คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6470/2548 ฉบับเต็ม

#268231
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6470/2548 บริษัทนิสเทิร์นอินดัสทรี จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด แสงชัย เฟอร์นิเจอร์ซิตี้ (1998) กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 453, มาตรา 1077 จำเลยที่ 2 และที่ 3 ประกอบกิจการค้าขายเฟอร์นิเจอร์ ใช้ชื่อร้านว่า แสงชัยเฟอร์นิเจอร์ และจำเลยที่ 2 ได้สั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์จากโจทก์ในชื่อแสงชัยเฟอร์นิเจอร์ เมื่อจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 2 ก็ยังคงสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์จากโจทก์ในชื่อแสงชัยเฟอร์นิเจอร์ การที่โจทก์ส่งสินค้าตามที่จำเลยที่ 2 สั่งในชื่อแสงชัยเฟอร์นิเจอร์ก่อนที่จะจดทะเบียนเป็นจำเลยที่ 1 แต่เมื่อจดทะเบียนเป็นจำเลยที่ 1 แล้วการซื้อสินค้าของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวก็อยู่ภายในขอบวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้เข้าไปถือเอาประโยชน์จากสินค้าที่โจทก์ส่งไปให้ จำเลยที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดในหนี้ที่จำเลยที่ 2 สั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ด้วย ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2540 ถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2541 จำเลยทั้งสองร่วมกันสั่งซื้อสินค้าประเภทเครื่องใช้ในครัวเรือน โต๊ะ ตู้ จากโจทก์รวม 72 รายการ เป็นเงิน 878,960.24 บาท เมื่อครบกำหนดชำระค่าสินค้า จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการได้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คธนาคารสหธนาคาร จำกัด (มหาชน) สาขานครราชสีมา จำนวน 13 ฉบับ รวมเป็นเงิน 485,203 บาท ชำระค่าสินค้าแก่โจทก์ เมื่อเช็คแต่ละฉบับถึงกำหนดชำระ โจทก์นำเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน ประกฏว่าธนาคารตามเช็คทั้ง 13 ฉบับ ปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสามชำระ แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 485,203 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่เคยซื้อสินค้าจากโจทก์ จำเลยที่ 2 รับว่าได้ลงลายมือชื่อในเช็ค 13 ฉบับ ตามฟ้องจริงแต่ลงลายมือชื่อในฐานะเจ้าของร้านแสงชัยเฟอร์นิเจอร์เพื่อชำระค่าสินค้าที่ร้านดังกล่าวซื้อสินค้าจากโจทก์ ต่อมาร้านดังกล่าวชำระค่าสินค้าแก่โจทก์แล้วแต่โจทก์มิได้คืนเช็คทั้ง 13 ฉบับให้ จำเลยที่ 2 จึงไม่มีหนี้ค่าสินค้าต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 485,203 บาท โดยให้จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชำระเงินจำนวน 367,460.50 บาท แก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้อุทธรณ์จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ฎีกาโต้แย้งฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นสามีภริยากัน ได้ร่วมกันประกอบธุรกิจขายเครื่องเฟอร์นิเจอร์โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า "แสงชัยเฟอร์นิเจอร์" ต่อมาจำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันจดทะเบียนตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเลยที่ 1 ขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2541 โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อปี 2540 ถึงปี 2541 จำเลยที่ 2 สั่งซื้อสินค้าเฟอร์นิเจอร์จากโจทก์หลายครั้ง รวม 72 รายการ คิดเป็นเงิน 912,960 บาท ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.5 ถึง จ.10 จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คจำนวน 13 ฉบับ รวมจำนวนเงิน 485,203 บาท เพื่อชำระค่าสินค้าที่เหลือให้แก่โจทก์ โดยเป็นค่าสินค้าก่อนที่จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 จำนวนเงิน 367,460.50 บาท เป็นหนี้ภายหลังจากจดทะเบียนเป็นจำเลยที่ 1 แล้ว จำนวนเงิน 117,742.50 บาท เมื่อเช็คแต่ละฉบับถึงกำหนด ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ปรากฏตามเช็คและใบคืนเช็คเอกสารหมาย จ.11 ถึง จ.23 โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสามชำระหนี้ตามเช็ค จำเลยทั้งสามไม่ชำระ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดชำระหนี้ตามฟ้องแก่โจทก์หรือไม่ โจทก์มีนายภิรมย์ มาพะเนาว์ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์เบิกความว่า จำเลยทั้งสามยังไม่ได้ชำระหนี้ค่าสินค้าตามที่ได้สั่งจ่ายเช็คไว้ โดยมีเช็คที่จำเลยที่ 2 สั่งจ่ายเป็นเอกสารประกอบคำเบิกความ ส่วนจำเลยที่ 2 นำสืบตามที่ฎีกาว่าชำระหนี้ตามเช็คทั้งหมดแล้ว แต่โจทก์ไม่ได้คืนเช็คให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งข้อนำสืบของจำเลยที่ 2 นั้นเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่มีพยานหลักฐานใดที่จะยืนยันตามที่จำเลยที่ 2 นำสืบ ข้ออ้างของจำเลยที่ 2 จึงขาดเหตุผล ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามเช็คแก่โจทก์ ฎีกาจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยใช้ชื่อว่า "แสงชัยเฟอร์นิเจอร์" เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2541 ปรากฏตามหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคลเอกสารหมาย จ.3 ก่อนจดทะเบียนเป็นจำเลยที่ 1 นั้น จำเลยที่ 2 และที่ 3 ประกอบกิจการค้าขายเฟอร์นิเจอร์ใช้ชื่อร้านว่า แสงชัยเฟอร์นิเจอร์และจำเลยที่ 2 ได้สั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์จากโจทก์ในชื่อแสงชัยเฟอร์นิเจอร์ เป็นจำนวนเงิน 367,460.50 บาท ตามเอกสารหมาย จ.5 ถึง จ.8 เมื่อจดทะเบียนเป็นจำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 2 ก็ยังคงสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์จากโจทก์ในชื่อ แสงชัยเฟอร์นิเจอร์ อีกเป็นจำนวนเงิน 117,742.50 บาท ตามเอกสารหมาย จ.9 ถึง จ.10 เห็นว่า การที่โจทก์ส่งสินค้าตามที่จำเลยที่ 2 สั่งในชื่อแสงชัยเฟอร์นิเจอร์ก่อนที่จะจดทะเบียนเป็นจำเลยที่ 1 แต่เมื่อจดทะเบียนเป็นจำเลยที่ 1 แล้วการซื้อสินค้าของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวก็อยู่ภายในขอบวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ก็ได้เข้าไปถือเอาประโยชน์จากสินค้าที่โจทก์ส่งไปให้ดังกล่าว จำเลยที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดในหนี้ที่จำเลยที่ 2 สั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ด้วย ฎีกาจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้ (มานะ ศุภวิริยกุล-ปัญญา ถนอมรอด-มนตรี ยอดปัญญา) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268231
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082028345"
    }
}
date
2548
deka_no
6470/2548
deka_running_no
6470
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "มานะ ศุภวิริยกุล",
    "ปัญญา ถนอมรอด",
    "มนตรี ยอดปัญญา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 453",
            "ม. 1077"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทนิสเทิร์นอินดัสทรี จำกัด"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด แสงชัย เฟอร์นิเจอร์ซิตี้ (1998)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2540 ถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2541 จำเลยทั้งสองร่วมกันสั่งซื้อสินค้าประเภทเครื่องใช้ในครัวเรือน โต๊ะ ตู้ จากโจทก์รวม 72 รายการ เป็นเงิน 878,960.24 บาท เมื่อครบกำหนดชำระค่าสินค้า จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการได้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คธนาคารสหธนาคาร จำกัด (มหาชน) สาขานครราชสีมา จำนวน 13 ฉบับ รวมเป็นเงิน 485,203 บาท ชำระค่าสินค้าแก่โจทก์ เมื่อเช็คแต่ละฉบับถึงกำหนดชำระ โจทก์นำเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน ประกฏว่าธนาคารตามเช็คทั้ง 13 ฉบับ ปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสามชำระ แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 485,203 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่เคยซื้อสินค้าจากโจทก์ จำเลยที่ 2 รับว่าได้ลงลายมือชื่อในเช็ค 13 ฉบับ ตามฟ้องจริงแต่ลงลายมือชื่อในฐานะเจ้าของร้านแสงชัยเฟอร์นิเจอร์เพื่อชำระค่าสินค้าที่ร้านดังกล่าวซื้อสินค้าจากโจทก์ ต่อมาร้านดังกล่าวชำระค่าสินค้าแก่โจทก์แล้วแต่โจทก์มิได้คืนเช็คทั้ง 13 ฉบับให้ จำเลยที่ 2 จึงไม่มีหนี้ค่าสินค้าต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 485,203 บาท โดยให้จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชำระเงินจำนวน 367,460.50 บาท แก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท

จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้อุทธรณ์จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ฎีกาโต้แย้งฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นสามีภริยากัน ได้ร่วมกันประกอบธุรกิจขายเครื่องเฟอร์นิเจอร์โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า "แสงชัยเฟอร์นิเจอร์" ต่อมาจำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันจดทะเบียนตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเลยที่ 1 ขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2541 โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อปี 2540 ถึงปี 2541 จำเลยที่ 2 สั่งซื้อสินค้าเฟอร์นิเจอร์จากโจทก์หลายครั้ง รวม 72 รายการ คิดเป็นเงิน 912,960 บาท ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.5 ถึง จ.10 จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คจำนวน 13 ฉบับ รวมจำนวนเงิน 485,203 บาท เพื่อชำระค่าสินค้าที่เหลือให้แก่โจทก์ โดยเป็นค่าสินค้าก่อนที่จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 จำนวนเงิน 367,460.50 บาท เป็นหนี้ภายหลังจากจดทะเบียนเป็นจำเลยที่ 1 แล้ว จำนวนเงิน 117,742.50 บาท เมื่อเช็คแต่ละฉบับถึงกำหนด ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ปรากฏตามเช็คและใบคืนเช็คเอกสารหมาย จ.11 ถึง จ.23 โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสามชำระหนี้ตามเช็ค จำเลยทั้งสามไม่ชำระ

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดชำระหนี้ตามฟ้องแก่โจทก์หรือไม่ โจทก์มีนายภิรมย์ มาพะเนาว์ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์เบิกความว่า จำเลยทั้งสามยังไม่ได้ชำระหนี้ค่าสินค้าตามที่ได้สั่งจ่ายเช็คไว้ โดยมีเช็คที่จำเลยที่ 2 สั่งจ่ายเป็นเอกสารประกอบคำเบิกความ ส่วนจำเลยที่ 2 นำสืบตามที่ฎีกาว่าชำระหนี้ตามเช็คทั้งหมดแล้ว แต่โจทก์ไม่ได้คืนเช็คให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งข้อนำสืบของจำเลยที่ 2 นั้นเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่มีพยานหลักฐานใดที่จะยืนยันตามที่จำเลยที่ 2 นำสืบ ข้ออ้างของจำเลยที่ 2 จึงขาดเหตุผล ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามเช็คแก่โจทก์ ฎีกาจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยใช้ชื่อว่า "แสงชัยเฟอร์นิเจอร์" เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2541 ปรากฏตามหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคลเอกสารหมาย จ.3 ก่อนจดทะเบียนเป็นจำเลยที่ 1 นั้น จำเลยที่ 2 และที่ 3 ประกอบกิจการค้าขายเฟอร์นิเจอร์ใช้ชื่อร้านว่า แสงชัยเฟอร์นิเจอร์และจำเลยที่ 2 ได้สั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์จากโจทก์ในชื่อแสงชัยเฟอร์นิเจอร์ เป็นจำนวนเงิน 367,460.50 บาท ตามเอกสารหมาย จ.5 ถึง จ.8 เมื่อจดทะเบียนเป็นจำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 2 ก็ยังคงสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์จากโจทก์ในชื่อ แสงชัยเฟอร์นิเจอร์ อีกเป็นจำนวนเงิน 117,742.50 บาท ตามเอกสารหมาย จ.9 ถึง จ.10 เห็นว่า การที่โจทก์ส่งสินค้าตามที่จำเลยที่ 2 สั่งในชื่อแสงชัยเฟอร์นิเจอร์ก่อนที่จะจดทะเบียนเป็นจำเลยที่ 1 แต่เมื่อจดทะเบียนเป็นจำเลยที่ 1 แล้วการซื้อสินค้าของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวก็อยู่ภายในขอบวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ก็ได้เข้าไปถือเอาประโยชน์จากสินค้าที่โจทก์ส่งไปให้ดังกล่าว จำเลยที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดในหนี้ที่จำเลยที่ 2 สั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ด้วย ฎีกาจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000789.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548