ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2959/2548
ร้อยเอกสมคิด แสงขาว
โจทก์
นายฉลอง มงคล กับพวก
จำเลย
ป.วิ.พ. มาตรา 156
โจทก์ยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาชั้นอุทธรณ์ แต่โจทก์มิได้สาบานตัว ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยว่าโจทก์ขอดำเนินคดีชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถา โจทก์จึงต้องสาบานตัวตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคหนึ่ง คำสั่งของศาลชั้นต้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของโจทก์ คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 เป็นคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ จึงเป็นที่สุดตามมาตรา 156 วรรคท้าย
___________________________
คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์ได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งแปดให้ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 1,250,000 บาท จำเลยทั้งแปดให้การต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์พร้อมยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์มิได้สาบานตัวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 (ที่ถูกมาตรา 156 วรรคหนึ่ง) ในกำหนดระยะเวลาที่ศาลสั่ง จึงให้ยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งยกคำร้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า คดีนี้โจทก์ยื่นอุทธรณ์พร้อมยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาชั้นอุทธรณ์ แต่โจทก์มิได้สาบานตัวภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยว่า แม้โจทก์เคยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในศาลชั้นต้น แต่อุทธรณ์ของโจทก์เป็นคำฟ้องอุทธรณ์ เมื่อโจทก์ขอดำเนินคดีชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถา โจทก์จึงต้องสาบานตัวตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคหนึ่ง คำสั่งของศาลชั้นต้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของโจทก์ คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 เป็นคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ จึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของโจทก์มาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"
พิพากษายกฎีกาโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
(ธาดา กษิตินนท์-องอาจ โรจนสุพจน์-พีรพล พิชยวัฒน์)
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
การยื่นคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในศาลชั้นต้นหรือในชั้นอุทธรณ์ หากศาลชั้นต้นอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลให้แต่เฉพาะบางส่วนหรือมีคำสั่งให้ยกคำขอเสียทีเดียว ไม่ว่าเพราะเหตุที่ผู้ขอเป็นคนยากจนหรือเพราะเหตุที่ผู้ขอไม่เป็นคนยากจน หรือเพราะเหตุคดีไม่มีมูลที่จะฟ้องร้องหรือไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ ถ้าศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นในเหตุดังกล่าวคำสั่งศาลอุทธรณ์นี้เป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย ส่วนกรณีที่คู่ความยื่นคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาต่อศาลโดยไม่ได้สาบานตัวหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาสาบานตัว อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 156 วรรคหนึ่ง และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง แม้ศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลอุทธรณ์เช่นว่านี้ก็ไม่เป็นที่สุดตามมาตรา 156 วรรคท้าย เพราะมิใช่คำสั่งยืนตามคำสั่งที่ให้ยกคำขอเพราะเหตุที่ผู้ขอไม่ยากจน หรือคดีไม่มีมูลที่จะฟ้องร้อง หรือไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ (คำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ 348/2526 และ 605/2534) อย่างไรก็ตามการที่ศาลฎีกาวินิจฉัยเช่นนี้ กลับเป็นช่องทางให้คู่ความที่ไม่สุจริตในการสู้ความหรือการดำเนินคดีใช้เป็นวิธีการประวิงคดีให้ล่าช้า โดยมีการยื่นคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา แต่ไม่ยอมสาบานตัวหรือใช้วิธีแต่งตั้งให้บุคคลอื่นมาสาบานตัวแทนทั้งที่ทราบดีว่าเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 156 วรรคหนึ่ง และศาลชั้นต้นจะต้องยกคำขอดำเนินคดีอย่างแน่นอน ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้ใช้สิทธิอุทธรณ์และฎีกาได้ถึงสามศาล การที่ศาลฎีกาวินิจฉัยกลับบรรทัดฐานเดิมเช่นนี้ น่าจะถือว่าเป็นการตีความเพื่อป้องกันการสู้ความหรือการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตได้อีกทางหนึ่ง นับว่าเป็นมิติหนึ่งในการพัฒนาความคิดของการตีความกฎหมายวิธีพิจารณาความเพื่อให้เกิดความยุติธรรมได้เป็นอย่างดี มนตรี ยอดปัญญา