คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5809/2548 ฉบับเต็ม

#268170
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5809/2548 นางสาวสมลักษณ์ วัฒนารมย์ โจทก์ นายเชย บุญประกอบ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 224 โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าออกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยเช่าที่ดินโจทก์ แม้จะให้การมาด้วยว่าจำเลยปลูกบ้านอยู่บนที่ดินสาธารณประโยชน์ แต่คำให้การดังกล่าวเป็นการปฏิเสธนิติสัมพันธ์และนิติเหตุตามฟ้องซึ่งเป็นเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์อยู่ในประเด็นแห่งคดีตามฟ้องโจทก์ที่ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปพร้อมทั้งรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินพิพาทกับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายที่โจทก์ขาดประโยชน์จากการนำที่ดินไปให้ผู้อื่นเช่าเดือนละ 1,000 บาท ข้อต่อสู้ดังกล่าวไม่ทำให้คดีมีประเด็นใหม่นอกเหนือจากประเด็นแห่งคดีตามฟ้อง จึงเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาท ซึ่งห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 1290, 9304 และ 9305 จำเลยทั้งสองเช่าที่ดินดังกล่าวเพื่อใช้ปลูกบ้าน เลขที่ 2 หมู่ที่ 15 แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เป็นที่อยู่อาศัย ตั้งแต่เมื่อที่ดินยังเป็นของมารดาโจทก์ เมื่อที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยทั้งสองอาศัยอยู่ในที่ดินอีกต่อไป จึงบอกเลิกการเช่าแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองออกจากที่ดินโจทก์ โดยรื้อถอนบ้านเลขที่ 2 หมู่ที่ 15 แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พร้อมขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 1290, 9304 และ 9305 ตำบลตลิ่งชัน อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ของโจทก์และให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนบ้านขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองปลูกสร้างบ้านตามฟ้องบนที่ดินสาธารณประโยชน์ จำเลยทั้งสองไม่เคยเช่าที่ดินโจทก์ก่อนฟ้องคดีโจทก์ไม่เคยบอกกล่าวจำเลยทั้งสอง นางละเอียด วัฒนารมย์ มารดาโจทก์เคยฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองมาครั้งหนึ่งแล้วโจทก์นำคดีมาฟ้องอีกจึงเป็นฟ้องซ้ำ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณานางบุญส่ง บุญประกอบ จำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย นางศรีอรุณ ชวนเกษม ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 1290, 9304 และ 9305 ตำบลตลิ่งชัน อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนบ้านเลขที่ 2 หมู่ที่ 15 แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พร้อมขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินดังกล่าวและให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายในอัตราเดือนละ 700 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยทั้งสอง ให้คืนค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยทั้งสองโดยวินิจฉัยว่า อุทธรณ์จำเลยทั้งสองเป็นการอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงในคดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาท ซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง จำเลยทั้งสองฎีกาว่า คดีนี้มิได้พิพาทกันเรื่องเช่า แต่พิพาทกันเรื่องที่ดินที่ปลูกสร้างบ้านว่าเป็นที่ดินมีโฉนดหรือเป็นที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ไม่อาจถือได้ว่าเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาท อันจะต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง จึงมีปัญหาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาทหรือไม่ เห็นว่า จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ว่า จำเลยไม่เคยเช่าที่ดินโจทก์ แม้จำเลยทั้งสองให้การด้วยว่า จำเลยทั้งสองปลูกบ้านตามฟ้องอยู่บนที่ดินสาธารณประโยชน์แต่คำให้การจำเลยดังกล่าวเป็นการปฏิเสธนิติสัมพันธ์และนิติเหตุตามฟ้องซึ่งเป็นเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์อยู่ในประเด็นแห่งคดีตามฟ้องโจทก์ที่ขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปพร้อมทั้งรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินพิพาท กับให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายที่โจทก์ขาดประโยชน์จากการนำที่ดินไปให้ผู้อื่นเช่าเดือนละ 1,000 บาท ข้อต่อสู้ของจำเลยทั้งสองดังกล่าวไม่ทำให้คดีมีประเด็นใหม่นอกเหนือจากประเด็นแห่งคดีตามฟ้อง ดังนั้นคดีนี้จึงเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาท ซึ่งห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยทั้งสองชอบแล้วฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืนให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความ 1,000 บาท แทนโจทก์ (นินนาท สาครรัตน์-จรัส พวงมณี-สถิตย์ ทาวุฒิ) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268170
