คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1341/2549 ฉบับเต็ม

#268633
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1341/2549 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แปซิฟิค ไฟแนนซ์ จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทเงินทุนธนชาติ จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง ห้างหุ้นส่วนจำกัด มงคลชัยกลการ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 123 เมื่อโจทก์ตกเป็นบุคคลล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมมีอำนาจหน้าที่รวบรวมและจำหน่ายทรัพย์สินของโจทก์ตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ ซึ่งมาตรา 123 บัญญัติให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะขายทรัพย์สินที่รวบรวมได้มาตามวิธีที่สะดวกและเป็นผลดีที่สุด โดยเงื่อนไขว่าการขายโดยวิธีอื่นนอกจากการขายทอดตลาดต้องได้รับความเห็นชอบของกรรมการเจ้าหนี้ การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ประกาศขายสิทธิเรียกร้องของโจทก์โดยวิธีอื่นตามมิติของที่ประชุมเจ้าหนี้ในคดีหมายเลขคดีแดงที่ 317/2544 ของศาลล้มละลายกลางเป็นการดำเนินการตามกฎหมายดังกล่าว สิทธิของผู้ซื้อทรัพย์สินที่ได้มาจากการขายสิทธิเรียกร้องของโจทก์ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายจึงควรได้รับความรับรอง คุ้มครอง และบังคับตาม เมื่อผู้ร้องเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินและได้มาซึ่งสิทธิเรียกร้องของโจทก์รวมถึงสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จากจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้จากการซื้อขายดังกล่าว ย่อมถือได้ว่า ผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งในอันที่จะร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีเพื่อยังให้ได้รับความคุ้มครองและบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) ได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ให้แก่โจทก์จำนวน 608,634.22 บาท ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าเป็นผู้ซื้อสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาคดีนี้ได้จากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ และมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามที่ผู้ร้องประมูลซื้อสินทรัพย์และสิทธิเรียกร้องของโจทก์ ซึ่งรวมถึงสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาของจำเลยในคดีนี้จากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แม้การโอนสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาในกรณีนี้จะไม่มีกฎหมายบัญญัติรับรองไว้โดยเฉพาะดังเช่นการโอนสินทรัพย์และหนี้สินด้วยคุณภาพของสถาบันการเงิน แต่เมื่อพิจารณาการโอนสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาระหว่างผู้ร้องกับเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว มิได้มีเจตนาซื้อขายความกันแต่เป็นการจำเป็นที่จะต้องโอนขายสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาดังกล่าว เพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย ทั้งนี้โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 เมื่อการโอนขายสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาระหว่างเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์กับผู้ร้องได้ทำเป็นหนังสือ และผู้ร้องได้ทำหนังสือบอกกล่าวการโอนไปยังจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว การโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวจึงสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 305 ผู้ร้องในฐานะผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาจึงใช้สิทธิของความเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ได้ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัย "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตตามคำร้องของผู้ร้องชอบหรือไม่ เห็นว่า เมื่อโจทก์ตกเป็นบุคคลล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมมีอำนาจหน้าที่รวบรวมและจำหน่ายทรัพย์สินของโจทก์ตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในหมวด 4 ส่วนที่ 4 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2583 ซึ่งมาตรา 123 บัญญัติให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะขายทรัพย์สินที่รวบรวมได้มาตามวิธีที่สะดวกและเป็นผลดีที่สุด โดยมีเงื่อนไขว่าการขายโดยวิธีอื่นนอกจากการขายทอดตลาดต้องได้รับความเห็นชอบของกรรมการเจ้าหนี้ การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ประกาศขายสิทธิเรียกร้องของโจทก์โดยวิธีอื่นตามมติของที่ประชุมเจ้าหนี้ในคดีหมายเลขแดงที่ 317/2544 ของศาลล้มละลายกลางเป็นการดำเนินการตามบทกฎหมายดังกล่าวสิทธิของผู้ซื้อทรัพย์สินที่ได้มาจากการขายสิทธิเรียกร้องของโจทก์ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายจึงควรได้รับความรับรอง คุ้มครองและบังคับตาม ดังนั้น เมื่อผู้ร้องเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินและได้มาซึ่งสิทธิเรียกร้องของโจทก์รวมถึงสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จากจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้จากการซื้อขายดังกล่าว ย่อมถือได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งในอันที่จะร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีเพื่อยังให้ได้รับความคุ้มครองและบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) ได้ ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยและมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องของผู้ร้องนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นด้วยในผลอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (บุญรอด ตันประเสริฐ-สมชัย จึงประเสริฐ-ชัชลิต ละเอียด) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268633
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082025786"
    }
}
date
2549
deka_no
1341/2549
deka_running_no
1341
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "บุญรอด ตันประเสริฐ",
    "สมชัย จึงประเสริฐ",
    "ชัชลิต ละเอียด"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 57 (1)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 123"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แปซิฟิค"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ไฟแนนซ์ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทเงินทุนธนชาติ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด มงคลชัยกลการ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ให้แก่โจทก์จำนวน 608,634.22 บาท ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าเป็นผู้ซื้อสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาคดีนี้ได้จากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์ ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ และมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต่อไป

