คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2023/2549 ฉบับเต็ม

#268643
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2023/2549 นางพัชริดา ธนาชนภัทร์ ผู้ร้อง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขต เลือกตั้งที่ 3 จังหวัดชุมพร ผู้คัดค้าน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 107 (4) ทะเบียนสมาชิกหมายเลข 141781 ซึ่งผู้ร้องอ้างว่าเป็นหมายเลขสมาชิกของผู้ร้องโดยใช้ชื่อเดิมคือ ส. มีร่องรอยการใช้สีขาวป้ายทับชื่อเดิมแล้วเขียนชื่อผู้ร้องแทน ทำให้ไม่สามารถมองเห็นชื่อเดิมได้ จึงไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อเดิมที่ถูกลบไปนั้นเป็นชื่อ ส. จริงหรือไม่ และไม่มีลายมือชื่อผู้ทำการแก้ไข วัน เดือน ปี ที่ทำการแก้ไขกำกับไว้ จึงไม่อาจตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแก้ไขดังกล่าวได้ อันเป็นข้อพิรุธทำให้สมุดทะเบียนสมาชิกพรรคที่ผู้ร้องอ้างไม่น่าเชื่อถือ แม้บันทึกการตรวจสอบทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองจะแสดงว่าเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เข้าไปทำการตรวจสอบทะเบียนสมาชิกของพรรค ป. และผลการตรวจสอบสมาชิกพรรคแบบแบ่งเขตเลือกตั้งปรากฏว่ามีเพียง 5 รายซึ่งไม่ใช่ผู้ร้องที่ไม่มีเอกสารใบสมัครสมาชิก ทะเบียนสมาชิกหรือบัตรสมาชิก แต่เอกสารดังกล่าวเป็นการตรวจสอบภายหลังจากที่มีการประกาศรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว จึงไม่อาจรับฟังว่าพรรค ป. ได้รับผู้ร้องเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2533 เมื่อพยานหลักฐานของผู้ร้องไม่มีน้ำหนักให้รับฟังว่า ผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรค ป. นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน ผู้ร้องไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 107 (4) ผู้คัดค้านชอบที่จะไม่รับสมัครและไม่ประกาศชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดชุมพร รับสมัครผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2549 ผู้ร้องสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดชุมพร แต่ผู้คัดค้านไม่รับสมัครผู้ร้องเนื่องจากไม่พบข้อมูลว่าผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยหรือพรรคการเมืองใดจึงไม่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) ที่บัญญัติว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน หรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องอ้างว่า เดิมผู้ร้องชื่อนางสาวสายฝน บังเกิดผล เป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยตามบัตรสมาชิกพรรคหมายเลข 141781 ลงวันที่ 23 ตุลาคม 2533 ต่อมาผู้ร้องได้เปลี่ยนชื่อและชื่อสกุลเป็นนางพัชริดา ธนาชนภัทร์ จึงขอทำบัตรสมาชิกพรรคใหม่เพื่อให้ตรงกับชื่อและชื่อสกุลใหม่ของผู้ร้อง พรรคประชากรไทยได้ทำบัตรสมาชิกพรรคให้ผู้ร้องโดยใช้ชื่อ นางพัชริดา ธนาชนภัทร์ แต่ใช้ลำดับหมายเลขสมาชิกและวันออกบัตรเดิมของผู้ร้องในการออกบัตรสมาชิกใหม่นั้น ศาลได้ตรวจสอบสมุดทะเบียนสมาชิกพรรคที่นายทะเบียนพรรคนำมาแสดงในวันพิจารณาแล้วปรากฏว่าทะเบียนสมาชิกหมายเลข 141781 ซึ่งผู้ร้องอ้างว่าเป็นหมายเลขสมาชิกของผู้ร้องโดยใช้ชื่อเดิมคือนางสาวสายฝน บังเกิดผล มีร่องรอยการใช้สีขาวป้ายทับชื่อเดิมแล้วเขียนชื่อผู้ร้องแทน ทำให้ศาลไม่สามารถมองเห็นชื่อเดิมได้ จึงไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อเดิมที่ถูกลบไปนั้นเป็นชื่อนางสาวสายฝนจริงหรือไม่ และไม่มีลายมือชื่อผู้ทำการแก้ไข และวัน เดือน ปี ที่ทำการแก้ไขกำกับไว้จึงไม่อาจตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแก้ไขดังกล่าวได้ อันเป็นข้อพิรุธทำให้สมุดทะเบียนสมาชิกพรรคที่ผู้ร้องอ้างไม่น่าเชื่อถือ แม้บันทึกการตรวจสอบทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองจะแสดงว่าเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เข้าไปทำการตรวจสอบทะเบียนสมาชิกของพรรคประชากรไทยและผลการตรวจสอบสมาชิกพรรคแบบแบ่งเขตเลือกตั้งปรากฏว่ามีเพียง 5 ราย ซึ่งไม่ใช่ผู้ร้องที่ไม่มีเอกสารใบสมัครสมาชิก ทะเบียนสมาชิกหรือบัตรสมาชิกก็ตาม แต่เอกสารดังกล่าวเป็นการตรวจสอบเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2549 อันเป็นเวลาภายหลังจากที่มีการประกาศรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วไม่อาจรับฟังว่าพรรคประชากรไทยได้รับผู้ร้องเป็นสมาชิกวันที่ 21 ตุลาคม 2533 จริงตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง สำหรับบัตรประจำตัวสมาชิกพรรคประชากรไทยของผู้ร้องซึ่งเป็นชื่อของนางสาวสายฝน บังเกิดผล นั้น เมื่อสมุดทะเบียนสมาชิกพรรคไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อสมาชิกในลำดับหมายเลข 141781 เป็นชื่อนางสาวสายฝน บังเกิดผล จริงหรือไม่ดังที่ได้วินิจฉัยไว้ข้างต้นแล้วจึงไม่อาจนำมารับฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2533 ตามที่ผู้ร้องอ้าง พยานหลักฐานของผู้ร้องไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า ผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน ผู้ร้องไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) ที่ผู้คัดค้านไม่รับสมัครและไม่ประกาศชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งชอบแล้ว" จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง (เกษม วีรวงศ์-ชวลิต ตุลยสิงห์-มนตรี ยอดปัญญา) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268643
