คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4281/2548 ฉบับเต็ม

#268176
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4281/2548 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายบุญทัน ทาหาร จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24, มาตรา 26 คำสั่งของศาลล้มละลายกลางที่ให้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ของจำเลย ไม่ใช่คำพิพากษาหรือคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดที่ได้รับยกเว้นให้อุทธรณ์ อุทธรณ์ของจำเลยที่คัดค้านคำสั่งดังกล่าวจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 วรรคหนึ่ง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2547 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ 30 วัน ต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่ลูกหนี้มีภูมิลำเนา โดยขอให้ศาลจังหวัดเชียงใหม่ส่งคำร้องไปยังศาลล้มละลายกลางอ้างว่าเดินทางไปยื่นคำร้องที่ศาลล้มละลายกลางไม่ทัน ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งว่า ตามคำร้องไม่ต้องด้วยพฤติการณ์พิเศษ ประกอบกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 8 บัญญัติว่า เมื่อศาลล้มละลายเปิดทำการแล้วห้ามมิให้ศาลชั้นต้นอื่นรับคดีที่อยู่ในอำนาจศาลล้มละลายไว้พิจารณาพิพากษา ดังนั้น ศาลจังหวัดเชียงใหม่จึงไม่มีอำนาจรับคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ของจำเลยด้วย จึงไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "จำเลยอุทธรณ์เรื่องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์โดยยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2547 จึงต้องบังคับตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2547 มาตรา 3 ซึ่งบัญญัติไว้ในวรรคสองว่า "ห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลล้มละลาย เว้นแต่ (1) คำพิพากษายกฟ้อง หรือคำสั่งยกคำร้องหรือคำร้องขอให้ล้มละลาย (2) คำสั่งยกคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ (3) คำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน (4) คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด (5) คำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกับคดีตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย ดังนี้ คำสั่งของศาลล้มละลายกลางที่ให้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ไม่ใช่คำพิพากษาหรือ คำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดที่ได้รับยกเว้นให้อุทธรณ์ อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว และศาลฎีกาพิจารณาแล้วไม่มีเหตุที่จะรับคดีนี้ไว้พิจารณาพิพากษาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 26 วรรคสี่" พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลในชั้นนี้ทั้งหมดให้จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากนี้ให้เป็นพับ (พีรพล จันทร์สว่าง-สมชาย พงษธา-วัฒนชัย โชติชูตระกูล) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268176
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082030365"
    }
}
date
2548
deka_no
4281/2548
deka_running_no
4281
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "พีรพล จันทร์สว่าง",
    "สมชาย พงษธา",
    "วัฒนชัย โชติชูตระกูล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 24",
            "ม. 26"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบุญทัน ทาหาร"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2547

จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ 30 วัน ต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่ลูกหนี้มีภูมิลำเนา โดยขอให้ศาลจังหวัดเชียงใหม่ส่งคำร้องไปยังศาลล้มละลายกลางอ้างว่าเดินทางไปยื่นคำร้องที่ศาลล้มละลายกลางไม่ทัน

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งว่า ตามคำร้องไม่ต้องด้วยพฤติการณ์พิเศษ ประกอบกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 8 บัญญัติว่า เมื่อศาลล้มละลายเปิดทำการแล้วห้ามมิให้ศาลชั้นต้นอื่นรับคดีที่อยู่ในอำนาจศาลล้มละลายไว้พิจารณาพิพากษา ดังนั้น ศาลจังหวัดเชียงใหม่จึงไม่มีอำนาจรับคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ของจำเลยด้วย จึงไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "จำเลยอุทธรณ์เรื่องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์โดยยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2547 จึงต้องบังคับตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2547 มาตรา 3 ซึ่งบัญญัติไว้ในวรรคสองว่า "ห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลล้มละลาย เว้นแต่

(1) คำพิพากษายกฟ้อง หรือคำสั่งยกคำร้องหรือคำร้องขอให้ล้มละลาย

(2) คำสั่งยกคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ

(3) คำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน

(4) คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด

(5) คำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกับคดีตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย

ดังนี้ คำสั่งของศาลล้มละลายกลางที่ให้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ไม่ใช่คำพิพากษาหรือ

คำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดที่ได้รับยกเว้นให้อุทธรณ์ อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว และศาลฎีกาพิจารณาแล้วไม่มีเหตุที่จะรับคดีนี้ไว้พิจารณาพิพากษาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 26 วรรคสี่"

พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลในชั้นนี้ทั้งหมดให้จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000808.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548