คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7062/2548 ฉบับเต็ม

#268328
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7062/2548 นางจิตร ทองอ่อน โจทก์ นายสิงห์หรือคำสิงห์ ดอกสุทัศน์ จำเลย ป.อ. มาตรา 352 ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์ตกลงให้ อ. ทำสัญญากู้ยืมเงินจากสหกรณ์เป็นเงิน 500,000 บาท โดยโจทก์จดทะเบียนจำนองที่ดินของโจทก์เป็นประกันหนี้ เหตุที่ต้องให้ อ. เป็นผู้กู้ยืม เพราะโจทก์ไม่ได้เป็นสมาชิกของสหกรณ์ดังกล่าว ต่อมา อ. ไปรับเงินที่กู้ยืมซึ่งเมื่อคิดหักชำระหนี้สินและค่าหุ้นแล้ว คงได้รับเป็นเงิน 431,928 บาท จึงต้องถือว่า อ. เป็นลูกหนี้ชั้นต้นที่ต้องรับผิดต่อสหกรณ์ และเป็นเจ้าของผู้มีกรรมสิทธิ์ในเงินที่กู้ยืมจากสหกรณ์ ตราบเท่าที่ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ต่อให้แก่ผู้ใด ทั้งโจทก์ไม่ได้มอบให้จำเลยเป็นตัวแทนไปรับเงินจาก อ. ดังนั้นการที่ อ. มอบเงินให้แก่จำเลยเพื่อฝากต่อให้แก่โจทก์ย่อมเป็นเรื่องความรับผิดระหว่าง อ. กับจำเลย โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะนำคดีมาฟ้องจำเลยในความผิดฐานยักยอกเงินดังกล่าวที่เป็นของ อ. ไปได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2543 เวลากลางวัน นางเอื้อน นิยมทอง ซึ่งได้ร่วมกับโจทก์กู้ยืมเงินจากสหกรณ์การเกษตรบางปลาม้า จำกัด ได้เบิกเงินกู้จำนวน 431,928 บาท ซึ่งเป็นของโจทก์ แล้วนางเอื้อนฝากจำเลยนำไปให้แก่โจทก์ จำเลยครอบครองเงินจำนวน 431,928 บาท ของโจทก์แล้วเบียดบังเอาเงินจำนวนดังกล่าวเป็นของตนโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก จำคุก 2 ปี 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นที่ยุติในเบื้องต้นว่า โจทก์ตกลงให้นางเอื้อน นิยมทอง ทำสัญญากู้ยืมเงินจากสหกรณ์การเกษตรบางปลาม้า จำกัด เป็นเงิน 500,000 บาท โดยโจทก์จดทะเบียนจำนองที่ดินของโจทก์เพื่อประกันหนี้ ตามสัญญาจำนองเอกสารหมาย จ.1 เหตุที่ต้องให้นางเอื้อนเป็นผู้กู้ยืมเพราะโจทก์ไม่ได้เป็นสมาชิกของสหกรณ์ฯ ดังกล่าว ต่อมาในวันเกิดเหตุตามฟ้องนางเอื้อนไปรับเงินที่กู้ยืมซึ่งเมื่อคิดหักชำระหนี้สินและค่าหุ้นแล้ว คงได้รับเป็นเงิน 431,928 บาท ซึ่งโจทก์ยังไม่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวจากนางเอื้อนแต่อย่างใด และโจทก์มีนางพรทิพย์ ทัศนสุวรรณ ผู้จัดการสหกรณ์ฯ มาเบิกความว่า นางเอื้อน นิยมทอง เป็นผู้ทำสัญญากู้ยืมเงินกับสหกรณ์ฯ โดยมีโจทก์เป็นผู้นำที่ดินมาจำนองเป็นประกันและนางเอื้อนเป็นผู้มารับเงินที่กู้ยืมจากสหกรณ์โดยสหกรณ์ หักค่าหุ้นเงินกู้ระยะสั้นที่ค้างชำระพร้อมดอกเบี้ย ก่อนมอบเงินที่เหลือให้แก่นางเอื้อน โจทก์และนางเอื้อนเองก็รับว่าโจทก์ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้กู้ด้วยตนเอง เพราะมิได้เป็นสมาชิกของสหกรณ์ฯ ตามพฤติการณ์จึงต้องถือว่านางเอื้อนเป็นลูกหนี้ชั้นต้นที่ต้องรับผิดต่อสหกรณ์ฯ และเป็นเจ้าของผู้มีกรรมสิทธิ์ในเงินที่กู้ยืมจากสหกรณ์ฯ ตราบเท่าที่ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ต่อให้แก่ผู้ใด นอกจากนี้ยังได้ความตามทางนำสืบของโจทก์ว่า โจทก์ไม่ได้มอบให้จำเลยเป็นตัวแทนไปรับเงินจากนางเอื้อน ดังนั้นหากนางเอื้อนจะได้มอบเงินให้แก่จำเลยเพื่อฝากต่อให้แก่โจทก์ก็เป็นเรื่องความรับผิดระหว่างนางเอื้อนกับจำเลย โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะนำคดีมาฟ้องจำเลยได้ในความผิดคดีนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์อีกต่อไป เพราะไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษาคดีนี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (เกรียงชัย จึงจตุรพิธ-วิชัย วิวิตเสวี-ธานิศ เกศวพิทักษ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268328
