คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4152/2548 ฉบับเต็ม

#268122
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4152/2548 บริษัทเงินทุน จีซีเอ็น จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทเงินทุนธนชาติ จำกัด (มหาชน) ผู้ร้องสอด บริษัทอีสเทอร์น ซี โปรเกรส จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์และคำแก้อุทธรณ์แล้วมีคำสั่งให้ส่งสำนวนเสนอศาลฎีกา ถือได้ว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาได้ แต่จำเลยยื่นคำแถลงคัดค้านคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาพร้อมคำแก้อุทธรณ์แล้ว กรณีจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ที่ศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาได้ การที่ศาลชั้นต้นส่งอุทธรณ์ของผู้ร้องต่อศาลฎีกาจึงขัดต่อบทกฎหมายดังกล่าว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงินจำนวน 8,968,946.48 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปี ของต้นเงิน 6,340,341 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 29 มิถุนายน 2539) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองขายทอดตลาดชำระหนี้ หากไม่พอให้ยึดจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งห้าขายทอดตลาดชำระหนี้ ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดโจทก์ ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รวบรวมทรัพย์สินและสิทธิเรียกร้องอื่น ๆ ของโจทก์ผู้ล้มละลายนำออกประมูลขาย ผู้ร้องสอดประมูลซื้อสินทรัพย์และสิทธิเรียกร้องของโจทก์ได้ซึ่งรวมถึงสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาของโจทก์ที่มีต่อจำเลยทั้งห้าคดีนี้ด้วย โดยผู้ร้องสอดได้แจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องรายนี้ให้จำเลยทั้งห้าทราบแล้ว ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์เพื่อดำเนินการบังคับคดีต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ ผู้ร้องยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาพร้อมกับคำฟ้องอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ จำเลยทั้งห้ายื่นคำแก้อุทธรณ์และคำแถลงคัดค้านคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งสำนวนเสนอศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์และคำแก้อุทธรณ์แล้วมีคำสั่งให้ส่งสำนวนเสนอศาลฎีกานั้นถือได้ว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาได้ แต่คดีนี้จำเลยทั้งห้าได้ยื่นคำแถลงคัดค้านคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาพร้อมคำแก้อุทธรณ์แล้ว กรณีจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ที่ศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาได้ การที่ศาลชั้นต้นส่งอุทธรณ์ของผู้ร้องต่อศาลฎีกาจึงขัดต่อบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่อาจวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องได้ พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ส่งอุทธรณ์ของผู้ร้องต่อศาลฎีกาและให้ศาลชั้นต้นสั่งอุทธรณ์ของผู้ร้องใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ (สมคักดิ์ เนตรมัย-สุภิญโญ ชยารักษ์-ประทีป ปิติสันต์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268122
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082030572"
    }
}
date
2548
deka_no
4152/2548
deka_running_no
4152
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "สมคักดิ์ เนตรมัย",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์",
    "ประทีป ปิติสันต์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 223 ทวิ"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเงินทุน จีซีเอ็น จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้องสอด",
        "name": "บริษัทเงินทุนธนชาติ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทอีสเทอร์น ซี โปรเกรส จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงินจำนวน 8,968,946.48 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปี ของต้นเงิน 6,340,341 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 29 มิถุนายน 2539) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองขายทอดตลาดชำระหนี้ หากไม่พอให้ยึดจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งห้าขายทอดตลาดชำระหนี้

ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดโจทก์ ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รวบรวมทรัพย์สินและสิทธิเรียกร้องอื่น ๆ ของโจทก์ผู้ล้มละลายนำออกประมูลขาย ผู้ร้องสอดประมูลซื้อสินทรัพย์และสิทธิเรียกร้องของโจทก์ได้ซึ่งรวมถึงสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาของโจทก์ที่มีต่อจำเลยทั้งห้าคดีนี้ด้วย โดยผู้ร้องสอดได้แจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องรายนี้ให้จำเลยทั้งห้าทราบแล้ว ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์เพื่อดำเนินการบังคับคดีต่อไป

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาพร้อมกับคำฟ้องอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ จำเลยทั้งห้ายื่นคำแก้อุทธรณ์และคำแถลงคัดค้านคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งสำนวนเสนอศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์และคำแก้อุทธรณ์แล้วมีคำสั่งให้ส่งสำนวนเสนอศาลฎีกานั้นถือได้ว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาได้ แต่คดีนี้จำเลยทั้งห้าได้ยื่นคำแถลงคัดค้านคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาพร้อมคำแก้อุทธรณ์แล้ว กรณีจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ที่ศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาได้ การที่ศาลชั้นต้นส่งอุทธรณ์ของผู้ร้องต่อศาลฎีกาจึงขัดต่อบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่อาจวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องได้

พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ส่งอุทธรณ์ของผู้ร้องต่อศาลฎีกาและให้ศาลชั้นต้นสั่งอุทธรณ์ของผู้ร้องใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000810.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548