คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4342/2548 ฉบับเต็ม

#268106
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4342/2548 บริษัทเรนโบว์ โฮเต็ล กรุ๊ป จำกัด กับพวก ผู้ร้องขอ นางสาวยุคลธร สดสวัสดี เจ้าหนี้ บริษัทสุขุมวิท อินเตอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ลูกหนี้ ป.พ.พ. มาตรา 193/34 การที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ค่าบริการในการปรึกษากฎหมาย ถือได้ว่าเป็นกรณีที่เจ้าหนี้ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเรียกเอาค่าการงานที่ทำให้แก่ลูกหนี้จึงมีอายุความ 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (16) โดยไม่จำต้องเป็นค่าว่าความในคดีทื่ถือเอาผลสำเร็จของแต่ละคดีและกรณีมิใช่เงินค้างจ่าย คือ เงินเดือน และเงินอื่น ๆ ในลักษณะทำนองเดียวกับที่มีการกำหนดจ่ายเป็นระยะเวลาซึ่งมีอายุความ 5 ปี ตามมาตรา 193/33 (4) และแม้จะมีกำหนดจ่ายเป็นระยะเวลารายเดือนก็มิใช่เป็นเงินเดือนที่จ่ายให้ลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงาน ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2546 โดยตั้งลูกหนี้เป็นผู้ทำแผน เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ค่าบริการในการปรึกษาทางกฎหมายเป็นจำนวน 150,000 บาท และดอกเบี้ยคำนวณถึงวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจำนวน 23,131.85 บาท รวมเป็นเงิน 173,131.85 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 150,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะได้รับชำระหนี้เสร็จจากลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ให้เจ้าหนี้ ลูกหนี้ และผู้ทำแผนตรวจคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/27 แล้ว มีบริษัทโคลอนอินเตอร์เนชั่นแนล (เอช.เค.) จำกัด เจ้าหนี้รายที่ 14 และผู้ทำแผนโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้รายนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ในมูลหนี้ค่าบริการทางกฎหมายเป็นเงินทั้งสิ้น 85,833.90 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 75,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะได้รับชำระเสร็จจากลูกหนี้ ส่วนที่ขอเกินมาให้ยกเสีย เจ้าหนี้ยื่นคำร้องคัดค้านว่า ลูกหนี้ว่าจ้างเจ้าหนี้เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายกำหนดจ่ายค่าตอบแทนเป็นระยะเวลาแน่นอนเดือนละ 25,000 บาท โดยมิได้ถือเอาผลสำเร็จของงานเป็นสาระสำคัญ จึงมิใช่สัญญาจ้างทำของและไม่อยู่ในบังคับกำหนดอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (16) ขอให้ศาลมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า มูลหนี้ที่เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ในค่าบริการทางด้านกฎหมายมีอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (16) เมื่อนับตั้งแต่วันถึงกำหนดชำระหนี้ตามใบแจ้งหนี้ฉบับที่ 1 ถึงที่ 3 ถึงวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการเกิน 2 ปี แล้ว จึงขาดอายุความ การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ในส่วนนี้เป็นเงิน 87,297.75 บาท จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของเจ้าหนี้ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ว่า มูลหนี้ตามใบแจ้งหนี้ฉบับลงวันที่ 30 เมษายน 2544 วันที่ 31 พฤษภาคม 2544 และวันที่ 2 กรกฎาคม 2544 ขาดอายุความหรือไม่ เจ้าหนี้อุทธรณ์ว่าสิทธิเรียกร้องตามใบแจ้งหนี้ทั้งสามฉบับดังกล่าวยังไม่ขาดอายุความเนื่องจากเป็นสิทธิเรียกร้องที่มีกำหนดอายุความห้าปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (4) เพราะว่าสิทธิเรียกร้องที่มีกำหนดอายุความ 