คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5416/2550 ฉบับเต็ม

#267906
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5416/2550 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นายบุญธรรม คำทา จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 148 ป.วิ.อ. มาตรา 15, มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225 เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2544 จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นรวมโทษจำคุกของจำเลยรวม 16 คดีมิให้เกินกว่า 20 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 91 (2) ศาลชั้นต้นยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน คดีถึงที่สุด จำเลยยื่นคำร้องครั้งใหม่อ้างเหตุอย่างเดียวกันกับในประเด็นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้วินิจฉัยและคดีถึงที่สุดแล้ว จึงเป็นการร้องซ้ำต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบ มาตรา 225 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2141/2538, 2289/2538, 2290/2538, 3047/2538, 3083/2538, 3150/2538, 3166/2538, 3243/2538, 3342/2538, 3349/2538 (ที่ถูก 3439/2548) ,3487/2538, 50/2539, และ 1793/2539 ของศาลชั้นต้น และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3105/2542, 4010/2542 และ 943/2543 ของศาลจังหวัดนนทบุรี โดยให้นับโทษจำคุกต่อกัน คดีถึงที่สุดแล้ว วันที่ 30 มกราคม 2544 จำเลยยื่นคำร้องขอให้รวมโทษจำคุกของจำเลยตามคำพิพากษาทั้ง 16 สำนวน มิให้เกินกว่า 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 191, 192 วรรคท้าย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจเปลี่ยนแปลงผลคำพิพากษาได้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน แต่ให้แก้ไขหมายเลขคดีแดงที่ 3349/2538 ของศาลชั้นต้น เป็นหมายเลขคดีแดงที่ 3439/2538 ของศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุด วันที่ 21 กรกฎาคม 2547 จำเลยยื่นคำร้องว่า ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์รวมคดี 16 คดี ขอให้รวมโทษจำคุกให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีของจำเลยไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จึงไม่อาจปรับโทษจำคุกของจำเลยรวมกันได้ ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2544 จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นรวมโทษจำคุกของจำเลยทุกคดีมิให้เกินกว่า 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) ศาลชั้นต้นยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน คดีถึงที่สุด จำเลยมายื่นคำร้องครั้งใหม่โดยอ้างเหตุอย่างเดียวกันกับในประเด็นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้วินิจฉัยชี้ขาดและถึงที่สุดแล้ว จึงเป็นการร้องซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องของจำเลยนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน (ชัช ชลวร-วีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์-บวร กุลทนันทน์) ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายสาธิต สุทธิสัตยารักษ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายเกียรติวุฒิ จุฑารัตนากูล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267906
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงใหม่",
        "judge": "นายสาธิต สุทธิสัตยารักษ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายเกียรติวุฒิ จุฑารัตนากูล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082015630"
    }
}
date
2550
deka_no
5416/2550
deka_running_no
5416
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "ชัช ชลวร",
    "วีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์",
    "บวร กุลทนันทน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 148"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15",
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบุญธรรม คำทา"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2141/2538, 2289/2538, 2290/2538, 3047/2538, 3083/2538, 3150/2538, 3166/2538, 3243/2538, 3342/2538, 3349/2538 (ที่ถูก 3439/2548) ,3487/2538, 50/2539, และ 1793/2539 ของศาลชั้นต้น และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3105/2542, 4010/2542 และ 943/2543 ของศาลจังหวัดนนทบุรี โดยให้นับโทษจำคุกต่อกัน คดีถึงที่สุดแล้ว

วันที่ 30 มกราคม 2544 จำเลยยื่นคำร้องขอให้รวมโทษจำคุกของจำเลยตามคำพิพากษาทั้ง 16 สำนวน มิให้เกินกว่า 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 191, 192 วรรคท้าย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจเปลี่ยนแปลงผลคำพิพากษาได้

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน แต่ให้แก้ไขหมายเลขคดีแดงที่ 3349/2538 ของศาลชั้นต้น เป็นหมายเลขคดีแดงที่ 3439/2538 ของศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุด

วันที่ 21 กรกฎาคม 2547 จำเลยยื่นคำร้องว่า ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์รวมคดี 16 คดี ขอให้รวมโทษจำคุกให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2)

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีของจำเลยไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จึงไม่อาจปรับโทษจำคุกของจำเลยรวมกันได้ ให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2544 จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นรวมโทษจำคุกของจำเลยทุกคดีมิให้เกินกว่า 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) ศาลชั้นต้นยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน คดีถึงที่สุด จำเลยมายื่นคำร้องครั้งใหม่โดยอ้างเหตุอย่างเดียวกันกับในประเด็นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้วินิจฉัยชี้ขาดและถึงที่สุดแล้ว จึงเป็นการร้องซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องของจำเลยนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000673.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550