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082027928"
    }
}
date
2548
deka_no
7062/2548
deka_running_no
7062
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "เกรียงชัย จึงจตุรพิธ",
    "วิชัย วิวิตเสวี",
    "ธานิศ เกศวพิทักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 352"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางจิตร ทองอ่อน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสิงห์หรือคำสิงห์ ดอกสุทัศน์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2543 เวลากลางวัน นางเอื้อน นิยมทอง ซึ่งได้ร่วมกับโจทก์กู้ยืมเงินจากสหกรณ์การเกษตรบางปลาม้า จำกัด ได้เบิกเงินกู้จำนวน 431,928 บาท ซึ่งเป็นของโจทก์ แล้วนางเอื้อนฝากจำเลยนำไปให้แก่โจทก์ จำเลยครอบครองเงินจำนวน 431,928 บาท ของโจทก์แล้วเบียดบังเอาเงินจำนวนดังกล่าวเป็นของตนโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก จำคุก 2 ปี 6 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นที่ยุติในเบื้องต้นว่า โจทก์ตกลงให้นางเอื้อน นิยมทอง ทำสัญญากู้ยืมเงินจากสหกรณ์การเกษตรบางปลาม้า จำกัด เป็นเงิน 500,000 บาท โดยโจทก์จดทะเบียนจำนองที่ดินของโจทก์เพื่อประกันหนี้ ตามสัญญาจำนองเอกสารหมาย จ.1 เหตุที่ต้องให้นางเอื้อนเป็นผู้กู้ยืมเพราะโจทก์ไม่ได้เป็นสมาชิกของสหกรณ์ฯ ดังกล่าว ต่อมาในวันเกิดเหตุตามฟ้องนางเอื้อนไปรับเงินที่กู้ยืมซึ่งเมื่อคิดหักชำระหนี้สินและค่าหุ้นแล้ว คงได้รับเป็นเงิน 431,928 บาท ซึ่งโจทก์ยังไม่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวจากนางเอื้อนแต่อย่างใด และโจทก์มีนางพรทิพย์ ทัศนสุวรรณ ผู้จัดการสหกรณ์ฯ มาเบิกความว่า นางเอื้อน นิยมทอง เป็นผู้ทำสัญญากู้ยืมเงินกับสหกรณ์ฯ โดยมีโจทก์เป็นผู้นำที่ดินมาจำนองเป็นประกันและนางเอื้อนเป็นผู้มารับเงินที่กู้ยืมจากสหกรณ์โดยสหกรณ์ หักค่าหุ้นเงินกู้ระยะสั้นที่ค้างชำระพร้อมดอกเบี้ย ก่อนมอบเงินที่เหลือให้แก่นางเอื้อน โจทก์และนางเอื้อนเองก็รับว่าโจทก์ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้กู้ด้วยตนเอง เพราะมิได้เป็นสมาชิกของสหกรณ์ฯ ตามพฤติการณ์จึงต้องถือว่านางเอื้อนเป็นลูกหนี้ชั้นต้นที่ต้องรับผิดต่อสหกรณ์ฯ และเป็นเจ้าของผู้มีกรรมสิทธิ์ในเงินที่กู้ยืมจากสหกรณ์ฯ ตราบเท่าที่ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ต่อให้แก่ผู้ใด นอกจากนี้ยังได้ความตามทางนำสืบของโจทก์ว่า โจทก์ไม่ได้มอบให้จำเลยเป็นตัวแทนไปรับเงินจากนางเอื้อน ดังนั้นหากนางเอื้อนจะได้มอบเงินให้แก่จำเลยเพื่อฝากต่อให้แก่โจทก์ก็เป็นเรื่องความรับผิดระหว่างนางเอื้อนกับจำเลย โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะนำคดีมาฟ้องจำเลยได้ในความผิดคดีนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์อีกต่อไป เพราะไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษาคดีนี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000785.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548