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามที่ผู้ร้องประมูลซื้อสินทรัพย์และสิทธิเรียกร้องของโจทก์ ซึ่งรวมถึงสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาของจำเลยในคดีนี้จากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แม้การโอนสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาในกรณีนี้จะไม่มีกฎหมายบัญญัติรับรองไว้โดยเฉพาะดังเช่นการโอนสินทรัพย์และหนี้สินด้วยคุณภาพของสถาบันการเงิน แต่เมื่อพิจารณาการโอนสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาระหว่างผู้ร้องกับเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว มิได้มีเจตนาซื้อขายความกันแต่เป็นการจำเป็นที่จะต้องโอนขายสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาดังกล่าว เพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย ทั้งนี้โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 เมื่อการโอนขายสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาระหว่างเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของโจทก์กับผู้ร้องได้ทำเป็นหนังสือ และผู้ร้องได้ทำหนังสือบอกกล่าวการโอนไปยังจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว การโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวจึงสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 305 ผู้ร้องในฐานะผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาจึงใช้สิทธิของความเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ได้

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัย "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตตามคำร้องของผู้ร้องชอบหรือไม่ เห็นว่า เมื่อโจทก์ตกเป็นบุคคลล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมมีอำนาจหน้าที่รวบรวมและจำหน่ายทรัพย์สินของโจทก์ตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในหมวด 4 ส่วนที่ 4 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2583 ซึ่งมาตรา 123 บัญญัติให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะขายทรัพย์สินที่รวบรวมได้มาตามวิธีที่สะดวกและเป็นผลดีที่สุด โดยมีเงื่อนไขว่าการขายโดยวิธีอื่นนอกจากการขายทอดตลาดต้องได้รับความเห็นชอบของกรรมการเจ้าหนี้ การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ประกาศขายสิทธิเรียกร้องของโจทก์โดยวิธีอื่นตามมติของที่ประชุมเจ้าหนี้ในคดีหมายเลขแดงที่ 317/2544 ของศาลล้มละลายกลางเป็นการดำเนินการตามบทกฎหมายดังกล่าวสิทธิของผู้ซื้อทรัพย์สินที่ได้มาจากการขายสิทธิเรียกร้องของโจทก์ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายจึงควรได้รับความรับรอง คุ้มครองและบังคับตาม ดังนั้น เมื่อผู้ร้องเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินและได้มาซึ่งสิทธิเรียกร้องของโจทก์รวมถึงสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จากจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้จากการซื้อขายดังกล่าว ย่อมถือได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งในอันที่จะร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีเพื่อยังให้ได้รับความคุ้มครองและบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) ได้ ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยและมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องของผู้ร้องนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นด้วยในผลอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000765.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549