คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1508/2550 ฉบับเต็ม

#268244
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1508/2550 บริษัทไทยโฮมโปรดักส์อินดัสตรี้ จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ลิ้มเม่งจั้ว กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 572 ป.วิ.พ. มาตรา 142 คดีนี้แม้โจทก์จะตั้งรูปคดีว่าโจทก์ค้างชำระค่าเช่าซื้อเพียง 120,186 บาท แต่จุดประสงค์หลักของโจทก์ต้องการชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระทั้งหมด เพื่อให้จำเลยทั้งสองโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่เช่าซื้อแก่โจทก์ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ค้างชำระค่าเช่าซื้อจำนวน 185,186 บาท ศาลก็มีอำนาจพิพากษาให้โจทก์ชำระเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระที่แท้จริงดังกล่าวให้จำเลยทั้งสองและให้จำเลยทั้งสองโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่เช่าซื้อให้โจทก์ได้โดยไม่ถือว่าเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรับชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างทั้งหมดจำนวน 120,186 บาท จากโจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันโอนกรรมสิทธิ์และจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถยนต์ที่เช่าซื้อดังกล่าวให้เป็นชื่อของโจทก์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า... คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลมีอำนาจพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระจำนวนเกินกว่าที่โจทก์กล่าวมาในคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องและให้จำเลยทั้งสองร่วมกันโอนกรรมสิทธิ์และจดทะเบียนโอนรถยนต์ที่เช่าซื้อให้โจทก์ได้หรือไม่ เห็นว่า สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่เจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่าและให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้น หรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่าโดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว ดังนั้น เมื่อสัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ยังมีผลใช้บังคับ โจทก์ในฐานะผู้เช่าซื้อย่อมมีหน้าที่ต้องชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระทั้งหมด โดยจำเลยที่ 1 ต้องรับชำระค่าเช่าซื้อและโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่เช่าซื้อให้โจทก์เป็นการตอบแทน แม้คดีนี้โจทก์จะตั้งรูปคดีมาว่าโจทก์ค้างชำระค่าเช่าซื้อเพียง 120,186 บาท แต่จุดประสงค์หลักของโจทก์ต้องการชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระทั้งหมดเพื่อให้จำเลยทั้งสองโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่เช่าซื้อแก่โจทก์ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ค้างชำระค่าเช่าซื้อจำนวน 185,186 บาท ศาลก็มีอำนาจพิพากษาให้โจทก์ชำระเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระที่แท้จริงดังกล่าวให้จำเลยทั้งสองและให้จำเลยทั้งสองโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่เช่าซื้อให้โจทก์ได้โดยไม่ถือว่าเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับชำระเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระจำนวน 185,186 บาท จากโจทก์ และให้จำเลยทั้งสองโอนกรรมสิทธิ์และจดทะเบียนโอนรถยนต์ที่เช่าซื้อคันพิพาทให้เป็นชื่อของโจทก์เมื่อโจทก์ได้ชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระจำนวนดังกล่าวครบถ้วนแล้ว หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ. (สถิตย์ ทาวุฒิ-สมศักดิ์ เนตรมัย-ชวลิต ตุลยสิงห์) ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นางสาววราพร รีพัฒนาวิจิตกุล ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายวีระชาติ เอี่ยมประไพ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268244
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงใหม่",
        "judge": "นางสาววราพร รีพัฒนาวิจิตกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายวีระชาติ เอี่ยมประไพ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082018384"
    }
}
date
2550
deka_no
1508/2550
deka_running_no
1508
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "สถิตย์ ทาวุฒิ",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 572"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทไทยโฮมโปรดักส์อินดัสตรี้ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด ลิ้มเม่งจั้ว กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรับชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างทั้งหมดจำนวน 120,186 บาท จากโจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันโอนกรรมสิทธิ์และจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถยนต์ที่เช่าซื้อดังกล่าวให้เป็นชื่อของโจทก์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า... คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลมีอำนาจพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระจำนวนเกินกว่าที่โจทก์กล่าวมาในคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องและให้จำเลยทั้งสองร่วมกันโอนกรรมสิทธิ์และจดทะเบียนโอนรถยนต์ที่เช่าซื้อให้โจทก์ได้หรือไม่ เห็นว่า สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่เจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่าและให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้น หรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่าโดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว ดังนั้น เมื่อสัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ยังมีผลใช้บังคับ โจทก์ในฐานะผู้เช่าซื้อย่อมมีหน้าที่ต้องชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระทั้งหมด โดยจำเลยที่ 1 ต้องรับชำระค่าเช่าซื้อและโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่เช่าซื้อให้โจทก์เป็นการตอบแทน แม้คดีนี้โจทก์จะตั้งรูปคดีมาว่าโจทก์ค้างชำระค่าเช่าซื้อเพียง 120,186 บาท แต่จุดประสงค์หลักของโจทก์ต้องการชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระทั้งหมดเพื่อให้จำเลยทั้งสองโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่เช่าซื้อแก่โจทก์ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ค้างชำระค่าเช่าซื้อจำนวน 185,186 บาท ศาลก็มีอำนาจพิพากษาให้โจทก์ชำระเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระที่แท้จริงดังกล่าวให้จำเลยทั้งสองและให้จำเลยทั้งสองโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่เช่าซื้อให้โจทก์ได้โดยไม่ถือว่าเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง

พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับชำระเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระจำนวน 185,186 บาท จากโจทก์ และให้จำเลยทั้งสองโอนกรรมสิทธิ์และจดทะเบียนโอนรถยนต์ที่เช่าซื้อคันพิพาทให้เป็นชื่อของโจทก์เมื่อโจทก์ได้ชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระจำนวนดังกล่าวครบถ้วนแล้ว หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000698.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550