คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1148/2550 ฉบับเต็ม

#268493
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1148/2550 พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์ นางชนัดดา บุญชู จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), มาตรา 123 พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 15 แม้ตามคำฟ้องจะระบุว่า ช. เป็นผู้เสียหาย แต่ในคำฟ้องก็มีข้อความต่อไปว่าลิขสิทธิ์ตามฟ้องเป็นของ ม. สำหรับดนตรีกรรม เพลง "พี่ชาย" และ ค. สำหรับดนตรีกรรมเพลง "ลมเพ ลมพัด, โมรา และรอยทาง" ส่วนในความตอนท้ายของคำฟ้องก็มีข้อความว่าผู้เสียหายซึ่งคือ ช. ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนโดยท้ายคำฟ้องโจทก์ได้อ้างสัญญาซื้อขายสิทธิมาด้วย ซึ่งถือว่าสัญญาซื้อขายสิทธิดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง และในข้อ 7 ของสัญญาซื้อขายสิทธิระบุว่า เจ้าของลิขสิทธิ์คือ ม. และ ค. ได้ตกลงให้ ช. เป็นผู้ดำเนินการแจ้งความทุกข์ รวมทั้งมีสิทธิมอบอำนาจช่วง ดังนี้การร้องทุกข์โดยผู้เสียหายคือ ช. ต่อพนักงานสอบสวนตามคำบรรยายฟ้องจึงถือได้ว่าคดีมีการร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 5, 6, 15, 27, 28, 69, 76 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 และสั่งจ่ายค่าปรับกึ่งหนึ่งแก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ด้วย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเห็นว่า ปรากฏตามคำฟ้องว่านายชัยวุทธิ์หรือชัยสิรัตน์ ตรึกตรอง เป็นเพียงผู้ได้รับสิทธิในการเป็นผู้ดำเนินการจัดเก็บค่าเผยแพร่ลิขสิทธิ์จากเจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้น นายชัยวุทธิ์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) เมื่อผู้เสียหายที่แท้จริงมิได้ร้องทุกข์โดยชอบต่อพนักงานสอบสวนในความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์อันเป็นความผิดต่อส่วนตัว พนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า คดีนี้มีการร้องทุกข์โดยชอบแล้วหรือไม่ เห็นว่า แม้ตามคำฟ้องจะระบุว่า นายชัยวุทธิ์หรือชัยสิรัตน์ ตรึกตรอง เป็นผู้เสียหายแต่ในคำฟ้องก็มีข้อความต่อไปว่าลิขสิทธิ์ตามฟ้องเป็นของนายมณเฑียร แสงสุวรรณสำหรับดนตรีกรรม เพลง "พี่ชาย" และนายคฑาวุธ ทองไทย สำหรับดนตรีกรรมเพลง "ลมเพ ลมพัด, โมรา และรอยทาง" ส่วนในความตอนท้ายของคำฟ้องก็มีข้อความว่า ผู้เสียหายซึ่งคือนายชัยวุทธิ์หรือชัยสิรัตน์ ตรึกตรอง ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนโดยท้ายคำฟ้องโจทก์ได้อ้างสัญญาซื้อขายสิทธิมาด้วย ซึ่งถือว่าสัญญาซื้อขายสิทธิดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง และในข้อ 7 ของสัญญาซื้อขายสิทธิระบุว่า เจ้าของลิขสิทธิ์คือนายมณเฑียร แสงสุวรรณ และนายคฑาวุธ ทองไทย ได้ตกลงให้นายชัยวุทธิ์หรือชัยสิรัตน์ ตรึกตรอง เป็นผู้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์รวมทั้งมีสิทธิมอบอำนาจช่วง ดังนี้ การร้องทุกข์โดยผู้เสียหายคือ นายชัยวุทธิ์หรือชัยสิรัตน์ ตรึกตรอง ต่อพนักงานสอบสวนตามคำบรรยายฟ้องจึงถือได้ว่าคดีมีการร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์โดยชอบ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น อนึ่ง เมื่อฟังว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องแล้ว แต่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางยังมิได้พิจารณาการกระทำความผิดของจำเลยตามฟ้อง จึงเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาพิพากษาเสียก่อน" พิพากษายกคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี (เกรียงชัย จึงจตุรพิธ-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268493
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082018605"
    }
}
date
2550
deka_no
1148/2550
deka_running_no
1148
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "เกรียงชัย จึงจตุรพิธ",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)",
            "ม. 123"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537",
        "sections": [
            "ม. 15"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางชนัดดา บุญชู"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 5, 6, 15, 27, 28, 69, 76 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 และสั่งจ่ายค่าปรับกึ่งหนึ่งแก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ด้วย

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเห็นว่า ปรากฏตามคำฟ้องว่านายชัยวุทธิ์หรือชัยสิรัตน์ ตรึกตรอง เป็นเพียงผู้ได้รับสิทธิในการเป็นผู้ดำเนินการจัดเก็บค่าเผยแพร่ลิขสิทธิ์จากเจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้น นายชัยวุทธิ์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) เมื่อผู้เสียหายที่แท้จริงมิได้ร้องทุกข์โดยชอบต่อพนักงานสอบสวนในความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์อันเป็นความผิดต่อส่วนตัว พนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า คดีนี้มีการร้องทุกข์โดยชอบแล้วหรือไม่ เห็นว่า แม้ตามคำฟ้องจะระบุว่า นายชัยวุทธิ์หรือชัยสิรัตน์ ตรึกตรอง เป็นผู้เสียหายแต่ในคำฟ้องก็มีข้อความต่อไปว่าลิขสิทธิ์ตามฟ้องเป็นของนายมณเฑียร แสงสุวรรณสำหรับดนตรีกรรม เพลง "พี่ชาย" และนายคฑาวุธ ทองไทย สำหรับดนตรีกรรมเพลง "ลมเพ ลมพัด, โมรา และรอยทาง" ส่วนในความตอนท้ายของคำฟ้องก็มีข้อความว่า ผู้เสียหายซึ่งคือนายชัยวุทธิ์หรือชัยสิรัตน์ ตรึกตรอง ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนโดยท้ายคำฟ้องโจทก์ได้อ้างสัญญาซื้อขายสิทธิมาด้วย ซึ่งถือว่าสัญญาซื้อขายสิทธิดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง และในข้อ 7 ของสัญญาซื้อขายสิทธิระบุว่า เจ้าของลิขสิทธิ์คือนายมณเฑียร แสงสุวรรณ และนายคฑาวุธ ทองไทย ได้ตกลงให้นายชัยวุทธิ์หรือชัยสิรัตน์ ตรึกตรอง เป็นผู้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์รวมทั้งมีสิทธิมอบอำนาจช่วง ดังนี้ การร้องทุกข์โดยผู้เสียหายคือ นายชัยวุทธิ์หรือชัยสิรัตน์ ตรึกตรอง ต่อพนักงานสอบสวนตามคำบรรยายฟ้องจึงถือได้ว่าคดีมีการร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์โดยชอบ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น

อนึ่ง เมื่อฟังว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องแล้ว แต่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางยังมิได้พิจารณาการกระทำความผิดของจำเลยตามฟ้อง จึงเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาพิพากษาเสียก่อน"

พิพากษายกคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000700.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550