คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2040/2550 ฉบับเต็ม

#268452
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2040/2550 นายจิตติ เกียรติไทยยนต์ โจทก์ นายปรีดา ดีพรม กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 180 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 16 โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องครั้งที่สองโดยรับข้อเท็จจริงบางส่วนตามคำให้การของจำเลยทั้งสี่ เป็นการขอลดทุนทรัพย์ฟ้องเดิมภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ และคดีนี้ศาลชั้นต้นยังไม่ได้สืบพยานโจทก์และพยานจำเลยจึงยังอยู่ภายในกำหนดเวลาที่จำเลยทั้งสี่จะแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยทั้งสี่เพื่อหักล้างข้ออ้างของโจทก์ได้ การแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวจึงไม่ทำให้จำเลยทั้งสี่เสียเปรียบและหลงข้อต่อสู้แต่ประการใด ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมฯ มาตรา 16 วรรคสี่ ที่บัญญัติว่า "ในกรณีที่มีการยื่นฟ้องคดีต่อศาลจังหวัด และคดีนั้นเกิดขึ้นในเขตของศาลแขวงและอยู่ในอำนาจของศาลแขวง ให้ศาลจังหวัดนั้นมีคำสั่งโอนคดีไปยังศาลแขวงที่มีเขตอำนาจ" นั้น แม้จะใช้ถ้อยคำว่าศาลจังหวัดก็ตาม แต่เจตนารมณ์ของกฎหมายที่บัญญัติความในวรรคสี่ไว้เนื่องจากไม่ประสงค์ให้ศาลชั้นต้นที่มีศาลแขวงตั้งอยู่ในเขตศาลนั้นรับพิจารณาคดีที่เกิดขึ้นในเขตของศาลแขวงและอยู่ในอำนาจของศาลแขวง เมื่อศาลแพ่งธนบุรีเป็นศาลชั้นต้นที่มีศาลแขวงธนบุรีและศาลแขวงตลิ่งชันตั้งอยู่ในเขตจึงต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติดังกล่าวด้วย คดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องโดยลดจำนวนทุนทรัพย์ลงเป็นเหตุให้คดีของโจทก์เป็นคดีที่เกิดในเขตของศาลแขวงและอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแขวง ศาลแพ่งธนบุรีจึงต้องมีคำสั่งโอนคดีไปยังศาลแขวงธนบุรีซึ่งเป็นศาลแขวงที่มีเขตอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันรับผิดชำระเงินจำนวน 367,575 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 253,500 บาท จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ วันที่ 19 มกราคม 2547 โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องในส่วนของยอดหนี้ว่า จำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์จำนวน 30,000 บาท และเมื่อรวมยอดต้นเงินที่ค้างชำระ และดอกเบี้ยถึงวันฟ้องแล้วเป็นเงินจำนวน 327,487.50 บาท โดยขอแก้ไขทุนทรัพย์ตามคำฟ้องเป็นจำนวน 327,487.50 บาท และขอแก้ไขคำขอท้ายฟ้องเป็นว่า ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวน 327,487.50 บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องเป็นครั้งที่สองว่า โจทก์ได้รับเช็คมาเพียง 6 ฉบับ มิใช่ 10 ฉบับ ดังที่บรรยายในคำฟ้องครั้งแรก และในจำนวน 6 ฉบับ ที่ได้รับมาเรียกเก็บเงินได้เพียง 3 ฉบับ โดยเช็คที่เรียกเก็บเงินไม่ได้คือเช็ค 3 ฉบับ ที่โจทก์บรรยายในคำฟ้องครั้งแรก สำหรับเช็คหมายเลข 1925160 ถึง 1925163 จำเลยที่ 1 มิได้สั่งจ่ายให้แก่โจทก์และขอยกเลิกคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องครั้งก่อนทั้งหมด โดยแก้ไขในส่วนของการชำระหนี้ใหม่ว่า ภายหลังจากนั้นมีการทยอยชำระหนี้รวม 6 ครั้ง เป็นเงิน 127,500 บาท จำเลยที่ 1 จึงค้างชำระหนี้อยู่จำนวน 274,443 บาท และแก้ไขทุนทรัพย์จากจำนวน 327,487.50 บาท เป็น 274,443 บาท กับแก้ไขคำขอท้ายฟ้องเป็นว่า ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 274,443 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 274,443 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องได้ ยกเว้นข้อความที่ว่า "ส่วนเช็คหมายเลข 1925160 ถึง 1925163 จำเลยที่ 1 มิได้สั่งจ่ายให้แก่โจทก์แต่อย่างใด" เพราะเห็นว่าเป็นการแก้ไขตามคำให้การของจำเลยทั้งสี่ ซึ่งโจทก์สามารถที่จะนำสืบได้ในชั้นพิจารณา และเนื่องจากเมื่อแก้ไขคำฟ้องแล้วเป็นเหตุให้ทุนทรัพย์ลดลงเหลือเพียง 274,443 บาท ซึ่งไม่เกิน 300,000 บาท คดีจึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลชั้นต้น