คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2498/2550 ฉบับเต็ม

#268097
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2498/2550 นายสมบุญ ก๋ำรามัญ โจทก์ นายอาซันหรืออาชัน เหมหมาด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 491 ป.วิ.พ. มาตรา 55 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 491 เมื่อจำเลยได้ขายฝากที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์แล้ว กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทย่อมตกแก่โจทก์ การที่จำเลยอยู่ในบ้านซึ่งปลูกสร้างอยู่ในที่ดินพิพาทของโจทก์จึงเป็นการละเมิด จำเลยย่อมไม่มีสิทธิที่จะอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทอีกต่อไป โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ หากจำเลยไถ่ถอนภายในกำหนดระยะเวลาแล้วโจทก์มิให้ไถ่ถอนก็ชอบที่จำเลยจะฟ้องร้องขอให้โจทก์ปฏิบัติตามสัญญาต่อไป ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2543 จำเลยทำสัญญาขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 10831 พร้อมบ้านเลขที่ 61 ให้แก่โจทก์ในราคา 140,000 บาท มีกำหนด 3 ปี นับแต่วันทำสัญญาขายฝาก จำเลยได้เช่าบ้านและที่ดินดังกล่าวจากโจทก์ตกลงค่าเช่าเดือนละ 4,200 บาท จำเลยชำระค่าเช่าในเดือนแรกแล้วไม่ชำระค่าเช่าให้โจทก์อีก คิดถึงเป็นวันฟ้องเป็นเวลา 8 เดือน เป็นเงินค่าเช่า 33,600 บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี คิดถึงวันฟ้องเป็นดอกเบี้ย 3,360 บาท รวม 36,960 บาท โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยไม่ชำระ ขอให้จำเลยชำระเงิน 36,960 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 33,600 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยและบริวารขนทรัพย์สินออกไปจากบ้านและที่ดินพิพาท ห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องอีกจนกว่าจะชำระค่าเช่าทั้งหมดและไถ่ถอนการขายฝากแล้ว กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 4,200 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากบ้านและที่ดินพิพาทหรือจนกว่าจะไถ่ถอนการขายฝาก จำเลยให้การว่า จำเลยขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 10831 ให้แก่โจทก์เป็นเงิน 140,000 บาท กำหนด 3 ปี แต่ไม่ได้ขายฝากบ้านเลขที่ 61 จำเลยไม่เคยทำสัญญาเช่าบ้านหรือที่ดินให้แก่โจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยและไม่มีสิทธิให้จำเลยและบริวารออกจากบ้านและที่ดินเนื่องจากยังไม่ครบกำหนดตามสัญญาขายฝาก ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างพร้อมขนย้ายสิ่งของออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 10831 ตำบลพังลา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา และให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 2,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างพร้อมขนย้ายสิ่งของออกไปจากที่ดินดังกล่าว ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาในส่วนที่ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่ดินขายฝากเสียนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 600 บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติในชั้นอุทธรณ์ว่าจำเลยได้ขายฝากที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์เป็นเวลา 3 ปี นับแต่วันที่ 22 มีนาคม 2543 โดยมิได้ขายฝากบ้านเรือนซึ่งจำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทด้วยและการอยู่ในที่ดินพิพาทของจำเลยเป็นการอยู่โดยละเมิด ต่อมาวันที่ 15 มีนาคม 2544 โจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหาย ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 491 บัญญัติว่า "อันว่าขายฝากนั้น คือสัญญาซื้อขายซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกไปยังผู้ซื้อโดยมีข้อตกลงกันว่าผู้ขายอาจไถ่ทรัพย์นั้นคืนได้" ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยได้ขายฝากที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์แล้ว กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทย่อมตกแก่โจทก์ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยอยู่ในบ้านซึ่งปลูกสร้างอยู่ในที่ดินพิพาทของโจทก์เป็นการละเมิด จำเลยจึงย่อมไม่มีสิทธิที่จะอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทอีกต่อไป โจทก์จึงย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ ส่วนที่จำเลยอ้างว่ายังไม่ครบกำหนดระยะเวลาไถ่ถอนจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า หากจำเลยไถ่ถอนภายในกำหนดระยะเวลาแล้วโจทก์มิให้ไถ่ถอนก็ชอบที่จำเลยจะฟ้องร้องขอให้โจทก์ปฏิบัติตามสัญญาต่อไป หาได้เกี่ยวข้องกับเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ไม่" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (มงคล ทับเที่ยง-อิศเรศ ชัยรัตน์-สบโชค สุขารมณ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268097
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082017732"
    }
}
date
2550
deka_no
2498/2550
deka_running_no
2498
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "มงคล ทับเที่ยง",
    "อิศเรศ ชัยรัตน์",
    "สบโชค สุขารมณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 491"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสมบุญ ก๋ำรามัญ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอาซันหรืออาชัน เหมหมาด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2543 จำเลยทำสัญญาขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 10831 พร้อมบ้านเลขที่ 61 ให้แก่โจทก์ในราคา 140,000 บาท มีกำหนด 3 ปี นับแต่วันทำสัญญาขายฝาก จำเลยได้เช่าบ้านและที่ดินดังกล่าวจากโจทก์ตกลงค่าเช่าเดือนละ 4,200 บาท จำเลยชำระค่าเช่าในเดือนแรกแล้วไม่ชำระค่าเช่าให้โจทก์อีก คิดถึงเป็นวันฟ้องเป็นเวลา 8 เดือน เป็นเงินค่าเช่า 33,600 บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี คิดถึงวันฟ้องเป็นดอกเบี้ย 3,360 บาท รวม 36,960 บาท โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยไม่ชำระ ขอให้จำเลยชำระเงิน 36,960 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 33,600 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยและบริวารขนทรัพย์สินออกไปจากบ้านและที่ดินพิพาท ห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องอีกจนกว่าจะชำระค่าเช่าทั้งหมดและไถ่ถอนการขายฝากแล้ว กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 4,200 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากบ้านและที่ดินพิพาทหรือจนกว่าจะไถ่ถอนการขายฝาก

