คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2959/2548 ฉบับเต็ม

#267962
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2959/2548 ร้อยเอกสมคิด แสงขาว โจทก์ นายฉลอง มงคล กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 156 โจทก์ยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาชั้นอุทธรณ์ แต่โจทก์มิได้สาบานตัว ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยว่าโจทก์ขอดำเนินคดีชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถา โจทก์จึงต้องสาบานตัวตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคหนึ่ง คำสั่งของศาลชั้นต้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของโจทก์ คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 เป็นคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ จึงเป็นที่สุดตามมาตรา 156 วรรคท้าย ___________________________ คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์ได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งแปดให้ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 1,250,000 บาท จำเลยทั้งแปดให้การต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์พร้อมยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์มิได้สาบานตัวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 (ที่ถูกมาตรา 156 วรรคหนึ่ง) ในกำหนดระยะเวลาที่ศาลสั่ง จึงให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งยกคำร้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า คดีนี้โจทก์ยื่นอุทธรณ์พร้อมยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาชั้นอุทธรณ์ แต่โจทก์มิได้สาบานตัวภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยว่า แม้โจทก์เคยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในศาลชั้นต้น แต่อุทธรณ์ของโจทก์เป็นคำฟ้องอุทธรณ์ เมื่อโจทก์ขอดำเนินคดีชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถา โจทก์จึงต้องสาบานตัวตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคหนึ่ง คำสั่งของศาลชั้นต้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของโจทก์ คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 เป็นคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ จึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของโจทก์มาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ธาดา กษิตินนท์-องอาจ โรจนสุพจน์-พีรพล พิชยวัฒน์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ การยื่นคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในศาลชั้นต้นหรือในชั้นอุทธรณ์ หากศาลชั้นต้นอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลให้แต่เฉพาะบางส่วนหรือมีคำสั่งให้ยกคำขอเสียทีเดียว ไม่ว่าเพราะเหตุที่ผู้ขอเป็นคนยากจนหรือเพราะเหตุที่ผู้ขอไม่เป็นคนยากจน หรือเพราะเหตุคดีไม่มีมูลที่จะฟ้องร้องหรือไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ ถ้าศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นในเหตุดังกล่าวคำสั่งศาลอุทธรณ์นี้เป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย ส่วนกรณีที่คู่ความยื่นคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาต่อศาลโดยไม่ได้สาบานตัวหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาสาบานตัว อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 156 วรรคหนึ่ง และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง แม้ศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลอุทธรณ์เช่นว่านี้ก็ไม่เป็นที่สุดตามมาตรา 156 วรรคท้าย เพราะมิใช่คำสั่งยืนตามคำสั่งที่ให้ยกคำขอเพราะเหตุที่ผู้ขอไม่ยากจน หรือคดีไม่มีมูลที่จะฟ้องร้อง หรือไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ (คำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ 348/2526 และ 605/2534) อย่างไรก็ตามการที่ศาลฎีกาวินิจฉัยเช่นนี้ กลับเป็นช่องทางให้คู่ความที่ไม่สุจริตในการสู้ความหรือการดำเนินคดีใช้เป็นวิธีการประวิงคดีให้ล่าช้า โดยมีการยื่นคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา แต่ไม่ยอมสาบานตัวหรือใช้วิธีแต่งตั้งให้บุคคลอื่นมาสาบานตัวแทนทั้งที่ทราบดีว่าเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 156 วรรคหนึ่ง และศาลชั้นต้นจะต้องยกคำขอดำเนินคดีอย่างแน่นอน ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้ใช้สิทธิอุทธรณ์และฎีกาได้ถึงสามศาล การที่ศาลฎีกาวินิจฉัยกลับบรรทัดฐานเดิมเช่นนี้ น่าจะถือว่าเป็นการตีความเพื่อป้องกันการสู้ความหรือการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตได้อีกทางหนึ่ง นับว่าเป็นมิติหนึ่งในการพัฒนาความคิดของการตีความกฎหมายวิธีพิจารณาความเพื่อให้เกิดความยุติธรรมได้เป็นอย่างดี มนตรี ยอดปัญญา