5 ปี มิใช่เพียงเงินค้างจ่ายเป็นรายเดือนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเงินอื่น ๆ ในลักษณะทำนองเดียวกับที่มีการกำหนดจ่ายเป็นระยะเวลา เงินค่าตอบแทนจากการให้การปรึกษากฎหมายที่เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ เป็นเงินที่ลูกหนี้ตกลงจ่ายให้เจ้าหนี้มีกำหนดจ่ายเป็นรายเดือน ๆ ละ 25,000 บาท แม้จะมิใช่เป็นเงินเดือน แต่ก็เป็นเงินอื่น ๆ ในลักษณะทำนองเดียวกับที่มีการกำหนดจ่ายเป็นระยะเวลา การที่เจ้าหนี้มิได้ใช้สิทธิเรียกร้องเป็นเงินเดือน จึงมิต้องคำนึงว่าสาระของงานที่เจ้าหนี้ทำอยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของลูกหนี้ดังเช่นลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงานหรือไม่ ทั้งค่าตอบแทนดังกล่าวก็มิใช่เป็นการเรียกเอาค่าว่าความในคดีความที่ลูกหนี้ตกลงจ่ายเป็นค่าตอบแทนโดยถือเอาผลสำเร็จของแต่ละคดีเป็นสำคัญ จึงไม่อาจนำกำหนดอายุความตามมาตรา 193/34 (16) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับได้ เห็นว่า การที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ค่าบริการในการปรึกษากฎหมายถือได้ว่าเป็นกรณีที่เจ้าหนี้ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเรียกเอาค่าการงานที่ทำให้แก่ลูกหนี้จึงมีอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (16) โดยหาจำต้องเป็นค่าว่าความในคดีที่ถือเอาผลสำเร็จของแต่ละคดีไม่ และกรณีมิใช่เงินค้างจ่าย คือ เงินเดือน และเงินอื่น ๆ ในลักษณะทำนองเดียวกับที่มีการกำหนดจ่ายเป็นระยะเวลาซึ่งมีอายุความ 5 ปี ตามมาตรา 193/33 (4) แม้จะมีกำหนดจ่ายเป็นระยะเวลารายเดือนแต่ก็มิใช่เป็นเงินเดือนที่จ่ายให้ลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงาน ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของเจ้าหนี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ (ไพโรจน์ วายุภาพ-สมชาย พงษธา-อุดมศักดิ์ นิติมนตรี) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268106
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082030356"
    }
}
date
2548
deka_no
4342/2548
deka_running_no
4342
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ไพโรจน์ วายุภาพ",
    "สมชาย พงษธา",
    "อุดมศักดิ์ นิติมนตรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/34"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้องขอ",
        "name": "บริษัทเรนโบว์ โฮเต็ล กรุ๊ป จำกัด กับพวก"
    },
    {
        "role": "เจ้าหนี้",
        "name": "นางสาวยุคลธร สดสวัสดี"
    },
    {
        "role": "ลูกหนี้",
        "name": "บริษัทสุขุมวิท อินเตอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2546 โดยตั้งลูกหนี้เป็นผู้ทำแผน

เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ค่าบริการในการปรึกษาทางกฎหมายเป็นจำนวน 150,000 บาท และดอกเบี้ยคำนวณถึงวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจำนวน 23,131.85 บาท รวมเป็นเงิน 173,131.85 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 150,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะได้รับชำระหนี้เสร็จจากลูกหนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ให้เจ้าหนี้ ลูกหนี้ และผู้ทำแผนตรวจคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/27 แล้ว มีบริษัทโคลอนอินเตอร์เนชั่นแนล (เอช.เค.) จำกัด เจ้าหนี้รายที่ 14 และผู้ทำแผนโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้รายนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ในมูลหนี้ค่าบริการทางกฎหมายเป็นเงินทั้งสิ้น 85,833.90 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 75,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะได้รับชำระเสร็จจากลูกหนี้ ส่วนที่ขอเกินมาให้ยกเสีย