ให้คืนฟ้องแก่โจทก์เพื่อให้ไปฟ้องใหม่ยังศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีต่อไป ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดแก่โจทก์ จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้โอนคดีไปยังศาลแขวงธนบุรี ไม่คืนค่าขึ้นศาลชั้นต้นแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องครั้งที่สองชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องครั้งที่สองโดยรับข้อเท็จจริงบางส่วนตามคำให้การของจำเลยทั้งสี่ เป็นการขอลดทุนทรัพย์ฟ้องเดิมภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ และคดีนี้ศาลชั้นต้นยังไม่ได้สืบพยานโจทก์และพยานจำเลยจึงยังอยู่ภายในกำหนดเวลาที่จำเลยทั้งสี่จะแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยทั้งสี่เพื่อหักล้างข้ออ้างของโจทก์ได้ การแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวจึงไม่ทำให้จำเลยทั้งสี่เสียเปรียบและหลงข้อต่อสู้แต่ประการใด ฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสี่ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยทั้งสี่ฎีกาต่อไปว่า คำพิพากษาศาลอุทธรร์ที่วินิจฉัยว่าเมื่อโจทก์แก้ไขคำฟ้องแล้วคงมีทุนทรัพย์เพียง 274,443 บาท ไม่ถึง 300,000 บาท อันเป็นผลให้คดีไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแพ่งธนบุรีจึงให้โอนคดีไปยังศาลแขวงธนบุรีตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 16 วรรคสี่ ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 16 วรรคสี่ ที่บัญญัติว่า "ในกรณีที่มีการยื่นฟ้องคดีต่อศาลจังหวัด และคดีนั้นเกิดขึ้นในเขตของศาลแขวงและอยู่ในอำนาจของศาลแขวงให้ศาลจังหวัดนั้นมีคำสั่งโอนคดีไปยังศาลแขวงที่มีเขตอำนาจ" นั้น แม้จะใช้ถ้อยคำว่าศาลจังหวัดก็ตาม แต่เจตนารมณ์ของกฎหมายที่บัญญัติความในวรรคสี่ไว้เนื่องจากไม่ประสงค์ให้ศาลชั้นต้นที่มีศาลแขวงตั้งอยู่ในเขตศาลนั้นรับพิจารณาคดีที่เกิดขึ้นในเขตของศาลแขวงและอยู่ในอำนาจของศาลแขวง เมื่อศาลแพ่งธนบุรีเป็นศาลชั้นต้นที่มีศาลแขวงธนบุรีและศาลแขวงตลิ่งชันตั้งอยู่ในเขตจึงต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติดังกล่าวด้วย คดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องโดยลดจำนวนทุนทรัพย์ลงเป็นเหตุให้คดีของโจทก์เป็นคดีที่เกิดขึ้นในเขตของศาลแขวงและอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแขวง ศาลแพ่งธนบุรีจึงต้องมีคำสั่งโอนคดีไปยังศาลแขวงธนบุรีซึ่งเป็นศาลแขวงที่มีเขตอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสี่ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน" พิพากษายืน (ประทีป เฉลิมภัทรกุล-เรวัตร อิศราภรณ์-วีระชาติ เอี่ยมประไพ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268452
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082017956"
    }
}
date
2550
deka_no
2040/2550
deka_running_no
2040
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล",
    "เรวัตร อิศราภรณ์",
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 180"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระธรรมนูญศาลยุติธรรม",
        "law_abbr": "พระธรรมนูญศาลยุติธรรม",
        "sections": [
            "ม. 16"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายจิตติ เกียรติไทยยนต์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายปรีดา ดีพรม กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันรับผิดชำระเงินจำนวน 367,575 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 253,500 บาท จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

