คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2864/2549 ฉบับเต็ม

#268714
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2864/2549 นายวิชิต พงษ์กระสินธุ์ โจทก์ นายศักดิ์ชัย ปราชญาวงศ์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคสอง, มาตรา 248 วรรคสาม คดีเดิมโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดิน ซึ่งขณะยื่นฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท คู่ความในคดีฟ้องขับไล่เดิมจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคสอง เมื่อปรากฏว่าชั้นนี้เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการบังคับผู้ร้องทั้งสามซึ่งเป็นบริวารของจำเลยถูกฟ้องขับไล่ และศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นว่าผู้ร้องทั้งสามไม่สามารถแสดงอำนาจพิเศษได้ ที่ผู้ร้องทั้งสามฎีกาว่า ผู้ร้องทั้งสามมิใช่บริวารของจำเลย เนื่องจากผู้ร้องที่ 3 ได้รับโอนที่ดินมาจากเจ้าของเดิมและครอบครองโดยสุจริต เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคสาม ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินหมู่ที่ 2 ตำบลชุมแสง อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทห้ามไม่ให้เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทอีก ให้จำเลยจัดการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาท คดีถึงที่สุดแล้ว แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีโดยปิดประกาศกำหนดเวลาให้ผู้ที่อ้างว่าไม่ใช่บริวารของจำเลยยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาล ผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าผู้ร้องทั้งสามมีอำนาจพิเศษที่จะอยู่ในที่ดินพิพาทต่อไป โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้สืบเนื่องมาจากเดิมโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดิน หมู่ที่ 2 ตำบลชุมแสง อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ซึ่งจำเลยและบริวารบุกรุกเข้ามาปลูกบ้านอยู่อาศัย อันเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ แต่ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏในสำนวนว่าที่ดินดังกล่าวอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องในอัตราเท่าไร คงได้ความจากคำฟ้องของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ไม่สามารถเข้าทำประโยชน์ปลูกมันสำปะหลังได้ตามปกติ ต้องขาดรายได้ไปปีละประมาณ 1,000 บาท จึงเชื่อได้ว่าในขณะยื่นคำฟ้องที่ดินพิพาทอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท คู่ความในคดีฟ้องขับไล่เดิมจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง เมื่อปรากฏว่าชั้นนี้เป็นคดีเกี่ยวกับการบังคับผู้ร้องทั้งสามซึ่งเป็นบริวารของจำเลยผู้ถูกฟ้องขับไล่ และศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นว่าผู้ร้องทั้งสามไม่สามารถแสดงอำนาจพิเศษได้จึงต้องห้ามมิให้ผู้ร้องทั้งสามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามมาตรา 248 วรรคสาม ที่ผู้ร้องทั้งสามฎีกาว่า ผู้ร้องทั้งสามมิใช่บริวารของจำเลย เนื่องจากผู้ร้องที่ 3 ได้รับโอนที่ดินมาจากเจ้าของเดิมและครอบครองโดยสุจริต เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของผู้ร้องทั้งสามมาโดยไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายกฎีกาผู้ร้องทั้งสาม (ไพโรจน์ วายุภาพ-จิระวรรณ ศิริบุตร-เกษม เวชศิลป์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268714
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082024615"
    }
}
date
2549
deka_no
2864/2549
deka_running_no
2864
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "ไพโรจน์ วายุภาพ",
    "จิระวรรณ ศิริบุตร",
    "เกษม เวชศิลป์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 248 วรรคสอง",
            "ม. 248 วรรคสาม"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายวิชิต พงษ์กระสินธุ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายศักดิ์ชัย ปราชญาวงศ์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินหมู่ที่ 2 ตำบลชุมแสง อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทห้ามไม่ให้เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทอีก ให้จำเลยจัดการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาท คดีถึงที่สุดแล้ว แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีโดยปิดประกาศกำหนดเวลาให้ผู้ที่อ้างว่าไม่ใช่บริวารของจำเลยยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาล

ผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าผู้ร้องทั้งสามมีอำนาจพิเศษที่จะอยู่ในที่ดินพิพาทต่อไป

โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

ผู้ร้องทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้สืบเนื่องมาจากเดิมโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดิน หมู่ที่ 2 ตำบลชุมแสง อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ซึ่งจำเลยและบริวารบุกรุกเข้ามาปลูกบ้านอยู่อาศัย อันเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ แต่ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏในสำนวนว่าที่ดินดังกล่าวอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องในอัตราเท่าไร คงได้ความจากคำฟ้องของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ไม่สามารถเข้าทำประโยชน์ปลูกมันสำปะหลังได้ตามปกติ ต้องขาดรายได้ไปปีละประมาณ 1,000 บาท จึงเชื่อได้ว่าในขณะยื่นคำฟ้องที่ดินพิพาทอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท คู่ความในคดีฟ้องขับไล่เดิมจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง เมื่อปรากฏว่าชั้นนี้เป็นคดีเกี่ยวกับการบังคับผู้ร้องทั้งสามซึ่งเป็นบริวารของจำเลยผู้ถูกฟ้องขับไล่ และศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นว่าผู้ร้องทั้งสามไม่สามารถแสดงอำนาจพิเศษได้จึงต้องห้ามมิให้ผู้ร้องทั้งสามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามมาตรา 248 วรรคสาม ที่ผู้ร้องทั้งสามฎีกาว่า ผู้ร้องทั้งสามมิใช่บริวารของจำเลย เนื่องจากผู้ร้องที่ 3 ได้รับโอนที่ดินมาจากเจ้าของเดิมและครอบครองโดยสุจริต เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของผู้ร้องทั้งสามมาโดยไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้"

พิพากษายกฎีกาผู้ร้องทั้งสาม
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000754.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549