ้องของโจทก์ย่อมมีความหมายในทำนองว่าขอให้ศาลดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ศาลชั้นต้นชอบที่จะมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาแล้วให้ศาลพิจารณาและชี้ขาดตัดคดีไปฝ่ายเดียวนั้น เห็นว่า ในกรณีที่โจทก์ขาดนัดพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 202 หากจำเลยมิได้แจ้งต่อศาลในวันสืบพยานขอให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ศาลจะต้องมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความ การที่จำเลยที่ 1 แถลงคัดค้านการขอถอนฟ้องของโจทก์เป็นคนละกรณีกับการที่จะให้ศาลดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้แจ้งต่อศาลในวันสืบพยานขอให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไปตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาชอบด้วยกฎหมายแล้วหาเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบดังที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ไม่ อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น แต่การที่ศาลชั้นต้นอ้างเหตุในคำสั่งจำหน่ายคดีว่าโจทก์ทิ้งฟ้องนั้นเป็นการไม่ถูกต้องเพราะกรณีมิใช่เป็นเรื่องทิ้งฟ้องแต่เป็นกรณีที่โจทก์ขาดนัดพิจารณานอกจากนี้ศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำสั่งเกี่ยวกับเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ตัดข้อความที่ว่า "โจทก์ทิ้งฟ้อง" ออกจากคำสั่งศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้นค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและในชั้นนี้ให้เป็นพับ (มนตรี ยอดปัญญา-ปัญญา ถนอมรอด-สุภิญโญ ชยารักษ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ คดีนี้ศาลนัดสืบพยานโจทก์ไว้แล้ว ก่อนถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ซึ่งจะต้องสอบถามจำเลยทั้งสามก่อนว่าจะคัดค้านหรือไม่ เพราะจำเลยทั้งสามได้ยื่นคำให้การไว้ก่อนแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 ศาลจึงสั่งว่า "รอสั่งในวันนัด" ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ไม่มาจำเลยทั้งสามมาศาล จึงเป็นเรื่องซ้อนกันว่าจะสั่งเกี่ยวกับเรื่องถอนฟ้องหรือขาดนัดพิจารณาก่อน ถ้าพิจารณาตามลำดับศาลน่าจะสั่งเรื่องถอนฟ้องก่อนถ้าอนุญาตให้ถอนฟ้อง จำหน่ายคดีจากสารบบความวันนัดสืบพยานก็ไม่มี จึงไม่อาจสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาได้อีก แต่การอนุญาตให้ถอนฟ้องหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาลแม้จำเลยจะคัดค้านหรือไม่ก็ตาม ถ้าศาลไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องก็ต้องพิจารณาคดีต่อไป เมื่อโจทก์ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยาน จึงถือได้ว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาตามมาตรา 200 และมาตรา 202 ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 คัดค้านการถอนฟ้องส่วนจำเลยที่ 3 ไม่คัดค้าน กรณีเช่นนี้ศาลย่อมใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องได้ การที่ศาลชั้นต้นสั่งว่าโจทก์ทิ้งฟ้องแสดงว่าศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ถอนฟ้อง เมื่อไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องจึงต้องสืบพยานต่อไป เมื่อโจทก์ไม่มาศาลต้องถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา ซึ่งเป็นหน้าที่ของจำเลยทั้งสามที่จะแถลงในเรื่องถอนฟ้องเท่านั้น ศาลจึงต้องสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความตามมาตรา 202 ไพโรจน์ วายุภาพ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267893
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082034940"
    }
}
date
2548
deka_no
728/2548
deka_running_no
728
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "ปัญญา ถนอมรอด",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 174",
            "ม. 175",
            "ม. 202"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทสยามพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทบึงใหญ่ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินค่าเสียหายตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จำนวน 307,857.72 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การว่า สัญญาเช่าซื้อเป็นโมฆะเพราะผู้ที่ลงชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ลงนามแทนโจทก์ในสัญญาเช่าซื้อมิใช่กรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ ทั้งไม่ได้ประทับตราสำคัญของโจทก์ถือว่าโจทก์ไม่ได้รับความเสียหายตามฟ้อง และจำเลยที่ 3 ให้การว่าหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้ฟ้องจำเลยที่ 3 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดชี้สองสถานและให้นัดสืบพยานโจทก์ก่อนถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสองโดยอ้างเหตุว่าหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์บกพร่องศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ว่า สำเนาให้จำเลยทั้งสามเนื่องจากคดีนี้จำเลยที่ 3 ให้การต่อสู้เรื่องการมอบอำนาจจึงให้รอสั่งในวันนัด

ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายจำเลยทั้งสามมาศาล ส่วนโจทก์ไม่มาศาลและไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี ทนายจำเลยทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องขอถอนฟ้องแล้ว ทนายจำเลยทั้งสามแถลงว่า ในส่วนของจำเลยที่ 3 ไม่ได้คัดค้านการที่โจทก์ขอถอนฟ้องแต่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขอคัดค้านการถอนฟ้องของโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า วันนี้เป็นวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องจึงมีคำสั่งว่าโจทก์ทิ้งฟ้องและให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์ทิ้งฟ้องและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่า การที่โจทก์ไม่มาศาลในวันสืบพยาน และทนายจำเลยที่ 1 ได้แถลงต่อศาลชั้นต้นคัดค้านการขอถอนฟ้องของโจทก์ย่อมมีความหมายในทำนองว่าขอให้ศาลดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ศาลชั้นต้นชอบที่จะมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาแล้วให้ศาลพิจารณาและชี้ขาดตัดคดีไปฝ่ายเดียวนั้น เห็นว่า ในกรณีที่โจทก์ขาดนัดพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 202 หากจำเลยมิได้แจ้งต่อศาลในวันสืบพยานขอให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ศาลจะต้องมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความ การที่จำเลยที่ 1 แถลงคัดค้านการขอถอนฟ้องของโจทก์เป็นคนละกรณีกับการที่จะให้ศาลดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้แจ้งต่อศาลในวันสืบพยานขอให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไปตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาชอบด้วยกฎหมายแล้วหาเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบดังที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ไม่ อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น แต่การที่ศาลชั้นต้นอ้างเหตุในคำสั่งจำหน่ายคดีว่าโจทก์ทิ้งฟ้องนั้นเป็นการไม่ถูกต้องเพราะกรณีมิใช่เป็นเรื่องทิ้งฟ้องแต่เป็นกรณีที่โจทก์ขาดนัดพิจารณานอกจากนี้ศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำสั่งเกี่ยวกับเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ตัดข้อความที่ว่า "โจทก์ทิ้งฟ้อง" ออกจากคำสั่งศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้นค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและในชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
คดีนี้ศาลนัดสืบพยานโจทก์ไว้แล้ว ก่อนถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ซึ่งจะต้องสอบถามจำเลยทั้งสามก่อนว่าจะคัดค้านหรือไม่ เพราะจำเลยทั้งสามได้ยื่นคำให้การไว้ก่อนแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 ศาลจึงสั่งว่า "รอสั่งในวันนัด" ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ไม่มาจำเลยทั้งสามมาศาล จึงเป็นเรื่องซ้อนกันว่าจะสั่งเกี่ยวกับเรื่องถอนฟ้องหรือขาดนัดพิจารณาก่อน ถ้าพิจารณาตามลำดับศาลน่าจะสั่งเรื่องถอนฟ้องก่อนถ้าอนุญาตให้ถอนฟ้อง จำหน่ายคดีจากสารบบความวันนัดสืบพยานก็ไม่มี จึงไม่อาจสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาได้อีก แต่การอนุญาตให้ถอนฟ้องหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาลแม้จำเลยจะคัดค้านหรือไม่ก็ตาม ถ้าศาลไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องก็ต้องพิจารณาคดีต่อไป เมื่อโจทก์ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยาน จึงถือได้ว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาตามมาตรา 200 และมาตรา 202 ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 คัดค้านการถอนฟ้องส่วนจำเลยที่ 3 ไม่คัดค้าน กรณีเช่นนี้ศาลย่อมใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องได้ การที่ศาลชั้นต้นสั่งว่าโจทก์ทิ้งฟ้องแสดงว่าศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ถอนฟ้อง เมื่อไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องจึงต้องสืบพยานต่อไป เมื่อโจทก์ไม่มาศาลต้องถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา ซึ่งเป็นหน้าที่ของจำเลยทั้งสามที่จะแถลงในเรื่องถอนฟ้องเท่านั้น ศาลจึงต้องสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความตามมาตรา 202 ไพโรจน์ วายุภาพ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000850.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548