คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2882/2548 ฉบับเต็ม

#268033
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2882/2548 องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร โจทก์ กลุ่มเกษตรกรทำนาตูม กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 157, มาตรา 229, มาตรา 234 การที่ศาลอนุญาตให้บุคคลใดฟ้องหรือต่อสู้ความอย่างคนอนาถา บุคคลนั้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลในการดำเนินกระบวนพิจารณารวมถึงเงินวางศาลในการยื่นฟ้องอุทธรณ์หรือฎีกาเท่านั้นตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 157 สำหรับเงินวางศาลในการยื่นฟ้องอุทธรณ์ คือ เงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นซึ่งจะต้องนำมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตามในมาตรา 229 ส่วนเงินที่จำเลยต้องชำระตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือประกันที่ต้องให้ไว้ต่อศาลตามมาตรา 234 มิใช่ค่าธรรมเนียมศาลดังกล่าว จำเลยจะขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาให้ศาลยกเว้นไม่ต้องชำระหาได้ไม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระเงิน 1,016,381.17 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ กำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 5 ที่ 7 ถึงที่ 10 และที่ 12 ถึงที่ 21 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขออุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า ให้จำเลยที่ 2 ชำระค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์เต็มตามอัตราที่กฎหมายระบุไว้ ให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนโจทก์เต็มตามที่ระบุไว้ในคำพิพากษา กับให้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาบางส่วนหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลเป็นเงิน 50,000 บาท ภายใน 15 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์คำสั่ง อนุญาตให้ยกเว้นการนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลในส่วนที่เหลือ ต่อมาจำเลยที่ 2 ได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนโจทก์กับนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาจำนวน 50,000 บาท ตามคำสั่งศาลชั้นต้นมาวางต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นจึงส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เพื่อพิจารณาสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งว่า การยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์จำเลยที่ 2 ต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้นจนครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 มิใช่ค่าธรรมเนียมศาลที่จะมาขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นนี้ได้อีกทั้งปรากฏว่าคดีนี้จำเลยที่ 2 ได้ชำระค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์แล้วจำนวน 40 บาท จึงไม่มีเหตุที่จะต้องพิจารณาเรื่องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาในชั้นนี้ ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์อย่างคนอนาถาโดยยกเว้นการนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลเฉพาะบางส่วนนั้นจึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น เมื่อจำเลยที่ 2 วางเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงกับนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาบางส่วนต่อศาลชั้นต้นแล้ว จึงให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้นในส่วนที่เหลือจนครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด หากจำเลยที่ 2 ปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้ส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 3 เพื่อดำเนินการต่อไป จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า ที่ศาลชั้นต้นรับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 โดยอนุญาตให้ยกเว้นการนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลบางส่วนนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า การอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์นั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 บัญญัติไว้ชัดแจ้งว่าจะต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล และแม้ศาลชั้นต้นจะรับฟังว่าจำเลยที่ 2 เป็นคนยากจนอนาถา แต่เมื่อศาลอนุญาตให้บุคคลใดฟ้องหรือต่อสู้ความอย่างคนอนาถา บุคคลนั้นไม่ต้องเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมศาลในการดำเนินกระบวนพิจารณารวมถึงเงินวางศาลในการยื่นฟ้องอุทธรณ์หรือฎีกาเท่านั้น ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 157 สำหรับเงินวางศาลในการยื่นฟ้องอุทธรณ์ คือ เงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นซึ่งจะต้องนำมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ส่วนเงินที่จำเลยที่ 2 ต้องชำระตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือประกันที่ต้องให้ไว้ต่อศาลมิใช่ค่าธรรมเนียมศาลดังกล่าว จำเลยที่ 2 จะมาขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาให้ศาลยกเว้นไม่ต้องชำระหาได้ไม่ การที่ศาลชั้นต้นรับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 โดยอนุญาตให้ยกเว้นการนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาเพียงบางส่วนหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลเพียงบางส่วนดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่ให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นจึงชอบแล้วฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันไว้ต่อศาลชั้นต้นในส่วนที่เหลือจนครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดใหม่ หากจำเลยที่ 2 ปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นก็ให้ส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 3 เพื่อดำเนินการต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (พินิจ บุญชัด-มงคล ทับเที่ยง-รัตน กองแก้ว) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268033
