คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1094/2549 ฉบับเต็ม

#268627
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1094/2549 นางฉันทนา หวังลัดดา โจทก์ บริษัทศรีเจริญ พร็อพเพอร์ตี้ คอนสตรัคชั่น จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 386 การประพฤติผิดสัญญาของคู่สัญญาอันจะเป็นเหตุให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้นั้น การประพฤติผิดสัญญาดังกล่าวจะต้องเป็นข้อสำคัญถึงขนาด สำหรับการก่อสร้างกำแพงด้านหน้าอาคารที่โจทก์และจำเลยที่ 1 โต้เถียงกันว่าเป็นทรัพย์ส่วนกลางหรือไม่ แม้การก่อสร้างอาคารชุดให้แล้วเสร็จจะหมายถึงการสร้างทรัพย์ส่วนกลางด้วย แต่โดยสภาพของทรัพย์ส่วนกลางกรณีนี้เป็นเพียงทรัพย์ส่วนที่จะเอื้ออำนวยในการใช้ห้องชุด และในหนังสือเลิกสัญญาโจทก์ระบุแต่เพียงว่า จนบัดนี้จำเลยที่ 1 ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จและไม่สามารถดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่โจทก์ โดยมิได้ระบุเฉพาะเจาะจงถึงกำแพงด้านหน้าอาคาร แสดงว่าโจทก์มิได้ถือเอาการก่อสร้างกำแพงด้านหน้าอาคารนี้เป็นเรื่องสำคัญถึงขนาดหากทราบว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาข้อนี้จะไม่เข้าทำสัญญากับจำเลยที่ 1 ดังนั้น แม้หากกำแพงด้านหน้าอาคารชุดจะเป็นทรัพย์ส่วนกลางจริง การที่จำเลยที่ 1 ไม่ก่อสร้างกำแพงดังกล่าวให้แล้วเสร็จตามสัญญา ไม่ก่อให้เกิดสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาแก่โจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ 194,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 179,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสามให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 103,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 20 มีนาคม 2538 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2541 ต้องไม่เกิน 15,000 บาท ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์รับรองว่า มีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้เป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของผู้ดำเนินการโครงการอาคารชุดศรีเจริญคอนโดทาวน์ วันที่ 20 มีนาคม 2538 จำเลยที่ 1 ตกลงจะขายห้องชุด 1 ห้อง ของอาคารชุดดังกล่าวให้แก่โจทก์ในราคา 464,000 บาท โดยมีข้อสัญญาว่าจำเลยที่ 1 จะดำเนินการโครงการอาคารชุดจนเสร็จการ และจะทำการก่อสร้างอาคารชุดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 กันยายน 2540 ตามสัญญาจะซื้อจะขายเอกสารหมาย จ.4 ระหว่างสัญญาโจทก์ได้ผ่อนชำระราคาให้แก่จำเลยที่ 1 เป็นเงิน 103,000 บาท ต่อมาจำเลยที่ 1 มีหนังสือลงวันที่ 15 กันยายน 2540 แจ้งแก่โจทก์ว่าจำเลยที่ 1 ก่อสร้างอาคารชุดแล้วเสร็จตามสัญญาให้โจทก์ไปรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดจากจำเลยที่ 1 พร้อมกับชำระราคาส่วนที่เหลือแก่จำเลยที่ 1 ตามหนังสือเอกสารหมาย ล.1 ส่วนโจทก์มีหนังสือลงวันที่ 1 ตุลาคม 2540 บอกเลิกสัญญาแก่จำเลยที่ 1 อ้างว่าจำเลยที่ 1 ก่อสร้างอาคารชุดไม่แล้วเสร็จตามสัญญากับขอให้จำเลยที่ 1 คืนเงินที่จำเลยที่ 1 ได้รับชำระไว้แก่โจทก์ตามหนังสือเอกสารหมาย จ.9 