คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2587/2548 ฉบับเต็ม

#268025
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2587/2548 นายสุเมธ โต๊ะเส็น โจทก์ นางสาวอาลิษา มะหะหมัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 248 โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนของหมั้น สินสอด และชดใช้ค่าเสียหายเพราะผิดสัญญาหมั้นแก่โจทก์รวมเป็นเงิน 169,500 บาท จึงเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท และไม่ใช่คดีเกี่ยวด้วยสิทธิแห่งสภาพบุคคลหรือสิทธิในครอบครัว จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นมารดาและเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองจำเลยที่ 1 โจทก์กับจำเลยที่ 1 หมั้นและสมรสกันตามประเพณีศาสนาอิสลาม ระหว่างอยู่กินกันฉันสามีภริยา จำเลยที่ 1 ไม่ยอมไปจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ตามกฎหมาย และจำเลยที่ 1 ปฏิเสธที่จะอยู่กินฉันสามีภริยากับโจทก์อีกต่อไป การกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 คืนสร้อยข้อมือทองคำหนัก 2 บาท ราคา 12,000 บาท ของหมั้น ให้แก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้เงิน 12,000 บาท แทน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินสินสอด 50,000 บาท ชดใช้ค่าใช้จ่าย 7,500 บาท และค่าเสียหายต่อชื่อเสียง 100,000 บาท รวมเป็นค่าเสียหาย 169,500 บาท จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่เคยตกลงเรื่องการจดทะเบียนสมรสภายหลังทำพิธีสมรสตามประเพณีได้อยู่กินเป็นสามีภริยากัน 4 วัน แล้ว โจทก์ไม่ยอมไปหาจำเลยที่ 1 ซึ่งไม่ใช่ความผิดของจำเลยทั้งสอง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ค่าเสียหายไม่เกิน 10,000 บาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า "เห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนของหมั้น สินสอด และชดใช้ค่าเสียหายเพราะผิดสัญญาหมั้นแก่โจทก์รวมเป็นเงิน 169,500 บาท จึงเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท และไม่ใช่คดีเกี่ยวด้วยสิทธิแห่งสภาพบุคคลหรือสิทธิในครอบครัว จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง เมื่อโจทก์ฎีกาว่าจำเลยทั้งสองผิดข้อตกลงตามสัญญาหมั้น ขอให้บังคับตามฟ้อง จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าวที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์มานั้นเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาของโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สุรภพ ปัทมะสุคนธ์-วิรัช ลิ้มวิชัย-วสันต์ ตรีสุวรรณ) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268025
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082032465"
    }
}
date
2548
deka_no
2587/2548
deka_running_no
2587
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "สุรภพ ปัทมะสุคนธ์",
    "วิรัช ลิ้มวิชัย",
    "วสันต์ ตรีสุวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 248"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสุเมธ โต๊ะเส็น"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวอาลิษา มะหะหมัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นมารดาและเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองจำเลยที่ 1 โจทก์กับจำเลยที่ 1 หมั้นและสมรสกันตามประเพณีศาสนาอิสลาม ระหว่างอยู่กินกันฉันสามีภริยา จำเลยที่ 1 ไม่ยอมไปจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ตามกฎหมาย และจำเลยที่ 1 ปฏิเสธที่จะอยู่กินฉันสามีภริยากับโจทก์อีกต่อไป การกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 คืนสร้อยข้อมือทองคำหนัก 2 บาท ราคา 12,000 บาท ของหมั้น ให้แก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้เงิน 12,000 บาท แทน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินสินสอด 50,000 บาท ชดใช้ค่าใช้จ่าย 7,500 บาท และค่าเสียหายต่อชื่อเสียง 100,000 บาท รวมเป็นค่าเสียหาย 169,500 บาท

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่เคยตกลงเรื่องการจดทะเบียนสมรสภายหลังทำพิธีสมรสตามประเพณีได้อยู่กินเป็นสามีภริยากัน 4 วัน แล้ว โจทก์ไม่ยอมไปหาจำเลยที่ 1 ซึ่งไม่ใช่ความผิดของจำเลยทั้งสอง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ค่าเสียหายไม่เกิน 10,000 บาท ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า "เห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนของหมั้น สินสอด และชดใช้ค่าเสียหายเพราะผิดสัญญาหมั้นแก่โจทก์รวมเป็นเงิน 169,500 บาท จึงเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท และไม่ใช่คดีเกี่ยวด้วยสิทธิแห่งสภาพบุคคลหรือสิทธิในครอบครัว จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง เมื่อโจทก์ฎีกาว่าจำเลยทั้งสองผิดข้อตกลงตามสัญญาหมั้น ขอให้บังคับตามฟ้อง จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าวที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์มานั้นเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

พิพากษายกฎีกาของโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000827.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548