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082028876"
    }
}
date
2548
deka_no
5809/2548
deka_running_no
5809
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "นินนาท สาครรัตน์",
    "จรัส พวงมณี",
    "สถิตย์ ทาวุฒิ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 224"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวสมลักษณ์ วัฒนารมย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเชย บุญประกอบ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 1290, 9304 และ 9305 จำเลยทั้งสองเช่าที่ดินดังกล่าวเพื่อใช้ปลูกบ้าน เลขที่ 2 หมู่ที่ 15 แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เป็นที่อยู่อาศัย ตั้งแต่เมื่อที่ดินยังเป็นของมารดาโจทก์ เมื่อที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยทั้งสองอาศัยอยู่ในที่ดินอีกต่อไป จึงบอกเลิกการเช่าแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองออกจากที่ดินโจทก์ โดยรื้อถอนบ้านเลขที่ 2 หมู่ที่ 15 แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พร้อมขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 1290, 9304 และ 9305 ตำบลตลิ่งชัน อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ของโจทก์และให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนบ้านขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองปลูกสร้างบ้านตามฟ้องบนที่ดินสาธารณประโยชน์ จำเลยทั้งสองไม่เคยเช่าที่ดินโจทก์ก่อนฟ้องคดีโจทก์ไม่เคยบอกกล่าวจำเลยทั้งสอง นางละเอียด วัฒนารมย์ มารดาโจทก์เคยฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองมาครั้งหนึ่งแล้วโจทก์นำคดีมาฟ้องอีกจึงเป็นฟ้องซ้ำ ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณานางบุญส่ง บุญประกอบ จำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย นางศรีอรุณ ชวนเกษม ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 1290, 9304 และ 9305 ตำบลตลิ่งชัน อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนบ้านเลขที่ 2 หมู่ที่ 15 แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พร้อมขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินดังกล่าวและให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายในอัตราเดือนละ 700 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยทั้งสอง ให้คืนค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยทั้งสองโดยวินิจฉัยว่า อุทธรณ์จำเลยทั้งสองเป็นการอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงในคดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาท ซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง จำเลยทั้งสองฎีกาว่า คดีนี้มิได้พิพาทกันเรื่องเช่า แต่พิพาทกันเรื่องที่ดินที่ปลูกสร้างบ้านว่าเป็นที่ดินมีโฉนดหรือเป็นที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ไม่อาจถือได้ว่าเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาท อันจะต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง จึงมีปัญหาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาทหรือไม่ เห็นว่า จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ว่า จำเลยไม่เคยเช่าที่ดินโจทก์ แม้จำเลยทั้งสองให้การด้วยว่า จำเลยทั้งสองปลูกบ้านตามฟ้องอยู่บนที่ดินสาธารณประโยชน์แต่คำให้การจำเลยดังกล่าวเป็นการปฏิเสธนิติสัมพันธ์และนิติเหตุตามฟ้องซึ่งเป็นเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์อยู่ในประเด็นแห่งคดีตามฟ้องโจทก์ที่ขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปพร้อมทั้งรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินพิพาท กับให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายที่โจทก์ขาดประโยชน์จากการนำที่ดินไปให้ผู้อื่นเช่าเดือนละ 1,000 บาท ข้อต่อสู้ของจำเลยทั้งสองดังกล่าวไม่ทำให้คดีมีประเด็นใหม่นอกเหนือจากประเด็นแห่งคดีตามฟ้อง ดังนั้นคดีนี้จึงเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาท ซึ่งห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยทั้งสองชอบแล้วฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืนให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความ 1,000 บาท แทนโจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000794.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548