คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1864/2548 ฉบับเต็ม

#267954
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1864/2548 บริษัทธำรงค์พัฒนาการ จำกัด โจทก์ เรืออากาศเอกประมุข ณ อุบล จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 4 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ท. ทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคารโดยทำสัญญาที่จังหวัดเชียงใหม่ และจำเลยได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทมอบให้โจทก์ตามมูลหนี้ค่าก่อสร้างเกี่ยวกับสัญญาจ้างดังกล่าว ถือว่ามูลหนี้ตามเช็คเกิดจากสัญญาจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิที่ทำให้โจทก์เกิดอำนาจฟ้อง มูลหนี้จึงเกิดขึ้นในเขตศาลจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์มีอำนาจฟ้องที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ อันเป็นศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2535 จำเลยสั่งจ่ายเช็คธนาคารทหารไทย จำกัด สาขาท่าอากาศยาน ในท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ลงวันที่สั่งจ่าย 15 กรกฎาคม 2536 จำนวนเงิน 2,693,970 บาท มอบให้โจทก์เพื่อเป็นการชำระหนี้ค่าก่อสร้าง จำเลยขอให้โจทก์นำไปขึ้นเงินกลางเดือนสิงหาคม 2536 ถึงกำหนดโจทก์นำเช็คเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน ปรากฏว่าธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2536 โดยให้เหตุผลว่า "โปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย" โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แต่จำเลยเพิกเฉย จำเลยต้องชำระเงินตามเช็คจำนวน 2,693,970 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ถึงวันฟ้องเป็นเวลา 10 เดือน คิดเป็นดอกเบี้ย 168,373.12 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,862,343.10 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 2,862,343.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีจากต้นเงิน 2,693,970 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยไม่เคยเป็นหนี้ค่าก่อสร้างโจทก์และไม่เคยว่าจ้างให้โจทก์ก่อสร้างอาคารใดๆ เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์ที่ทำสัญญาจ้างแรงงานกับโจทก์ ต่อมาโจทก์ขอให้จำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อค้ำประกันหนี้ค่าก่อสร้างไว้ก่อน โดยตกลงว่า เมื่อโจทก์กับห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์ตกลงในเรื่องหนี้กันได้แล้วโจทก์จะส่งมอบเช็คพิพาทคืนแก่จำเลย จำเลยไม่เคยได้รับการทวงถามจากโจทก์ และจำนวนหนี้ที่โจทก์ฟ้องไม่ถูกต้อง เนื่องจากห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์ได้ชำระหนี้บางส่วนและดอกเบี้ยให้แก่โจทก์แล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 2,693,970 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2536 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยต่อไปว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้หรือไม่ ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยนำสืบรับกันว่า โจทก์และห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์ได้ทำสัญญาจ้างแรงงานเอกสารหมาย จ.3 เพื่อว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคารบุญมาศแมนชั่น โดยทำสัญญาและก่อสร้างอาคารดังกล่าวที่จังหวัดเชียงใหม่ และจำเลยได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทมอบให้โจทก์ตามมูลหนี้ค่าก่อสร้างเกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงานเอกสารหมาย จ.3 ถือว่ามูลหนี้ตามเช็คเกิดจากสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิที่ทำให้โจทก์เกิดอำนาจฟ้อง มูลหนี้จึงเกิดขึ้นในเขตศาลจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ อันเป็นศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (1) ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สถิตย์ ทาวุฒิ-จรัส พวงมณี-นินนาท สาครรัตน์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ คำว่า มูลคดีเกิดขึ้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (1) หมายถึงต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้เกิดอำนาจฟ้องร้องตามสิทธินั้น คดีนี้โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายให้ชำระหนี้ตามเช็คแก่โจทก์ การโต้แย้งสิทธิตามสัญญาเช็คย่อมเกิดจากธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค โจทก์มิได้ฟ้องให้จำเลยรับผิดในหนี้ค่าจ้างที่ค้างชำระอยู่ตามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคาร สถานที่ที่ทำสัญญาก่อสร้างอาคารที่จังหวัดเชียงใหม่จึงไม่ใช่สถานที่ที่มูลคดีเกิดในมูลหนี้ตามเช็คซึ่งแยกออกเป็นต่างหากได้ โจทก์จึงไม่น่าจะยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้ จะเห็นได้ในกรณีที่เจ้าหนี้ฟ้องผู้ค้ำประกันโดยไม่ได้ฟ้องลูกหนี้ชั้นต้นด้วย ยังต้องยื่นฟ้องต่อศาลที่มีการทำสัญญาค้ำประกัน (คำพิพากษาฎีกาที่ 6936/2539) แม้ค้ำประกันเป็นหนี้อุปกรณ์ก็ตาม ก็ไม่ถือว่าสถานที่ที่ทำสัญญาเช่าซื้อซึ่งเป็นหนี้ชั้นต้นอันเป็นหนี้ประธานเป็นสถานที่ที่มูลคดีเกิดขึ้นของสัญญาค้ำประกันที่โจทก์ฟ้อง ในทำนองเดียวกัน แม้หนี้ตามสัญญาว่าจ้างก่อสร้างอาคารจะเป็นที่มาของการออกเช็คชำระหนี้นั้นก็ตาม ก็ไม่น่าจะถือว่าสถานที่ที่มีการทำสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารเป็นสถานที่ที่มีมูลเกิดขึ้นของสัญญาเช็คที่โจทก์ฟ้อง ไพโรจน์ วายุภาพ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267954
