คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2689/2548 ฉบับเต็ม

#268026
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2689/2548 นางจำรัส ทิมอ่อนฯ โจทก์ นายบุญส่ง อึ่งขาว จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 226, มาตรา 228 คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มให้ถูกต้องเป็นคำสั่งก่อนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี และมิใช่คำสั่งตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 227 และ 228 แห่ง ป.วิ.พ. จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาคำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณาตามมาตรา 226 (1) ประกอบด้วยมาตรา 247 ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในระหว่างพิจารณา จึงต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว โจทก์ยังไม่มีสิทธิฎีกา แม้โจทก์จะเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องก็มีสิทธิเพียงโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้เพื่อใช้สิทธิฎีกาต่อไปเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีนั้นแล้ว หามีสิทธิที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นไม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การและฟ้องแย้งขอให้พิพากษาที่ดินตามฟ้องตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ให้โจทก์แก้ทะเบียนกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นชื่อจำเลย ห้ามโจทก์เข้าเกี่ยวข้อง และให้โจทก์ส่งมอบโฉนดที่ดินแก่จำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 34042 ตำบลคูคต (คลองสองออก) อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) เนื้อที่ 9 ไร่ 4 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ให้โจทก์จดทะเบียนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่จำเลย หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ทำคำพิพากษาส่งไปยังศาลชั้นต้นเพื่ออ่านให้โจทก์และจำเลยฟัง พร้อมกับมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาว่า ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และให้จำเลยชนะคดีตามฟ้องแย้ง โจทก์อุทธรณ์ขอให้กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลในทุนทรัพย์ตามราคาที่ดินพิพาทที่โจทก์ฟ้องและที่จำเลยฟ้องแย้งด้วย แต่โจทก์ยื่นอุทธรณ์โดยเสียค่าขึ้นศาลเฉพาะทุนทรัพย์ในส่วนฟ้องแย้ง ดังนั้น ก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นเรียกโจทก์มาเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้ครบถ้วนภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามให้งดอ่านคำพิพากษาและส่งสำนวนพร้อมคำพิพากษาคืนศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพื่อดำเนินการต่อไป โจทก์ฎีกาคำสั่ง ศาลวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพื่อเป็นคำสั่งที่ขัดต่อกฎหมายนั้น เห็นว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มให้ถูกต้องดังกล่าวเป็นคำสั่งก่อนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี และมิใช่คำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ระบุไว้ในมาตรา 227 และ 228 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาคำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (1) ประกอบด้วยมาตรา 247 ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในระหว่างพิจารณา จึงต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว โจทก์ยังไม่มีสิทธิฎีกา แม้โจทก์จะเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบหรือไม่ถูกต้อง ก็มีสิทธิเพียงโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้เพื่อใช้สิทธิฎีกาต่อไปเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีนั้นแล้ว หามีสิทธิที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นไม่ การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ขึ้นมาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายกฎีกาของโจทก์ ให้คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากนี้ให้เป็นพับ. (สมคักดิ์ เนตรมัย-สุภิญโญ ชยารักษ์-ประทีป ปิติสันต์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268026
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082032260"
    }
}
date
2548
deka_no
2689/2548
deka_running_no
2689
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "สมคักดิ์ เนตรมัย",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์",
    "ประทีป ปิติสันต์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 226",
            "ม. 228"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางจำรัส ทิมอ่อนฯ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบุญส่ง อึ่งขาว"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การและฟ้องแย้งขอให้พิพากษาที่ดินตามฟ้องตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ให้โจทก์แก้ทะเบียนกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นชื่อจำเลย ห้ามโจทก์เข้าเกี่ยวข้อง และให้โจทก์ส่งมอบโฉนดที่ดินแก่จำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 34042 ตำบลคูคต (คลองสองออก) อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) เนื้อที่ 9 ไร่ 4 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ให้โจทก์จดทะเบียนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่จำเลย หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ทำคำพิพากษาส่งไปยังศาลชั้นต้นเพื่ออ่านให้โจทก์และจำเลยฟัง พร้อมกับมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาว่า ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และให้จำเลยชนะคดีตามฟ้องแย้ง โจทก์อุทธรณ์ขอให้กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลในทุนทรัพย์ตามราคาที่ดินพิพาทที่โจทก์ฟ้องและที่จำเลยฟ้องแย้งด้วย แต่โจทก์ยื่นอุทธรณ์โดยเสียค่าขึ้นศาลเฉพาะทุนทรัพย์ในส่วนฟ้องแย้ง ดังนั้น ก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นเรียกโจทก์มาเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้ครบถ้วนภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามให้งดอ่านคำพิพากษาและส่งสำนวนพร้อมคำพิพากษาคืนศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพื่อดำเนินการต่อไป

โจทก์ฎีกาคำสั่ง

ศาลวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพื่อเป็นคำสั่งที่ขัดต่อกฎหมายนั้น เห็นว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มให้ถูกต้องดังกล่าวเป็นคำสั่งก่อนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี และมิใช่คำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ระบุไว้ในมาตรา 227 และ 228 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาคำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (1) ประกอบด้วยมาตรา 247 ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในระหว่างพิจารณา จึงต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว โจทก์ยังไม่มีสิทธิฎีกา แม้โจทก์จะเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบหรือไม่ถูกต้อง ก็มีสิทธิเพียงโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้เพื่อใช้สิทธิฎีกาต่อไปเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีนั้นแล้ว หามีสิทธิที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นไม่ การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ขึ้นมาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้"

พิพากษายกฎีกาของโจทก์ ให้คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000825.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548