สิ่งปลูกสร้างที่ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญาคือกำแพงด้านหน้าอาคารชุด ตามรูปถ่ายหมาย จ.7 จำเลยที่ 1 ฎีกาในข้อ 3 ว่า กำแพงด้านหน้าอาคารชุดตามรูปถ่ายหมาย จ.7 มิใช่เป็นทรัพย์ส่วนกลาง และในข้อ 4 อีกว่า แม้กำแพงดังกล่าวเป็นทรัพย์ส่วนกลาง การก่อสร้างกำแพงไม่แล้วเสร็จก็มิใช่เป็นการขาดตกบกพร่องถึงขนาดที่โจทก์จะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้ ศาลฎีกา เห็นว่า การประพฤติผิดสัญญาของคู่สัญญาอันจะเป็นเหตุให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้นั้น การประพฤติผิดสัญญาดังกล่าวจะต้องเป็นข้อสำคัญถึงขนาด สำหรับการก่อสร้างกำแพงด้านหน้าอาคารตามรูปถ่ายหมาย จ.7 ที่โจทก์และจำเลยที่ 1 โต้เถียงกันว่าเป็นทรัพย์ส่วนกลางหรือไม่ ในคดีนี้แม้การก่อสร้างอาคารชุดให้แล้วเสร็จจะหมายถึงการสร้างทรัพย์ส่วนกลางด้วย แต่โดยสภาพของทรัพย์ส่วนกลางกรณีนี้เป็นเพียงทรัพย์ส่วนที่จะเอื้ออำนวยในการใช้ห้องชุดและในหนังสือเลิกสัญญาเอกสารหมาย จ.9 โจทก์ระบุว่าแต่เพียงว่า จนบัดนี้จำเลยที่ 1 ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จและไม่สามารถดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่โจทก์โดยมิได้ระบุเฉพาะเจาะจงถึงกำแพงด้านหน้าอาคาร แสดงว่าโจทก์มิได้ถือเอาการก่อสร้างกำแพงด้านหน้าอาคารนี้เป็นเรื่องสำคัญถึงขนาดหากทราบว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาข้อนี้จะไม่เข้าทำสัญญากับจำเลยที่ 1 ดังนั้น แม้หากกำแพงด้านหน้าอาคารชุดตามรูปถ่ายหมาย จ.7 จะเป็นทรัพย์ส่วนกลางจริง การที่จำเลยที่ 1 ไม่ก่อสร้างกำแพงดังกล่าวให้แล้วเสร็จตามสัญญา ไม่ก่อให้เกิดสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาแก่โจทก์ ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 1 ข้อ 4 ฟังขึ้น และเมื่อวินิจฉัยดังนี้ จึงไม่ต้องวินิจฉัยฎีกาจำเลยที่ 1 ข้อ 3 อีกต่อไป" พิพากษากลับให้ยกฟ้อง (วิชัย วิวิตเสวี-ธานิศ เกศวพิทักษ์-พิทักษ์ คงจันทร์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268627
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082025995"
    }
}
date
2549
deka_no
1094/2549
deka_running_no
1094
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "วิชัย วิวิตเสวี",
    "ธานิศ เกศวพิทักษ์",
    "พิทักษ์ คงจันทร์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 386"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางฉันทนา หวังลัดดา"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทศรีเจริญ พร็อพเพอร์ตี้"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "คอนสตรัคชั่น จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ 194,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 179,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสามให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 103,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 20 มีนาคม 2538 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2541 ต้องไม่เกิน 15,000 บาท ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์รับรองว่า มีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้เป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของผู้ดำเนินการโครงการอาคารชุดศรีเจริญคอนโดทาวน์ วันที่ 20 มีนาคม 2538 จำเลยที่ 1 ตกลงจะขายห้องชุด 1 ห้อง ของอาคารชุดดังกล่าวให้แก่โจทก์ในราคา 464,000 บาท โดยมีข้อสัญญาว่าจำเลยที่ 1 จะดำเนินการโครงการอาคารชุดจนเสร็จการ และจะทำการก่อสร้างอาคารชุดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 กันยายน 2540 ตามสัญญาจะซื้อจะขายเอกสารหมาย จ.4 ระหว่างสัญญาโจทก์ได้ผ่อนชำระราคาให้แก่จำเลยที่ 1 เป็นเงิน 103,000 บาท ต่อมาจำเลยที่ 1 มีหนังสือลงวันที่ 15 กันยายน 2540 แจ้งแก่โจทก์ว่าจำเลยที่ 1 ก่อสร้างอาคารชุดแล้วเสร็จตามสัญญาให้โจทก์ไปรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดจากจำเลยที่ 1 พร้อมกับชำระราคาส่วนที่เหลือแก่จำเลยที่ 1 ตามหนังสือเอกสารหมาย ล.1 ส่วนโจทก์มีหนังสือลงวันที่ 1 ตุลาคม 2540 บอกเลิกสัญญาแก่จำเลยที่ 1 อ้างว่าจำเลยที่ 1 ก่อสร้างอาคารชุดไม่แล้วเสร็จตามสัญญากับขอให้จำเลยที่ 1 คืนเงินที่จำเลยที่ 1 ได้รับชำระไว้แก่โจทก์ตามหนังสือเอกสารหมาย จ.9 สิ่งปลูกสร้างที่ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญาคือกำแพงด้านหน้าอาคารชุด ตามรูปถ่ายหมาย จ.7 จำเลยที่ 1 ฎีกาในข้อ 3 ว่า กำแพงด้านหน้าอาคารชุดตามรูปถ่ายหมาย จ.7 มิใช่เป็นทรัพย์ส่วนกลาง และในข้อ 4 อีกว่า แม้กำแพงดังกล่าวเป็นทรัพย์ส่วนกลาง การก่อสร้างกำแพงไม่แล้วเสร็จก็มิใช่เป็นการขาดตกบกพร่องถึงขนาดที่โจทก์จะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้ ศาลฎีกา เห็นว่า การประพฤติผิดสัญญาของคู่สัญญาอันจะเป็นเหตุให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้นั้น การประพฤติผิดสัญญาดังกล่าวจะต้องเป็นข้อสำคัญถึงขนาด สำหรับการก่อสร้างกำแพงด้านหน้าอาคารตามรูปถ่ายหมาย จ.7 ที่โจทก์และจำเลยที่ 1 โต้เถียงกันว่าเป็นทรัพย์ส่วนกลางหรือไม่ ในคดีนี้แม้การก่อสร้างอาคารชุดให้แล้วเสร็จจะหมายถึงการสร้างทรัพย์ส่วนกลางด้วย แต่โดยสภาพของทรัพย์ส่วนกลางกรณีนี้เป็นเพียงทรัพย์ส่วนที่จะเอื้ออำนวยในการใช้ห้องชุดและในหนังสือเลิกสัญญาเอกสารหมาย จ.9 โจทก์ระบุว่าแต่เพียงว่า จนบัดนี้จำเลยที่ 1 ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จและไม่สามารถดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่โจทก์โดยมิได้ระบุเฉพาะเจาะจงถึงกำแพงด้านหน้าอาคาร แสดงว่าโจทก์มิได้ถือเอาการก่อสร้างกำแพงด้านหน้าอาคารนี้เป็นเรื่องสำคัญถึงขนาดหากทราบว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาข้อนี้จะไม่เข้าทำสัญญากับจำเลยที่ 1 ดังนั้น แม้หากกำแพงด้านหน้าอาคารชุดตามรูปถ่ายหมาย จ.7 จะเป็นทรัพย์ส่วนกลางจริง การที่จำเลยที่ 1 ไม่ก่อสร้างกำแพงดังกล่าวให้แล้วเสร็จตามสัญญา ไม่ก่อให้เกิดสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาแก่โจทก์ ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 1 ข้อ 4 ฟังขึ้น และเมื่อวินิจฉัยดังนี้ จึงไม่ต้องวินิจฉัยฎีกาจำเลยที่ 1 ข้อ 3 อีกต่อไป"

พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000767.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549