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082033444"
    }
}
date
2548
deka_no
1864/2548
deka_running_no
1864
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "สถิตย์ ทาวุฒิ",
    "จรัส พวงมณี",
    "นินนาท สาครรัตน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทธำรงค์พัฒนาการ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "เรืออากาศเอกประมุข ณ อุบล"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2535 จำเลยสั่งจ่ายเช็คธนาคารทหารไทย จำกัด สาขาท่าอากาศยาน ในท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ลงวันที่สั่งจ่าย 15 กรกฎาคม 2536 จำนวนเงิน 2,693,970 บาท มอบให้โจทก์เพื่อเป็นการชำระหนี้ค่าก่อสร้าง จำเลยขอให้โจทก์นำไปขึ้นเงินกลางเดือนสิงหาคม 2536 ถึงกำหนดโจทก์นำเช็คเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน ปรากฏว่าธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2536 โดยให้เหตุผลว่า "โปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย" โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แต่จำเลยเพิกเฉย จำเลยต้องชำระเงินตามเช็คจำนวน 2,693,970 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ถึงวันฟ้องเป็นเวลา 10 เดือน คิดเป็นดอกเบี้ย 168,373.12 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,862,343.10 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 2,862,343.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีจากต้นเงิน 2,693,970 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยไม่เคยเป็นหนี้ค่าก่อสร้างโจทก์และไม่เคยว่าจ้างให้โจทก์ก่อสร้างอาคารใดๆ เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์ที่ทำสัญญาจ้างแรงงานกับโจทก์ ต่อมาโจทก์ขอให้จำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อค้ำประกันหนี้ค่าก่อสร้างไว้ก่อน โดยตกลงว่า เมื่อโจทก์กับห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์ตกลงในเรื่องหนี้กันได้แล้วโจทก์จะส่งมอบเช็คพิพาทคืนแก่จำเลย จำเลยไม่เคยได้รับการทวงถามจากโจทก์ และจำนวนหนี้ที่โจทก์ฟ้องไม่ถูกต้อง เนื่องจากห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์ได้ชำระหนี้บางส่วนและดอกเบี้ยให้แก่โจทก์แล้ว ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 2,693,970 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2536 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยต่อไปว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้หรือไม่ ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยนำสืบรับกันว่า โจทก์และห้างหุ้นส่วนจำกัดทองม้วนโภคทรัพย์ได้ทำสัญญาจ้างแรงงานเอกสารหมาย จ.3 เพื่อว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคารบุญมาศแมนชั่น โดยทำสัญญาและก่อสร้างอาคารดังกล่าวที่จังหวัดเชียงใหม่ และจำเลยได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทมอบให้โจทก์ตามมูลหนี้ค่าก่อสร้างเกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงานเอกสารหมาย จ.3 ถือว่ามูลหนี้ตามเช็คเกิดจากสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิที่ทำให้โจทก์เกิดอำนาจฟ้อง มูลหนี้จึงเกิดขึ้นในเขตศาลจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ อันเป็นศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (1) ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
คำว่า มูลคดีเกิดขึ้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (1) หมายถึงต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้เกิดอำนาจฟ้องร้องตามสิทธินั้น คดีนี้โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายให้ชำระหนี้ตามเช็คแก่โจทก์ การโต้แย้งสิทธิตามสัญญาเช็คย่อมเกิดจากธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค โจทก์มิได้ฟ้องให้จำเลยรับผิดในหนี้ค่าจ้างที่ค้างชำระอยู่ตามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคาร สถานที่ที่ทำสัญญาก่อสร้างอาคารที่จังหวัดเชียงใหม่จึงไม่ใช่สถานที่ที่มูลคดีเกิดในมูลหนี้ตามเช็คซึ่งแยกออกเป็นต่างหากได้ โจทก์จึงไม่น่าจะยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้ จะเห็นได้ในกรณีที่เจ้าหนี้ฟ้องผู้ค้ำประกันโดยไม่ได้ฟ้องลูกหนี้ชั้นต้นด้วย ยังต้องยื่นฟ้องต่อศาลที่มีการทำสัญญาค้ำประกัน (คำพิพากษาฎีกาที่ 6936/2539) แม้ค้ำประกันเป็นหนี้อุปกรณ์ก็ตาม ก็ไม่ถือว่าสถานที่ที่ทำสัญญาเช่าซื้อซึ่งเป็นหนี้ชั้นต้นอันเป็นหนี้ประธานเป็นสถานที่ที่มูลคดีเกิดขึ้นของสัญญาค้ำประกันที่โจทก์ฟ้อง ในทำนองเดียวกัน แม้หนี้ตามสัญญาว่าจ้างก่อสร้างอาคารจะเป็นที่มาของการออกเช็คชำระหนี้นั้นก็ตาม ก็ไม่น่าจะถือว่าสถานที่ที่มีการทำสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารเป็นสถานที่ที่มีมูลเกิดขึ้นของสัญญาเช็คที่โจทก์ฟ้อง ไพโรจน์ วายุภาพ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000836.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548