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082025141"
    }
}
date
2549
deka_no
2023/2549
deka_running_no
2023
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "เกษม วีรวงศ์",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "มนตรี ยอดปัญญา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย",
        "law_abbr": "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย",
        "sections": [
            "ม. 107 (4)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางพัชริดา ธนาชนภัทร์"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขต"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "เลือกตั้งที่ 3 จังหวัดชุมพร"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดชุมพร รับสมัครผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2549 ผู้ร้องสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดชุมพร แต่ผู้คัดค้านไม่รับสมัครผู้ร้องเนื่องจากไม่พบข้อมูลว่าผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยหรือพรรคการเมืองใดจึงไม่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) ที่บัญญัติว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน หรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องอ้างว่า เดิมผู้ร้องชื่อนางสาวสายฝน บังเกิดผล เป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยตามบัตรสมาชิกพรรคหมายเลข 141781 ลงวันที่ 23 ตุลาคม 2533 ต่อมาผู้ร้องได้เปลี่ยนชื่อและชื่อสกุลเป็นนางพัชริดา ธนาชนภัทร์ จึงขอทำบัตรสมาชิกพรรคใหม่เพื่อให้ตรงกับชื่อและชื่อสกุลใหม่ของผู้ร้อง พรรคประชากรไทยได้ทำบัตรสมาชิกพรรคให้ผู้ร้องโดยใช้ชื่อ นางพัชริดา ธนาชนภัทร์ แต่ใช้ลำดับหมายเลขสมาชิกและวันออกบัตรเดิมของผู้ร้องในการออกบัตรสมาชิกใหม่นั้น ศาลได้ตรวจสอบสมุดทะเบียนสมาชิกพรรคที่นายทะเบียนพรรคนำมาแสดงในวันพิจารณาแล้วปรากฏว่าทะเบียนสมาชิกหมายเลข 141781 ซึ่งผู้ร้องอ้างว่าเป็นหมายเลขสมาชิกของผู้ร้องโดยใช้ชื่อเดิมคือนางสาวสายฝน บังเกิดผล มีร่องรอยการใช้สีขาวป้ายทับชื่อเดิมแล้วเขียนชื่อผู้ร้องแทน ทำให้ศาลไม่สามารถมองเห็นชื่อเดิมได้ จึงไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อเดิมที่ถูกลบไปนั้นเป็นชื่อนางสาวสายฝนจริงหรือไม่ และไม่มีลายมือชื่อผู้ทำการแก้ไข และวัน เดือน ปี ที่ทำการแก้ไขกำกับไว้จึงไม่อาจตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแก้ไขดังกล่าวได้ อันเป็นข้อพิรุธทำให้สมุดทะเบียนสมาชิกพรรคที่ผู้ร้องอ้างไม่น่าเชื่อถือ แม้บันทึกการตรวจสอบทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองจะแสดงว่าเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เข้าไปทำการตรวจสอบทะเบียนสมาชิกของพรรคประชากรไทยและผลการตรวจสอบสมาชิกพรรคแบบแบ่งเขตเลือกตั้งปรากฏว่ามีเพียง 5 ราย ซึ่งไม่ใช่ผู้ร้องที่ไม่มีเอกสารใบสมัครสมาชิก ทะเบียนสมาชิกหรือบัตรสมาชิกก็ตาม แต่เอกสารดังกล่าวเป็นการตรวจสอบเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2549 อันเป็นเวลาภายหลังจากที่มีการประกาศรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วไม่อาจรับฟังว่าพรรคประชากรไทยได้รับผู้ร้องเป็นสมาชิกวันที่ 21 ตุลาคม 2533 จริงตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง สำหรับบัตรประจำตัวสมาชิกพรรคประชากรไทยของผู้ร้องซึ่งเป็นชื่อของนางสาวสายฝน บังเกิดผล นั้น เมื่อสมุดทะเบียนสมาชิกพรรคไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อสมาชิกในลำดับหมายเลข 141781 เป็นชื่อนางสาวสายฝน บังเกิดผล จริงหรือไม่ดังที่ได้วินิจฉัยไว้ข้างต้นแล้วจึงไม่อาจนำมารับฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2533 ตามที่ผู้ร้องอ้าง พยานหลักฐานของผู้ร้องไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า ผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน ผู้ร้องไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) ที่ผู้คัดค้านไม่รับสมัครและไม่ประกาศชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งชอบแล้ว"

จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000759.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549