วันที่ 19 มกราคม 2547 โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องในส่วนของยอดหนี้ว่า จำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์จำนวน 30,000 บาท และเมื่อรวมยอดต้นเงินที่ค้างชำระ และดอกเบี้ยถึงวันฟ้องแล้วเป็นเงินจำนวน 327,487.50 บาท โดยขอแก้ไขทุนทรัพย์ตามคำฟ้องเป็นจำนวน 327,487.50 บาท และขอแก้ไขคำขอท้ายฟ้องเป็นว่า ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวน 327,487.50 บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องเป็นครั้งที่สองว่า โจทก์ได้รับเช็คมาเพียง 6 ฉบับ มิใช่ 10 ฉบับ ดังที่บรรยายในคำฟ้องครั้งแรก และในจำนวน 6 ฉบับ ที่ได้รับมาเรียกเก็บเงินได้เพียง 3 ฉบับ โดยเช็คที่เรียกเก็บเงินไม่ได้คือเช็ค 3 ฉบับ ที่โจทก์บรรยายในคำฟ้องครั้งแรก สำหรับเช็คหมายเลข 1925160 ถึง 1925163 จำเลยที่ 1 มิได้สั่งจ่ายให้แก่โจทก์และขอยกเลิกคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องครั้งก่อนทั้งหมด โดยแก้ไขในส่วนของการชำระหนี้ใหม่ว่า ภายหลังจากนั้นมีการทยอยชำระหนี้รวม 6 ครั้ง เป็นเงิน 127,500 บาท จำเลยที่ 1 จึงค้างชำระหนี้อยู่จำนวน 274,443 บาท และแก้ไขทุนทรัพย์จากจำนวน 327,487.50 บาท เป็น 274,443 บาท กับแก้ไขคำขอท้ายฟ้องเป็นว่า ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 274,443 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 274,443 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องได้ ยกเว้นข้อความที่ว่า "ส่วนเช็คหมายเลข 1925160 ถึง 1925163 จำเลยที่ 1 มิได้สั่งจ่ายให้แก่โจทก์แต่อย่างใด" เพราะเห็นว่าเป็นการแก้ไขตามคำให้การของจำเลยทั้งสี่ ซึ่งโจทก์สามารถที่จะนำสืบได้ในชั้นพิจารณา และเนื่องจากเมื่อแก้ไขคำฟ้องแล้วเป็นเหตุให้ทุนทรัพย์ลดลงเหลือเพียง 274,443 บาท ซึ่งไม่เกิน 300,000 บาท คดีจึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลชั้นต้น ให้คืนฟ้องแก่โจทก์เพื่อให้ไปฟ้องใหม่ยังศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีต่อไป ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดแก่โจทก์

จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้โอนคดีไปยังศาลแขวงธนบุรี ไม่คืนค่าขึ้นศาลชั้นต้นแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสี่ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องครั้งที่สองชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องครั้งที่สองโดยรับข้อเท็จจริงบางส่วนตามคำให้การของจำเลยทั้งสี่ เป็นการขอลดทุนทรัพย์ฟ้องเดิมภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ และคดีนี้ศาลชั้นต้นยังไม่ได้สืบพยานโจทก์และพยานจำเลยจึงยังอยู่ภายในกำหนดเวลาที่จำเลยทั้งสี่จะแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยทั้งสี่เพื่อหักล้างข้ออ้างของโจทก์ได้ การแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวจึงไม่ทำให้จำเลยทั้งสี่เสียเปรียบและหลงข้อต่อสู้แต่ประการใด ฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสี่ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยทั้งสี่ฎีกาต่อไปว่า คำพิพากษาศาลอุทธรร์ที่วินิจฉัยว่าเมื่อโจทก์แก้ไขคำฟ้องแล้วคงมีทุนทรัพย์เพียง 274,443 บาท ไม่ถึง 300,000 บาท อันเป็นผลให้คดีไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแพ่งธนบุรีจึงให้โอนคดีไปยังศาลแขวงธนบุรีตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 16 วรรคสี่ ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 16 วรรคสี่ ที่บัญญัติว่า "ในกรณีที่มีการยื่นฟ้องคดีต่อศาลจังหวัด และคดีนั้นเกิดขึ้นในเขตของศาลแขวงและอยู่ในอำนาจของศาลแขวงให้ศาลจังหวัดนั้นมีคำสั่งโอนคดีไปยังศาลแขวงที่มีเขตอำนาจ" นั้น แม้จะใช้ถ้อยคำว่าศาลจังหวัดก็ตาม แต่เจตนารมณ์ของกฎหมายที่บัญญัติความในวรรคสี่ไว้เนื่องจากไม่ประสงค์ให้ศาลชั้นต้นที่มีศาลแขวงตั้งอยู่ในเขตศาลนั้นรับพิจารณาคดีที่เกิดขึ้นในเขตของศาลแขวงและอยู่ในอำนาจของศาลแขวง เมื่อศาลแพ่งธนบุรีเป็นศาลชั้นต้นที่มีศาลแขวงธนบุรีและศาลแขวงตลิ่งชันตั้งอยู่ในเขตจึงต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติดังกล่าวด้วย คดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องโดยลดจำนวนทุนทรัพย์ลงเป็นเหตุให้คดีของโจทก์เป็นคดีที่เกิดขึ้นในเขตของศาลแขวงและอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแขวง ศาลแพ่งธนบุรีจึงต้องมีคำสั่งโอนคดีไปยังศาลแขวงธนบุรีซึ่งเป็นศาลแขวงที่มีเขตอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสี่ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000694.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550