คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3516/2549 ฉบับเต็ม

#268765
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3516/2549 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์ นางสาวดาริกา ชาวหญ้าแพรก จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 แม้จำเลยได้ให้การในชั้นสอบสวนว่า จำเลยซื้อฝิ่นมาจาก น. ตามบันทึกคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวน แต่ไม่ปรากฏว่าพนักงานสอบสวนได้ใช้ข้อมูลดังกล่าวขยายผลจับกุมบุคคลที่จำเลยกล่าวอ้างได้หรือไม่อย่างไร คำให้การของจำเลยยังรับฟังไม่ได้ว่าเป็นข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 17, 69, 102 ริบฝิ่นและอุปกรณ์จำหน่ายฝิ่นของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 17 วรรคสอง, 69 วรรคสาม, 100/1 (ที่ถูกมาตรา 100/1 วรรคสอง), 102 จำคุก 5 ปี และปรับ 50,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับ 25,000 บาท ริบฝิ่นและอุปกรณ์จำหน่ายฝิ่นของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า สมควรลงโทษจำเลยสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยมีฝิ่นไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย นับเป็นต้นเหตุทำให้ยาเสพติดให้โทษแพร่ระบาดสู่ประชาชน อันเป็นการทำให้ผู้คนตกเป็นทาสของยาเสพติดให้โทษเพิ่มมากขึ้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นภัยต่อสังคมและประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองวางโทษก่อนลดให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 5 ปี นั้น เป็นการวางโทษจำคุกขั้นต่ำสุดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว ส่วนโทษปรับ ศาลล่างทั้งสองก็ได้พิเคราะห์ถึงความร้ายแรงของการกระทำความผิด และฐานะของจำเลยประกอบแล้วว่ากรณีมีเหตุอันสมควรเป็นการเฉพาะรายของจำเลย จึงลงโทษปรับน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/1 วรรคสอง ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลยมากแล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า เมื่อจำเลยถูกจับกุม จำเลยได้ให้การรับสารภาพและแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่าจำเลยซื้อฝิ่นมาจากนางน้อย ไม่ทราบชื่อสกุล โดยนางน้อยจะนำมาส่งให้ในราคากิโลกรัมละ 35,000 บาท และจำเลยจะนำไปจำหน่ายให้แก่ลูกค้าทั่วไป อันเป็นการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่พนักงานสอบสวน จึงมีเหตุสมควรที่ศาลจะลงโทษจำเลยน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นได้ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 นั้น เห็นว่า แม้จะฟังได้ว่าจำเลยได้ให้การในชั้นสอบสวนว่าจำเลยซื้อฝิ่นมาจากนางหรือนายน้อย ไม่ทราบชื่อจริง ตามบันทึกคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนเอกสารหมาย จ.6 ก็ตาม แต่ไม่ปรากฏว่าพนักงานสอบสวนได้ใช้ข้อมูลดังกล่าวขยายผลจับกุมบุคคลที่จำเลยกล่าวอ้างได้หรือไม่อย่างไร คำให้การของจำเลยดังกล่าวยังรับฟังไม่ได้ว่าเป็นข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ และที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยกำลังตั้งครรภ์และไม่เคยกระทำความผิดใดๆ มาก่อน ก็ไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะรับฟังเพื่อรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (เกรียงชัย จึงจตุรพิธ-ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช-มานัส เหลืองประเสริฐ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268765
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082023967"
    }
}
date
2549
deka_no
3516/2549
deka_running_no
3516
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "เกรียงชัย จึงจตุรพิธ",
    "ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช",
    "มานัส เหลืองประเสริฐ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 100/2"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวดาริกา ชาวหญ้าแพรก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 17, 69, 102 ริบฝิ่นและอุปกรณ์จำหน่ายฝิ่นของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 17 วรรคสอง, 69 วรรคสาม, 100/1 (ที่ถูกมาตรา 100/1 วรรคสอง), 102 จำคุก 5 ปี และปรับ 50,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับ 25,000 บาท ริบฝิ่นและอุปกรณ์จำหน่ายฝิ่นของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า สมควรลงโทษจำเลยสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยมีฝิ่นไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย นับเป็นต้นเหตุทำให้ยาเสพติดให้โทษแพร่ระบาดสู่ประชาชน อันเป็นการทำให้ผู้คนตกเป็นทาสของยาเสพติดให้โทษเพิ่มมากขึ้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นภัยต่อสังคมและประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองวางโทษก่อนลดให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 5 ปี นั้น เป็นการวางโทษจำคุกขั้นต่ำสุดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว ส่วนโทษปรับ ศาลล่างทั้งสองก็ได้พิเคราะห์ถึงความร้ายแรงของการกระทำความผิด และฐานะของจำเลยประกอบแล้วว่ากรณีมีเหตุอันสมควรเป็นการเฉพาะรายของจำเลย จึงลงโทษปรับน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/1 วรรคสอง ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลยมากแล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า เมื่อจำเลยถูกจับกุม จำเลยได้ให้การรับสารภาพและแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่าจำเลยซื้อฝิ่นมาจากนางน้อย ไม่ทราบชื่อสกุล โดยนางน้อยจะนำมาส่งให้ในราคากิโลกรัมละ 35,000 บาท และจำเลยจะนำไปจำหน่ายให้แก่ลูกค้าทั่วไป อันเป็นการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่พนักงานสอบสวน จึงมีเหตุสมควรที่ศาลจะลงโทษจำเลยน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นได้ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 นั้น เห็นว่า แม้จะฟังได้ว่าจำเลยได้ให้การในชั้นสอบสวนว่าจำเลยซื้อฝิ่นมาจากนางหรือนายน้อย ไม่ทราบชื่อจริง ตามบันทึกคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนเอกสารหมาย จ.6 ก็ตาม แต่ไม่ปรากฏว่าพนักงานสอบสวนได้ใช้ข้อมูลดังกล่าวขยายผลจับกุมบุคคลที่จำเลยกล่าวอ้างได้หรือไม่อย่างไร คำให้การของจำเลยดังกล่าวยังรับฟังไม่ได้ว่าเป็นข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ และที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยกำลังตั้งครรภ์และไม่เคยกระทำความผิดใดๆ มาก่อน ก็ไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะรับฟังเพื่อรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000748.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549