จำเลยให้การว่า จำเลยขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 10831 ให้แก่โจทก์เป็นเงิน 140,000 บาท กำหนด 3 ปี แต่ไม่ได้ขายฝากบ้านเลขที่ 61 จำเลยไม่เคยทำสัญญาเช่าบ้านหรือที่ดินให้แก่โจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยและไม่มีสิทธิให้จำเลยและบริวารออกจากบ้านและที่ดินเนื่องจากยังไม่ครบกำหนดตามสัญญาขายฝาก ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างพร้อมขนย้ายสิ่งของออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 10831 ตำบลพังลา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา และให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 2,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างพร้อมขนย้ายสิ่งของออกไปจากที่ดินดังกล่าว ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาในส่วนที่ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่ดินขายฝากเสียนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 600 บาท แทนโจทก์

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติในชั้นอุทธรณ์ว่าจำเลยได้ขายฝากที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์เป็นเวลา 3 ปี นับแต่วันที่ 22 มีนาคม 2543 โดยมิได้ขายฝากบ้านเรือนซึ่งจำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทด้วยและการอยู่ในที่ดินพิพาทของจำเลยเป็นการอยู่โดยละเมิด ต่อมาวันที่ 15 มีนาคม 2544 โจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหาย ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 491 บัญญัติว่า "อันว่าขายฝากนั้น คือสัญญาซื้อขายซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกไปยังผู้ซื้อโดยมีข้อตกลงกันว่าผู้ขายอาจไถ่ทรัพย์นั้นคืนได้" ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยได้ขายฝากที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์แล้ว กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทย่อมตกแก่โจทก์ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยอยู่ในบ้านซึ่งปลูกสร้างอยู่ในที่ดินพิพาทของโจทก์เป็นการละเมิด จำเลยจึงย่อมไม่มีสิทธิที่จะอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทอีกต่อไป โจทก์จึงย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ ส่วนที่จำเลยอ้างว่ายังไม่ครบกำหนดระยะเวลาไถ่ถอนจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า หากจำเลยไถ่ถอนภายในกำหนดระยะเวลาแล้วโจทก์มิให้ไถ่ถอนก็ชอบที่จำเลยจะฟ้องร้องขอให้โจทก์ปฏิบัติตามสัญญาต่อไป หาได้เกี่ยวข้องกับเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ไม่"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000692.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550