คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 496/2549 ฉบับเต็ม

#268617
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 496/2549 นางจำรัส ระเบียบโอษฐ์ โจทก์ นายชารี หลงจิ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 18, มาตรา 229, มาตรา ตางราง 1 ท้าย ป.วิ.พ. ป.วิ.พ. มาตรา 229 บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของผู้อุทธรณ์ต้องปฏิบัติ ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของจำเลยที่ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ เมื่อจำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้แล้ว โจทก์มิได้ยกเรื่องการมิได้วางเงินค่าธรรมเนียมเป็นประเด็นในคำแก้อุทธรณ์ และโจทก์ไม่เสียเปรียบเพราะสามารถยึดที่ดินของจำเลยขายทอดตลาดชำระค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ได้อยู่แล้ว นั้น หาเป็นเหตุทำให้อุทธรณ์ของจำเลยกลับเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นมาไม่ และกรณีไม่นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ ก็มิใช่เรื่องของการมิได้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลโดยถูกต้องครบถ้วนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 ซึ่งศาลจะต้องสั่งให้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้องครบถ้วนเสียก่อนที่จะสั่งรับหรือไม่รับคำคู่ความ จำเลยฎีกาโดยขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย มิได้ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยเป็นฝ่ายชนะคดีหรือยกฟ้องโจทก์ ฎีกาของจำเลยจึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา 200 บาท ตามบัญชีท้าย ป.วิ.พ. ตาราง 1 ข้อ 2 (ก) แต่จำเลยเสียค่าขึ้นศาลในชั้นนี้มาอย่างคดีมีทุนทรัพย์จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลในส่วนที่จำเลยเสียเกินมาแก่จำเลย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 463,501 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 372,540 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 372,540 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2541 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 90,961 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยนั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 บัญญัติว่า "การอุทธรณ์นั้นให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อศาลชั้นต้นซึ่งมีคำพิพากษาหรือคำสั่งภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น และผู้อุทธรณ์ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์นั้นด้วย..." บทกฎหมายดังกล่าวบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของผู้อุทธรณ์ต้องปฏิบัติ จึงเป็นหน้าที่ของจำเลยที่ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ จำเลยจะอ้างว่าเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รับฟ้องต้องตรวจสอบและเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวจากจำเลยเพื่อแก้ตัวในความบกพร่องของตนหาได้ไม่ เมื่อจำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่จำเลยฎีกาอ้างว่าศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้แล้วก็ดี โจทก์มิได้ยกเรื่องการมิได้วางเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นประเด็นในคำแก้อุทธรณ์ก็ดี และโจทก์ไม่เสียเปรียบเพราะสามารถยึดที่ดินของจำเลยขายทอดตลาดชำระค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ได้อยู่แล้วก็ดี นั้น หากเป็นเหตุทำให้อุทธรณ์ของจำเลยกลับเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นมาไม่ ทั้งกรณีไม่นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ก็มิใช่เรื่องของการมิได้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลโดยถูกต้องครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ซึ่งศาลจะต้องสั่งให้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้องครบถ้วนเสียก่อนที่จะสั่งรับหรือไม่รับคำคู่ความ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 จึงชอบที่จะไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยโดยไม่จำต้องสั่งให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลหรือสั่งให้ศาลชั้นต้นไต่สวนเพื่อทราบสาเหตุที่จำเลยไม่วางเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวเสียก่อนดังที่จำเลยฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่รับวินิจฉัยและพิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง จำเลยฎีกาโดยขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย มิได้ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยเป็นฝ่ายชนะคดีหรือยกฟ้องโจทก์ ฎีกาของจำเลยจึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา 200 บาท ตามบัญชีท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ตาราง 1 ข้อ 2 (ก) แต่จำเลยเสียค่าขึ้นศาลในชั้นนี้มาอย่างคดีมีทุนทรัพย์ เป็นเงิน 11,587.50 บาท จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลในส่วนที่จำเลยเสียเกินมาแก่จำเลย" พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาท แก่จำเลย (มนตรี ยอดปัญญา-สบโชค สุขารมณ์-ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268617
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082026552"
    }
}
date
2549
deka_no
496/2549
deka_running_no
496
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "สบโชค สุขารมณ์",
    "ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 18",
            "ม. 229"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางจำรัส ระเบียบโอษฐ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายชารี หลงจิ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 463,501 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 372,540 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 372,540 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2541 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 90,961 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยนั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 บัญญัติว่า "การอุทธรณ์นั้นให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อศาลชั้นต้นซึ่งมีคำพิพากษาหรือคำสั่งภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น และผู้อุทธรณ์ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์นั้นด้วย..." บทกฎหมายดังกล่าวบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของผู้อุทธรณ์ต้องปฏิบัติ จึงเป็นหน้าที่ของจำเลยที่ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ จำเลยจะอ้างว่าเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รับฟ้องต้องตรวจสอบและเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวจากจำเลยเพื่อแก้ตัวในความบกพร่องของตนหาได้ไม่ เมื่อจำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่จำเลยฎีกาอ้างว่าศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้แล้วก็ดี โจทก์มิได้ยกเรื่องการมิได้วางเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นประเด็นในคำแก้อุทธรณ์ก็ดี และโจทก์ไม่เสียเปรียบเพราะสามารถยึดที่ดินของจำเลยขายทอดตลาดชำระค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ได้อยู่แล้วก็ดี นั้น หากเป็นเหตุทำให้อุทธรณ์ของจำเลยกลับเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นมาไม่ ทั้งกรณีไม่นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ก็มิใช่เรื่องของการมิได้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลโดยถูกต้องครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ซึ่งศาลจะต้องสั่งให้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้องครบถ้วนเสียก่อนที่จะสั่งรับหรือไม่รับคำคู่ความ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 จึงชอบที่จะไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยโดยไม่จำต้องสั่งให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลหรือสั่งให้ศาลชั้นต้นไต่สวนเพื่อทราบสาเหตุที่จำเลยไม่วางเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวเสียก่อนดังที่จำเลยฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่รับวินิจฉัยและพิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง จำเลยฎีกาโดยขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย มิได้ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยเป็นฝ่ายชนะคดีหรือยกฟ้องโจทก์ ฎีกาของจำเลยจึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกา 200 บาท ตามบัญชีท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ตาราง 1 ข้อ 2 (ก) แต่จำเลยเสียค่าขึ้นศาลในชั้นนี้มาอย่างคดีมีทุนทรัพย์ เป็นเงิน 11,587.50 บาท จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลในส่วนที่จำเลยเสียเกินมาแก่จำเลย"

พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาท แก่จำเลย
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000772.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549