คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1520/2548 ฉบับเต็ม

#268061
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1520/2548 บริษัทเร่งพัฒนาขนส่ง จำกัด โจทก์ บริษัทรัตนสุรีย์ จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 151, มาตรา 234 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้สืบพยานโจทก์ต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องชำระให้แก่โจทก์มาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 ภายใน 15 วัน จำเลยไม่นำเงินมาวาง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ แม้เป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง ก็เป็นการอุทธรณ์ตามมาตรา 234 เมื่อจำเลยไม่นำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล จึงเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งหมายถึงการสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย จึงต้องคืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์แก่จำเลยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 151 วรรคหนึ่ง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 13,104,245 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2552 (ที่ถูก 2542) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้สืบพยานโจทก์ต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ภายในกำหนด 15 วัน แต่จำเลยไม่นำเงินมาวาง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งยกอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้จำเลยอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้สืบพยานโจทก์ต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ภายในกำหนด 15 วัน แต่จำเลยไม่นำเงินมาวาง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งยกอุทธรณ์ซึ่งหมายถึงการไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย การที่จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวจึงเป็นการอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 แม้เป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง จำเลยก็ต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวย่อมเป็นการไม่ชอบและถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาต่อมาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย อนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา ซึ่งหมายถึงการสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของจำเลยโดยมิได้สั่งคืนค่าธรรมเนียมศาลนั้น เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 151 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาเป็นสมควรสั่งให้ถูกต้อง" พิพากษายกอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ยกคำสั่งศาลอุทธรณ์และยกฎีกาจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นอุทธรณ์ อุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาและอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์และชั้นฎีกาแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากนี้ในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ชวลิต ตุลยสิงห์-เกษม วีรวงศ์-สุรพล เอกโยคยะ) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งโดยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์มาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ศาลชั้นต้นให้โอกาสนำเงินดังกล่าวมาวางภายใน 15 วัน จำเลยก็ไม่นำมาวาง จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ มีปัญหาว่าศาลชั้นต้นต้องสั่งอย่างไรจึงจะถูกต้อง ถ้าพิจารณาตามมาตรา 232 ซึ่งเป็นอำนาจของศาลชั้นต้นในการตรวจอุทธรณ์ที่ให้อำนาจศาลชั้นต้นสั่งได้แต่ให้ส่งหรือปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ แต่มาตรา 234 ได้บัญญัติต่อเนื่องกันว่า ถ้าศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์อาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นไปยังศาลอุทธรณ์ได้ ดังนั้น แทนที่ศาลชั้นต้นจะสั่งปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นจะสั่งไม่รับอุทธรณ์ก็ได้เช่นกัน แต่ศาลชั้นต้นจะสั่งยกอุทธรณ์ไม่ได้ เพราะเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ภายหลังจากที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ส่งมาศาลแล้ว หากศาลอุทธรณ์เห็นว่าอุทธรณ์นั้นต้องห้ามตามกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ต้องพิพากษายกอุทธรณ์ตามมาตรา 242 (1) เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์แล้วก็ไม่ต้องวินิจฉัยในประเด็นแห่งอุทธรณ์ต่อไป การที่ศาลชั้นต้นสั่งยกอุทธรณ์จึงน่าจะไม่ถูกต้องที่ถูกควรสั่งไม่รับอุทธรณ์ ไพโรจน์ วายุภาพ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268061
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082034204"
    }
}
date
2548
deka_no
1520/2548
deka_running_no
1520
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "เกษม วีรวงศ์",
    "สุรพล เอกโยคยะ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 151",
            "ม. 234"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเร่งพัฒนาขนส่ง จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทรัตนสุรีย์ จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 13,104,245 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2552 (ที่ถูก 2542) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้สืบพยานโจทก์ต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ภายในกำหนด 15 วัน แต่จำเลยไม่นำเงินมาวาง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งยกอุทธรณ์

จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้จำเลยอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้สืบพยานโจทก์ต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ภายในกำหนด 15 วัน แต่จำเลยไม่นำเงินมาวาง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งยกอุทธรณ์ซึ่งหมายถึงการไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย การที่จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวจึงเป็นการอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 แม้เป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง จำเลยก็ต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวย่อมเป็นการไม่ชอบและถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาต่อมาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

อนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา ซึ่งหมายถึงการสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของจำเลยโดยมิได้สั่งคืนค่าธรรมเนียมศาลนั้น เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 151 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาเป็นสมควรสั่งให้ถูกต้อง"

พิพากษายกอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ยกคำสั่งศาลอุทธรณ์และยกฎีกาจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นอุทธรณ์ อุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาและอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์และชั้นฎีกาแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากนี้ในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งโดยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์มาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ศาลชั้นต้นให้โอกาสนำเงินดังกล่าวมาวางภายใน 15 วัน จำเลยก็ไม่นำมาวาง จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ มีปัญหาว่าศาลชั้นต้นต้องสั่งอย่างไรจึงจะถูกต้อง ถ้าพิจารณาตามมาตรา 232 ซึ่งเป็นอำนาจของศาลชั้นต้นในการตรวจอุทธรณ์ที่ให้อำนาจศาลชั้นต้นสั่งได้แต่ให้ส่งหรือปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ แต่มาตรา 234 ได้บัญญัติต่อเนื่องกันว่า ถ้าศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์อาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นไปยังศาลอุทธรณ์ได้ ดังนั้น แทนที่ศาลชั้นต้นจะสั่งปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นจะสั่งไม่รับอุทธรณ์ก็ได้เช่นกัน แต่ศาลชั้นต้นจะสั่งยกอุทธรณ์ไม่ได้ เพราะเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ภายหลังจากที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ส่งมาศาลแล้ว หากศาลอุทธรณ์เห็นว่าอุทธรณ์นั้นต้องห้ามตามกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ต้องพิพากษายกอุทธรณ์ตามมาตรา 242 (1) เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์แล้วก็ไม่ต้องวินิจฉัยในประเด็นแห่งอุทธรณ์ต่อไป การที่ศาลชั้นต้นสั่งยกอุทธรณ์จึงน่าจะไม่ถูกต้องที่ถูกควรสั่งไม่รับอุทธรณ์ ไพโรจน์ วายุภาพ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000843.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548