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267962
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082031872"
    }
}
date
2548
deka_no
2959/2548
deka_running_no
2959
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ธาดา กษิตินนท์",
    "องอาจ โรจนสุพจน์",
    "พีรพล พิชยวัฒน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 156"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ร้อยเอกสมคิด แสงขาว"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายฉลอง มงคล กับพวก"
    }
]
long_text
คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์ได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งแปดให้ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 1,250,000 บาท จำเลยทั้งแปดให้การต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์พร้อมยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์มิได้สาบานตัวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 (ที่ถูกมาตรา 156 วรรคหนึ่ง) ในกำหนดระยะเวลาที่ศาลสั่ง จึงให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งยกคำร้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า คดีนี้โจทก์ยื่นอุทธรณ์พร้อมยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาชั้นอุทธรณ์ แต่โจทก์มิได้สาบานตัวภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยว่า แม้โจทก์เคยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในศาลชั้นต้น แต่อุทธรณ์ของโจทก์เป็นคำฟ้องอุทธรณ์ เมื่อโจทก์ขอดำเนินคดีชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถา โจทก์จึงต้องสาบานตัวตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคหนึ่ง คำสั่งของศาลชั้นต้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของโจทก์ คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 เป็นคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ จึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของโจทก์มาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

พิพากษายกฎีกาโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
การยื่นคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในศาลชั้นต้นหรือในชั้นอุทธรณ์ หากศาลชั้นต้นอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลให้แต่เฉพาะบางส่วนหรือมีคำสั่งให้ยกคำขอเสียทีเดียว ไม่ว่าเพราะเหตุที่ผู้ขอเป็นคนยากจนหรือเพราะเหตุที่ผู้ขอไม่เป็นคนยากจน หรือเพราะเหตุคดีไม่มีมูลที่จะฟ้องร้องหรือไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ ถ้าศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นในเหตุดังกล่าวคำสั่งศาลอุทธรณ์นี้เป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย ส่วนกรณีที่คู่ความยื่นคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาต่อศาลโดยไม่ได้สาบานตัวหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาสาบานตัว อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 156 วรรคหนึ่ง และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง แม้ศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลอุทธรณ์เช่นว่านี้ก็ไม่เป็นที่สุดตามมาตรา 156 วรรคท้าย เพราะมิใช่คำสั่งยืนตามคำสั่งที่ให้ยกคำขอเพราะเหตุที่ผู้ขอไม่ยากจน หรือคดีไม่มีมูลที่จะฟ้องร้อง หรือไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ (คำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ 348/2526 และ 605/2534) อย่างไรก็ตามการที่ศาลฎีกาวินิจฉัยเช่นนี้ กลับเป็นช่องทางให้คู่ความที่ไม่สุจริตในการสู้ความหรือการดำเนินคดีใช้เป็นวิธีการประวิงคดีให้ล่าช้า โดยมีการยื่นคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา แต่ไม่ยอมสาบานตัวหรือใช้วิธีแต่งตั้งให้บุคคลอื่นมาสาบานตัวแทนทั้งที่ทราบดีว่าเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 156 วรรคหนึ่ง และศาลชั้นต้นจะต้องยกคำขอดำเนินคดีอย่างแน่นอน ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้ใช้สิทธิอุทธรณ์และฎีกาได้ถึงสามศาล การที่ศาลฎีกาวินิจฉัยกลับบรรทัดฐานเดิมเช่นนี้ น่าจะถือว่าเป็นการตีความเพื่อป้องกันการสู้ความหรือการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตได้อีกทางหนึ่ง นับว่าเป็นมิติหนึ่งในการพัฒนาความคิดของการตีความกฎหมายวิธีพิจารณาความเพื่อให้เกิดความยุติธรรมได้เป็นอย่างดี มนตรี ยอดปัญญา
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000822.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548