คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4821/2548 ฉบับเต็ม

#268175
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4821/2548 บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางสาวพนิดา พิพัฒน์ธราวงศ์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 156 ฎีกาของจำเลยที่โต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาชำระค่าธรรมเนียมศาลออกไปอีกเป็นเรื่องที่อยู่ในกระบวนพิจารณาชั้นอุทธรณ์โดยเฉพาะต่อเนื่องกับคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่ยกอุทธรณ์ของจำเลยที่ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาซึ่งถึงที่สุดไปแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย ___________________________ คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีจำนวน 5,680,156.83 บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 29 กันยายน 2541 เป็นต้นไปจนถึงวันฟ้อง และดอกเบี้ยอัตราเอ็มอาร์อาร์ บวก 2.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หักทอนด้วยเงินที่จำเลยโอนชำระหนี้โจทก์รวม 2 ครั้ง เป็นเงิน 19.79 บาท และให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้จำนวน 1,619,951.80 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 1,392,038.36 บาท นับแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 16124, 16123, 3565 ที่ดินโฉนดเลขที่ 17316 ที่ดินโฉนดเลขที่ 50628 ที่ดินโฉนดเลขที่ 31667 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยบังคับชำระหนี้แก่โจทก์จนครบกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท จำเลยยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ให้จำเลยนำค่าฤชาธรรมเนียมมาวางศาลภายใน 15 วัน จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลย ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง หากจำเลยยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาในการวางเงินค่าธรรมเนียมศาลออกไปอีก 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์และคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียม ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาการชำระเงินออกไปอีก 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง อันเป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นใช้อำนาจทั่วไปที่เห็นสมควรสั่งได้ จำเลยไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาลชั้นต้นได้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาการชำระเงินดังกล่าว ซึ่งย่อมมีสิทธิกระทำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ตามคำร้องจำเลยขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมอ้างเพียงว่าค่าธรรมเนียมเป็นจำนวนที่สูงมากจำเลยยังรวบรวมเงินค่าธรรมเนียมศาลได้ไม่ครบถ้วน กำลังอยู่ในระหว่างขวนขวายหาเงินยังถือไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษ ยกคำร้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาชำระเงินค่าธรรมเนียมศาลออกไปอีกเป็นเรื่องที่อยู่ในกระบวนพิจารณาชั้นอุทธรณ์โดยเฉพาะต่อเนื่องงกับคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่ยกอุทธรณ์ของจำเลยที่ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาซึ่งถึงที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลย" พิพากษายกฎีกาจำเลย คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากนี้ให้เป็นพับ (สุภิญโญ ชยารักษ์-ปัญญา ถนอมรอด-สมคักดิ์ เนตรมัย) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268175
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082030048"
    }
}
date
2548
deka_no
4821/2548
deka_running_no
4821
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "สุภิญโญ ชยารักษ์",
    "ปัญญา ถนอมรอด",
    "สมคักดิ์ เนตรมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 156"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวพนิดา พิพัฒน์ธราวงศ์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีจำนวน 5,680,156.83 บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 29 กันยายน 2541 เป็นต้นไปจนถึงวันฟ้อง และดอกเบี้ยอัตราเอ็มอาร์อาร์ บวก 2.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หักทอนด้วยเงินที่จำเลยโอนชำระหนี้โจทก์รวม 2 ครั้ง เป็นเงิน 19.79 บาท และให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้จำนวน 1,619,951.80 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 1,392,038.36 บาท นับแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 16124, 16123, 3565 ที่ดินโฉนดเลขที่ 17316 ที่ดินโฉนดเลขที่ 50628 ที่ดินโฉนดเลขที่ 31667 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยบังคับชำระหนี้แก่โจทก์จนครบกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท

จำเลยยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ให้จำเลยนำค่าฤชาธรรมเนียมมาวางศาลภายใน 15 วัน จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลย ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง หากจำเลยยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาในการวางเงินค่าธรรมเนียมศาลออกไปอีก 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์และคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียม

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาการชำระเงินออกไปอีก 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง อันเป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นใช้อำนาจทั่วไปที่เห็นสมควรสั่งได้ จำเลยไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาลชั้นต้นได้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาการชำระเงินดังกล่าว ซึ่งย่อมมีสิทธิกระทำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ตามคำร้องจำเลยขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมอ้างเพียงว่าค่าธรรมเนียมเป็นจำนวนที่สูงมากจำเลยยังรวบรวมเงินค่าธรรมเนียมศาลได้ไม่ครบถ้วน กำลังอยู่ในระหว่างขวนขวายหาเงินยังถือไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษ ยกคำร้อง

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาชำระเงินค่าธรรมเนียมศาลออกไปอีกเป็นเรื่องที่อยู่ในกระบวนพิจารณาชั้นอุทธรณ์โดยเฉพาะต่อเนื่องงกับคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่ยกอุทธรณ์ของจำเลยที่ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาซึ่งถึงที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลย"

พิพากษายกฎีกาจำเลย คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000805.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548