ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7565/2548
บริษัทพรีเมียร์เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด
โจทก์
ธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน)
ผู้ร้อง
นายวันชัย ปราชญ์ศรีภูมิ
จำเลย
ป.วิ.พ. มาตรา 7, มาตรา 15, มาตรา 151, มาตรา 289, มาตรา 302
คำร้องที่ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จำนองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 เป็นคำร้องที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาตามมาตรา 7 (2) ต้องเสนอต่อศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีตามมาตรา 302 คือศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นต้น ดังนั้น ศาลที่ออกหมายบังคับคดีตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 289 ย่อมหมายถึงศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นต้น ส่วนมาตรา 15 วรรคสอง มิได้บัญญัติให้ถือเสมือนหนึ่งว่าศาลที่บังคับคดีแทนเป็นศาลที่ออกหมายบังคับคดี ผู้ร้องจึงต้องยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นศาลที่ออกหมายบังคับคดี
การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องและให้ผู้ร้องไปดำเนินการที่ศาลที่มีอำนาจต่อไป มีผลเท่ากับเป็นการสั่งไม่รับหรือคืนคำร้องนั้นไปเพื่อยื่นต่อศาลที่มีเขตอำนาจ จึงต้องคืนค่าคำร้องแก่ผู้ร้อง ที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ค่าคำร้องเป็นพับเป็นการไม่ชอบ
___________________________
คดีสืบเนื่องมาจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีออกหมายบังคับคดีส่งไปให้ศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดนครราชสีมา) บังคับคดีแทน และเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครราชสีมาได้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 101968 และ 101969 ของจำเลยออกขายทอดตลาด
ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า ที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ทั้งสองแปลงติดจำนองอยู่กับผู้ร้อง และผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ 894/2545 ของศาลแขวงนครราชสีมา ซึ่งพิพากษาให้จำเลยกับพวกร่วมกันชำระเงิน 236,119.90 บาท แก่ผู้ร้องพร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวซึ่งเป็นทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องชอบที่จะได้เงินที่ขายที่ดินที่ยึดนั้น ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จากเงินที่ขายทอดตลาดก่อนเจ้าหนี้อื่น
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลชั้นต้นบังคับคดีแทนศาลจังหวัดเชียงใหม่ มิใช่ศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นต้น จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ ให้ผู้ร้องไปดำเนินการที่ศาลที่มีอำนาจ
โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า ผู้ร้องจะยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จำนองต่อศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดนครราชสีมา) ที่บังคับคดีแทนศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ไต่สวนและมีคำสั่งได้หรือไม่ ผู้ร้องอุทธรณ์ว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 บัญญัติเพียงว่าให้ยื่นคำร้องต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดี มิได้จำกัดว่าจะต้องกระทำเฉพาะต่อศาลที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดคดีในชั้นต้น และความในมาตรา 15 วรรคสอง บัญญัติให้ศาลที่บังคับคดีแทนจะต้องตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการบังคับคดีโดยไม่ชักช้าซึ่งมีผลเสมือนเป็นศาลที่ออกหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจไต่สวนและสั่งอนุญาตตามคำร้องของผู้ร้องได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า คำร้องของผู้ร้องเป็นคำร้องที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาซึ่งจำต้องมีคำวินิจฉัยของศาลก่อนที่การบังคับคดีจะได้ดำเนินไปได้โดยครบถ้วนและถูกต้องนั้น คำร้องเช่นนี้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 7 (2) อันเป็นบทบัญญัติในเรื่องเขตอำนาจศาลบัญญัติให้เสนอต่อศาลที่มีอำนาจในการบังคบคดีตามมาตรา 302 และศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีโดยมีอำนาจออกหมายบังคับคดีและทำคำวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องใด ๆ อันเกี่ยวด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษานั้น มาตรา 302 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่าคือศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นต้น ดังนั้น ศาลที่ออกหมายบังคับคดีตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 289 ย่อมหมายถึงศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นต้น สำหรับคดีนี้จึงได้แก่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนมาตรา 15 วรรคสอง ที่ผู้ร้องอ้างเพียงแต่บัญญัติให้ศาลที่จะมีการบังคับคดีนอกเขตศาลที่ออกหมายบังคับคดีดำเนินการไปเสมือนหนึ่งเป็นศาลที่บังคับคดีแทนตามมาตรา 302 วรรคสาม บทกฎหมายดังกล่าวหาได้บัญญัติให้ถือเสมือนหนึ่งว่าศาลที่บังคับคดีแทนเป็นศาลที่ออกหมายบังคับคดีแต่อย่างใดไม่ ผู้ร้องจึงต้องยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นศาลที่ออกหมายบังคับคดีให้ไต่สวนและมีคำสั่ง การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นจึงเป็นการไม่ชอบ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ผู้ร้องอ้างมาในอุทธรณ์ ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น
อนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องและให้ผู้ร้องไปดำเนินการที่ศาลที่มีอำนาจต่อไปนั้น มีผลเท่ากับเป็นการสั่งไม่รับหรือคืนคำร้องนั้นไปเพื่อยื่นต่อศาลที่มีเขตอำนาจคือศาลจังหวัดเชียงใหม่จึงต้องคืนค่าคำร้องแก่ผู้ร้อง ที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ค่าคำร้องเป็นพับเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเป็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง"
พิพากษายืน แต่ให้คืนค่าคำร้องแก่ผู้ร้อง
(สมคักดิ์ เนตรมัย-สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์-สุรศักดิ์ สุวรรณประกร)
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
ในกรณีที่มีการนำคดีขึ้นสู่ศาลแล้ว ไม่ว่าเป็นคดีมีข้อพิพาทหรือไม่มีข้อพิพาท ถ้าผู้ที่เป็นคู่ความมีความประสงค์จะขอให้ศาลมีคำสั่งในเรื่องใดอาจยื่นเป็นคำขอหรือคำร้องต่อศาลได้ ต่างกับบุคคลภายนอกที่ต้องทำเป็นรูปคำร้องขอยื่นต่อศาล คำร้องขอจึงอาจเป็นคำร้องขอเริ่มต้นคดีในคดีไม่มีข้อพิพาทตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 188 ซึ่งเป็นคำฟ้องตามความหมายในมาตรา 1 (3) หรือเป็นกรณีที่บุคคลภายนอกยื่นคำร้องขอต่อศาลซึ่งไม่ใช่คำร้องขอตามมาตรา 188 ที่บางกรณีอาจเป็นคำฟ้องตามมาตรา 1 (3) เช่น คำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่สามในฐานะเป็นโจทก์ตามมาตรา 57 (1) เป็นต้น แต่บางกรณีอาจไม่เป็นคำฟ้องตามมาตรา 1 (3) เช่น คำร้องขอของเจ้าหนี้จำนองตามมาตรา 289 มาตรา 7 (2) ระบุถึงคำฟ้องหรือคำร้องขอ สำหรับคำร้องขอดังกล่าวเป็นคำร้องขอที่บุคคลภายนอกยื่นต่อศาลมิใช่คำร้อง ที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ากรณีตามมาตรา 289 ต้องยื่นต่อศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีตามมาตรา 7 (2) นั้น ถูกต้องแล้ว แต่ที่ระบุว่าเป็นคำร้องนั้น น่าจะคลาดเคลื่อนไปและไม่ตรงกับบทบัญญัติในมาตรา 7 (2) และมาตรา 289 ที่ใช้คำว่า คำร้องขอ ไพโรจน์ วายุภาพ