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082031979"
    }
}
date
2548
deka_no
2882/2548
deka_running_no
2882
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "พินิจ บุญชัด",
    "มงคล ทับเที่ยง",
    "รัตน กองแก้ว"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 157",
            "ม. 229",
            "ม. 234"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กลุ่มเกษตรกรทำนาตูม กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระเงิน 1,016,381.17 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ กำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 5 ที่ 7 ถึงที่ 10 และที่ 12 ถึงที่ 21 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขออุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า ให้จำเลยที่ 2 ชำระค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์เต็มตามอัตราที่กฎหมายระบุไว้ ให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนโจทก์เต็มตามที่ระบุไว้ในคำพิพากษา กับให้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาบางส่วนหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลเป็นเงิน 50,000 บาท ภายใน 15 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์คำสั่ง อนุญาตให้ยกเว้นการนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลในส่วนที่เหลือ ต่อมาจำเลยที่ 2 ได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนโจทก์กับนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาจำนวน 50,000 บาท ตามคำสั่งศาลชั้นต้นมาวางต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นจึงส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เพื่อพิจารณาสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งว่า การยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์จำเลยที่ 2 ต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้นจนครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 มิใช่ค่าธรรมเนียมศาลที่จะมาขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นนี้ได้อีกทั้งปรากฏว่าคดีนี้จำเลยที่ 2 ได้ชำระค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์แล้วจำนวน 40 บาท จึงไม่มีเหตุที่จะต้องพิจารณาเรื่องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาในชั้นนี้ ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์อย่างคนอนาถาโดยยกเว้นการนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลเฉพาะบางส่วนนั้นจึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น เมื่อจำเลยที่ 2 วางเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงกับนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาบางส่วนต่อศาลชั้นต้นแล้ว จึงให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้นในส่วนที่เหลือจนครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด หากจำเลยที่ 2 ปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้ส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 3 เพื่อดำเนินการต่อไป

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า ที่ศาลชั้นต้นรับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 โดยอนุญาตให้ยกเว้นการนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลบางส่วนนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า การอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์นั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 บัญญัติไว้ชัดแจ้งว่าจะต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล และแม้ศาลชั้นต้นจะรับฟังว่าจำเลยที่ 2 เป็นคนยากจนอนาถา แต่เมื่อศาลอนุญาตให้บุคคลใดฟ้องหรือต่อสู้ความอย่างคนอนาถา บุคคลนั้นไม่ต้องเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมศาลในการดำเนินกระบวนพิจารณารวมถึงเงินวางศาลในการยื่นฟ้องอุทธรณ์หรือฎีกาเท่านั้น ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 157 สำหรับเงินวางศาลในการยื่นฟ้องอุทธรณ์ คือ เงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นซึ่งจะต้องนำมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ส่วนเงินที่จำเลยที่ 2 ต้องชำระตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือประกันที่ต้องให้ไว้ต่อศาลมิใช่ค่าธรรมเนียมศาลดังกล่าว จำเลยที่ 2 จะมาขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาให้ศาลยกเว้นไม่ต้องชำระหาได้ไม่ การที่ศาลชั้นต้นรับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 โดยอนุญาตให้ยกเว้นการนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาเพียงบางส่วนหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลเพียงบางส่วนดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่ให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นจึงชอบแล้วฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันไว้ต่อศาลชั้นต้นในส่วนที่เหลือจนครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดใหม่ หากจำเลยที่ 2 ปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นก็ให้ส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 3 เพื่อดำเนินการต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000823.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548