คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 350/2549 ฉบับเต็ม

#268583
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 350/2549 บริษัทอัลฟ่า เจมส์ สยาม จำกัด โจทก์ นายชูชาติ ลิ้มทวีมงคล กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 292 (2) ข้ออ้างตามคำร้องของจำเลยที่ 1 ที่ว่าทรัพย์ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีนำออกขายทอดตลาดมิใช่ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดมา ขอให้ศาลมีคำสั่งงดการขายทอดตลาดไว้ก่อนเพื่อให้จำเลยที่ 1 ไปดำเนินการเรื่องนี้ทางกฎหมาย ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวถือว่าเป็นข้อโต้แย้งในชั้นบังคับคดีเกี่ยวด้วยทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะนำออกขายทอดตลาดว่าเป็นทรัพย์สินที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดมาหรือไม่ ซึ่งจำต้องมีคำวินิจฉัยของศาลก่อนที่การบังคับคดีจะได้ดำเนินไปได้โดยครบถ้วนและถูกต้อง ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1 ให้สิ้นกระแสความเสียก่อนแล้วมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง การที่ศาลชั้นต้นพิเคราะห์คำร้องของจำเลยที่ 1 ประกอบรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้วมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ชั่วคราวโดยมิได้ทำการไต่สวนคำร้อง จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 1,664,007 บาท จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสอง และนำออกขายทอดตลาด ในการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทคือ เข็มติดเสื้อทำจากวัสดุคล้ายทองและคล้ายเพชร มีผู้เสนอราคาสูงสุด 2,000 บาท ผู้แทนโจทก์คัดค้านราคา เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงงดการขายและใช้วัสดุห่อทรัพย์ดังกล่าวไว้โดยให้โจทก์และจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อกำกับบนห่อวัสดุดังกล่าว จำเลยที่ 1 ได้ทักท้วงว่าไม่มีลายมือชื่อของจำเลยที่ 1 บนห่อวัสดุทรัพย์ที่ยึดมา เจ้าพนักงานบังคับคดีนัดโจทก์และจำเลยที่ 1 มาตรวจสอบทรัพย์ที่ยึดดังกล่าว จำเลยที่ 1 ตรวจดูทรัพย์ที่ยึดดังกล่าวแล้วทักท้วงว่าไม่ใช่ทรัพย์ที่ยึดมา แต่ผู้แทนโจทก์ยืนยันว่าเป็นทรัพย์ที่ยึดและอยู่ในความครอบครองของเจ้าพนักงานบังคับคดี จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า เข็มติดเสื้อทำจากวัสดุคล้ายทองรูปหัวใจตรงกลางติดวัสดุคล้ายเพชร จำนวน 1 ชิ้น และเข็มติดเสื้อทำจากวัสดุคล้ายทองรูปร่างคล้ายดอกไม้ตรงกลางติดวัสดุคล้ายเพชร จำนวน 5 ชิ้น ไม่ใช่ทรัพย์ที่ยึด ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการขายทอดตลาดไว้ก่อนเพื่อจำเลยที่ 1 จะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนแล้วต่อมาเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้จึงให้งดการไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ชั่วคราว เพื่อให้จำเลยที่ 1 ไปดำเนินการทางกฎหมายต่อไป โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดการไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1 และงดการบังคับคดีไว้ชั่วคราวเพื่อให้จำเลยที่ 1 ไปดำเนินการตามกฎหมายนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ให้ไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวก่อน เป็นการไม่ชอบนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ข้ออ้างตามคำร้องของจำเลยที่ 1 ที่ว่า เข็มติดเสื้อทำจากวัสดุคล้ายทองรูปหัวใจตรงกลางติดวัสดุคล้ายเพชร กับเข็มติดเสื้อทำจากวัสดุคล้ายทองรูปร่างคล้ายดอกไม้ตรงกลางติดวัสดุคล้ายเพชร รวม 6 ชิ้น ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้นำออกขายทอดตลาดมิใช่ทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดมา ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการขายทอดตลาดไว้ก่อนเพื่อจำเลยที่ 1 จะได้ดำเนินการเรื่องนี้ทางกฎหมายต่อไป ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวถือว่าเป็นข้อโต้แย้งในชั้นบังคับคดีเกี่ยวด้วยทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะนำออกขายทอดตลาดว่าเป็นทรัพย์สินที่โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดมาหรือไม่ ซึ่งจำต้องมีคำวินิจฉัยของศาลก่อนที่การบังคับคดีจะได้ดำเนินไปได้โดยครบถ้วนและถูกต้อง กรณีเช่นนี้ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1 ให้สิ้นกระแสความแล้วมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้การบังคับคดีแก่ทรัพย์สินดังกล่าวจะได้ดำเนินการต่อไปได้ การที่ศาลชั้นต้นพิเคราะห์คำร้องของจำเลยที่ 1 ประกอบรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ แล้วมีคำสั่งว่าเมื่อจำเลยที่ 1 โต้แย้งว่าทรัพย์ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะทำการขายไม่ใช่ทรัพย์ที่ยึดไว้ กรณีมีเหตุให้งดการบังคับคดีไว้ชั่วคราวสำหรับทรัพย์สินเช่นว่านั้นเพื่อให้จำเลยที่ 1 ไปดำเนินการทางกฎหมายต่อไปตามที่จำเลยที่ 1 ร้องขอ หากระยะเวลาล่วงเลยไปพอสมควรแล้ว จำเลยที่ 1 ได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง หรือมิได้ดำเนินการอย่างไร ให้โจทก์และจำเลยที่ 1 แถลงเข้ามาในคดีนี้ คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงมีผลเป็นคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวโดยมิได้ทำการไต่สวนคำร้องให้สิ้นกระแสความก่อน ทั้ง ๆ ที่ปรากฏจากรายงานข้อเท็จจริงของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ส่งต่อศาลดังกล่าวว่า ผู้แทนโจทก์ได้แถลงยืนยันว่าทรัพย์สินที่ดำเนินการขายทอดตลาดเป็นทรัพย์สินที่ยึดไว้ จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ ที่จำเลยที่ 1 อ้างว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวไม่ทำให้โจทก์เสียหายนั้น เห็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวทำให้การบังคับคดีแก่ทรัพย์สินดังกล่าวของโจทก์เนิ่นช้าไปย่อมเห็นได้ชัดว่าเป็นที่เสียหายแก่โจทก์แล้ว ที่จำเลยที่ 1 อ้างว่า จำเลยที่ 1 ได้ฟ้องกรมบังคับคดีข้อหา ละเมิด เรียกค่าเสียหาย และคดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์นั้น ก็เป็นเรื่องระหว่างจำเลยที่ 1 กับกรมบังคับคดีไม่เกี่ยวกับสิทธิบังคับคดีของโจทก์ในคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สุรศักดิ์ สุวรรณประกร-สมคักดิ์ เนตรมัย-สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268583
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082026751"
    }
}
date
2549
deka_no
350/2549
deka_running_no
350
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "สุรศักดิ์ สุวรรณประกร",
    "สมคักดิ์ เนตรมัย",
    "สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 292 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทอัลฟ่า เจมส์ สยาม จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายชูชาติ ลิ้มทวีมงคล กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 1,664,007 บาท จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสอง และนำออกขายทอดตลาด ในการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทคือ เข็มติดเสื้อทำจากวัสดุคล้ายทองและคล้ายเพชร มีผู้เสนอราคาสูงสุด 2,000 บาท ผู้แทนโจทก์คัดค้านราคา เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงงดการขายและใช้วัสดุห่อทรัพย์ดังกล่าวไว้โดยให้โจทก์และจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อกำกับบนห่อวัสดุดังกล่าว จำเลยที่ 1 ได้ทักท้วงว่าไม่มีลายมือชื่อของจำเลยที่ 1 บนห่อวัสดุทรัพย์ที่ยึดมา เจ้าพนักงานบังคับคดีนัดโจทก์และจำเลยที่ 1 มาตรวจสอบทรัพย์ที่ยึดดังกล่าว จำเลยที่ 1 ตรวจดูทรัพย์ที่ยึดดังกล่าวแล้วทักท้วงว่าไม่ใช่ทรัพย์ที่ยึดมา แต่ผู้แทนโจทก์ยืนยันว่าเป็นทรัพย์ที่ยึดและอยู่ในความครอบครองของเจ้าพนักงานบังคับคดี

จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า เข็มติดเสื้อทำจากวัสดุคล้ายทองรูปหัวใจตรงกลางติดวัสดุคล้ายเพชร จำนวน 1 ชิ้น และเข็มติดเสื้อทำจากวัสดุคล้ายทองรูปร่างคล้ายดอกไม้ตรงกลางติดวัสดุคล้ายเพชร จำนวน 5 ชิ้น ไม่ใช่ทรัพย์ที่ยึด ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการขายทอดตลาดไว้ก่อนเพื่อจำเลยที่ 1 จะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนแล้วต่อมาเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้จึงให้งดการไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ชั่วคราว เพื่อให้จำเลยที่ 1 ไปดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดการไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1 และงดการบังคับคดีไว้ชั่วคราวเพื่อให้จำเลยที่ 1 ไปดำเนินการตามกฎหมายนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ให้ไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวก่อน เป็นการไม่ชอบนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ข้ออ้างตามคำร้องของจำเลยที่ 1 ที่ว่า เข็มติดเสื้อทำจากวัสดุคล้ายทองรูปหัวใจตรงกลางติดวัสดุคล้ายเพชร กับเข็มติดเสื้อทำจากวัสดุคล้ายทองรูปร่างคล้ายดอกไม้ตรงกลางติดวัสดุคล้ายเพชร รวม 6 ชิ้น ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้นำออกขายทอดตลาดมิใช่ทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดมา ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการขายทอดตลาดไว้ก่อนเพื่อจำเลยที่ 1 จะได้ดำเนินการเรื่องนี้ทางกฎหมายต่อไป ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวถือว่าเป็นข้อโต้แย้งในชั้นบังคับคดีเกี่ยวด้วยทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะนำออกขายทอดตลาดว่าเป็นทรัพย์สินที่โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดมาหรือไม่ ซึ่งจำต้องมีคำวินิจฉัยของศาลก่อนที่การบังคับคดีจะได้ดำเนินไปได้โดยครบถ้วนและถูกต้อง กรณีเช่นนี้ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1 ให้สิ้นกระแสความแล้วมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้การบังคับคดีแก่ทรัพย์สินดังกล่าวจะได้ดำเนินการต่อไปได้ การที่ศาลชั้นต้นพิเคราะห์คำร้องของจำเลยที่ 1 ประกอบรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ แล้วมีคำสั่งว่าเมื่อจำเลยที่ 1 โต้แย้งว่าทรัพย์ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะทำการขายไม่ใช่ทรัพย์ที่ยึดไว้ กรณีมีเหตุให้งดการบังคับคดีไว้ชั่วคราวสำหรับทรัพย์สินเช่นว่านั้นเพื่อให้จำเลยที่ 1 ไปดำเนินการทางกฎหมายต่อไปตามที่จำเลยที่ 1 ร้องขอ หากระยะเวลาล่วงเลยไปพอสมควรแล้ว จำเลยที่ 1 ได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง หรือมิได้ดำเนินการอย่างไร ให้โจทก์และจำเลยที่ 1 แถลงเข้ามาในคดีนี้ คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงมีผลเป็นคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวโดยมิได้ทำการไต่สวนคำร้องให้สิ้นกระแสความก่อน ทั้ง ๆ ที่ปรากฏจากรายงานข้อเท็จจริงของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ส่งต่อศาลดังกล่าวว่า ผู้แทนโจทก์ได้แถลงยืนยันว่าทรัพย์สินที่ดำเนินการขายทอดตลาดเป็นทรัพย์สินที่ยึดไว้ จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ ที่จำเลยที่ 1 อ้างว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวไม่ทำให้โจทก์เสียหายนั้น เห็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวทำให้การบังคับคดีแก่ทรัพย์สินดังกล่าวของโจทก์เนิ่นช้าไปย่อมเห็นได้ชัดว่าเป็นที่เสียหายแก่โจทก์แล้ว ที่จำเลยที่ 1 อ้างว่า จำเลยที่ 1 ได้ฟ้องกรมบังคับคดีข้อหา ละเมิด เรียกค่าเสียหาย และคดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์นั้น ก็เป็นเรื่องระหว่างจำเลยที่ 1 กับกรมบังคับคดีไม่เกี่ยวกับสิทธิบังคับคดีของโจทก์ในคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000774.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549