คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 502/2550 ฉบับเต็ม

#268364
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 502/2550 นางวาสนา สังข์วงษ์ โจทก์ นางละออง มากแก้ว จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 224 โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า ที่ดินภายในกรอบเส้นสีเขียวตามรูปจำลองแผนที่ท้ายคำฟ้องเป็นสิทธิครอบครองของโจทก์ จำเลยให้การว่า ที่ดินส่วนที่โจทก์อ้างการครอบครองเป็นของจำเลยซึ่งซื้อมาจาก ล. จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของสิทธิครอบครองในที่ดิน และเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาที่ดินพิพาท โจทก์และจำเลยแถลงรับกันว่าที่ดินพิพาทมีราคา 100,000 บาท จึงเป็นคดีที่มีราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในศาลชั้นต้นเป็นเงิน 100,000 บาท ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ขอให้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น เห็นได้ว่าราคาทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์มีจำนวนเท่ากับราคาทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์ที่พิพาทในศาลชั้นต้นไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด และโจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ในทุนทรัพย์ 100,000 บาท เป็นการถูกต้องครบถ้วนแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นคดีที่มีราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์เกินกว่า 50,000 บาท ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคแรก ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 84 หมู่ที่ 3 (เดิมหมู่ที่ 6) ตำบลตลาดใหม่ (เดิมตำบลท่าช้าง) อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ด้านทิศใต้เนื้อที่ 89 ตารางวา ตามรูปจำลองแผนที่ในกรอบเส้นสีเขียว โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องเมื่อเจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดที่ดินแล้วเสร็จ ให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนของโจทก์ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ คืนค่าขึ้นศาล 1,942.50 บาท และคืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่โจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ชอบหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยแถลงร่วมกันว่าที่ดินพิพาทคดีนี้มีราคา 100,000 บาท ตามที่จำเลยแถลงว่าได้ซื้อที่ดินพิพาทแปลงดังกล่าวมาในราคา 10,000 บาท และโจทก์ได้ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มเติมจนครบถ้วนแล้ว ราคาที่ดินพิพาทหรือทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์จึงเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท ไม่ใช่มีราคาไร่ละ 100,000 บาท และคิดเป็นจำนวนทุนทรัพย์ 22,250 บาท ตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า ที่ดินภายในกรอบเส้นสีเขียวตามรูปจำลองแผนที่ท้ายคำฟ้องเป็นสิทธิครอบครองของโจทก์ จำเลยให้การว่า ที่ดินส่วนที่โจทก์อ้างการครอบครองเป็นของจำเลยซึ่งซื้อมาจากนางลุ่ย จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของสิทธิครอบครองในที่ดิน และเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาที่ดินพิพาท ในระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นสอบถามคู่ความเกี่ยวกับราคาทรัพย์สินที่พิพาทคือที่ดินพิพาทจำนวนเนื้อที่ 89 ตารางวา โจทก์และจำเลยแถลงรับกันว่าที่ดินพิพาทมีราคา 100,000 บาท จึงเป็นคดีที่มีราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในศาลชั้นต้นเป็นเงิน 100,000 บาท ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่ม ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2546 และวันที่ 29 เมษายน 2546 โจทก์ได้เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มตามจำนวนทุนทรัพย์ 100,000 บาท ครบถ้วนแล้ว ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงว่า โจทก์เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทด้วยเจตนายึดถือเพื่อตนมาเกินกว่า 1 ปี และนางลุ่ยก็มิได้โต้แย้งคัดค้าน ข้อเท็จจริงไม่อาจถือว่าโจทก์ได้สละสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย ขอให้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นเห็นได้ว่าราคาทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์มีจำนวนเท่ากับราคาทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์ที่พิพาทในศาลชั้นต้นไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด และโจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ในทรัพย์ 100,000 บาท เป็นการถูกต้องครบถ้วนแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นคดีที่มีราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์เกินกว่า 50,000 บาท ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคแรก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงตามอุทธรณ์ของโจทก์จึงไม่ชอบ ทั้งเป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวตามลำดับชั้นศาลเสียก่อนฎีกาข้ออื่นของโจทก์ไม่จำต้องวินิจฉัย" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาพิพากษาใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ (ชาลี ทัพภวิมล-สมศักดิ์ จันทรา-ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268364
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082019413"
    }
}
date
2550
deka_no
502/2550
deka_running_no
502
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "ชาลี ทัพภวิมล",
    "สมศักดิ์ จันทรา",
    "ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 224"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางวาสนา สังข์วงษ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางละออง มากแก้ว"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 84 หมู่ที่ 3 (เดิมหมู่ที่ 6) ตำบลตลาดใหม่ (เดิมตำบลท่าช้าง) อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ด้านทิศใต้เนื้อที่ 89 ตารางวา ตามรูปจำลองแผนที่ในกรอบเส้นสีเขียว โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องเมื่อเจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดที่ดินแล้วเสร็จ ให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนของโจทก์ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ คืนค่าขึ้นศาล 1,942.50 บาท และคืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่โจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ชอบหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยแถลงร่วมกันว่าที่ดินพิพาทคดีนี้มีราคา 100,000 บาท ตามที่จำเลยแถลงว่าได้ซื้อที่ดินพิพาทแปลงดังกล่าวมาในราคา 10,000 บาท และโจทก์ได้ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มเติมจนครบถ้วนแล้ว ราคาที่ดินพิพาทหรือทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์จึงเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท ไม่ใช่มีราคาไร่ละ 100,000 บาท และคิดเป็นจำนวนทุนทรัพย์ 22,250 บาท ตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า ที่ดินภายในกรอบเส้นสีเขียวตามรูปจำลองแผนที่ท้ายคำฟ้องเป็นสิทธิครอบครองของโจทก์ จำเลยให้การว่า ที่ดินส่วนที่โจทก์อ้างการครอบครองเป็นของจำเลยซึ่งซื้อมาจากนางลุ่ย จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของสิทธิครอบครองในที่ดิน และเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาที่ดินพิพาท ในระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นสอบถามคู่ความเกี่ยวกับราคาทรัพย์สินที่พิพาทคือที่ดินพิพาทจำนวนเนื้อที่ 89 ตารางวา โจทก์และจำเลยแถลงรับกันว่าที่ดินพิพาทมีราคา 100,000 บาท จึงเป็นคดีที่มีราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในศาลชั้นต้นเป็นเงิน 100,000 บาท ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่ม ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2546 และวันที่ 29 เมษายน 2546 โจทก์ได้เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มตามจำนวนทุนทรัพย์ 100,000 บาท ครบถ้วนแล้ว ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงว่า โจทก์เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทด้วยเจตนายึดถือเพื่อตนมาเกินกว่า 1 ปี และนางลุ่ยก็มิได้โต้แย้งคัดค้าน ข้อเท็จจริงไม่อาจถือว่าโจทก์ได้สละสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย ขอให้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นเห็นได้ว่าราคาทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์มีจำนวนเท่ากับราคาทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์ที่พิพาทในศาลชั้นต้นไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด และโจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ในทรัพย์ 100,000 บาท เป็นการถูกต้องครบถ้วนแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นคดีที่มีราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์เกินกว่า 50,000 บาท ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคแรก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงตามอุทธรณ์ของโจทก์จึงไม่ชอบ ทั้งเป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวตามลำดับชั้นศาลเสียก่อนฎีกาข้ออื่นของโจทก์ไม่จำต้องวินิจฉัย"

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาพิพากษาใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000707.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550