เจ้าหนี้ยื่นคำร้องคัดค้านว่า ลูกหนี้ว่าจ้างเจ้าหนี้เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายกำหนดจ่ายค่าตอบแทนเป็นระยะเวลาแน่นอนเดือนละ 25,000 บาท โดยมิได้ถือเอาผลสำเร็จของงานเป็นสาระสำคัญ จึงมิใช่สัญญาจ้างทำของและไม่อยู่ในบังคับกำหนดอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (16) ขอให้ศาลมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวน

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า มูลหนี้ที่เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ในค่าบริการทางด้านกฎหมายมีอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (16) เมื่อนับตั้งแต่วันถึงกำหนดชำระหนี้ตามใบแจ้งหนี้ฉบับที่ 1 ถึงที่ 3 ถึงวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการเกิน 2 ปี แล้ว จึงขาดอายุความ การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ในส่วนนี้เป็นเงิน 87,297.75 บาท จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของเจ้าหนี้ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ว่า มูลหนี้ตามใบแจ้งหนี้ฉบับลงวันที่ 30 เมษายน 2544 วันที่ 31 พฤษภาคม 2544 และวันที่ 2 กรกฎาคม 2544 ขาดอายุความหรือไม่ เจ้าหนี้อุทธรณ์ว่าสิทธิเรียกร้องตามใบแจ้งหนี้ทั้งสามฉบับดังกล่าวยังไม่ขาดอายุความเนื่องจากเป็นสิทธิเรียกร้องที่มีกำหนดอายุความห้าปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (4) เพราะว่าสิทธิเรียกร้องที่มีกำหนดอายุความ 5 ปี มิใช่เพียงเงินค้างจ่ายเป็นรายเดือนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเงินอื่น ๆ ในลักษณะทำนองเดียวกับที่มีการกำหนดจ่ายเป็นระยะเวลา เงินค่าตอบแทนจากการให้การปรึกษากฎหมายที่เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ เป็นเงินที่ลูกหนี้ตกลงจ่ายให้เจ้าหนี้มีกำหนดจ่ายเป็นรายเดือน ๆ ละ 25,000 บาท แม้จะมิใช่เป็นเงินเดือน แต่ก็เป็นเงินอื่น ๆ ในลักษณะทำนองเดียวกับที่มีการกำหนดจ่ายเป็นระยะเวลา การที่เจ้าหนี้มิได้ใช้สิทธิเรียกร้องเป็นเงินเดือน จึงมิต้องคำนึงว่าสาระของงานที่เจ้าหนี้ทำอยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของลูกหนี้ดังเช่นลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงานหรือไม่ ทั้งค่าตอบแทนดังกล่าวก็มิใช่เป็นการเรียกเอาค่าว่าความในคดีความที่ลูกหนี้ตกลงจ่ายเป็นค่าตอบแทนโดยถือเอาผลสำเร็จของแต่ละคดีเป็นสำคัญ จึงไม่อาจนำกำหนดอายุความตามมาตรา 193/34 (16) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับได้ เห็นว่า การที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ค่าบริการในการปรึกษากฎหมายถือได้ว่าเป็นกรณีที่เจ้าหนี้ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเรียกเอาค่าการงานที่ทำให้แก่ลูกหนี้จึงมีอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (16) โดยหาจำต้องเป็นค่าว่าความในคดีที่ถือเอาผลสำเร็จของแต่ละคดีไม่ และกรณีมิใช่เงินค้างจ่าย คือ เงินเดือน และเงินอื่น ๆ ในลักษณะทำนองเดียวกับที่มีการกำหนดจ่ายเป็นระยะเวลาซึ่งมีอายุความ 5 ปี ตามมาตรา 193/33 (4) แม้จะมีกำหนดจ่ายเป็นระยะเวลารายเดือนแต่ก็มิใช่เป็นเงินเดือนที่จ่ายให้ลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงาน ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของเจ้าหนี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000808.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548