คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3524/2549 ฉบับเต็ม

#268767
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3524/2549 พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายเผดิมชัยหรือประเดิมชัยหรือ ประเดิมไชยหรือพจน์ ถาป้อม กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 33 จำเลยที่ 3 และที่ 4 ขับรถยนต์มายังที่เกิดเหตุเพื่อเจรจาซื้อขายเมทแอมเฟตามีน โดยมิได้นำเมทแอมเฟตามีนของกลางมากับรถยนต์ด้วย ดังนั้น รถยนต์จึงมิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด ไม่สามารถที่จะริบได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 และริบของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 และที่ 3 และที่ 4 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, 66 วรรคสอง, 102 ให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสี่ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพหลังการสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้ว และคำให้การชั้นจับกุม ชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 และที่ 4 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 (ที่ถูกประกอบมาตรา 52 (1)) คงจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 3 คงให้ประหารชีวิต ริบของกลาง จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง (เดิม), 66 วรรคสอง (เดิม), 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 อันเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรากฏว่าความผิดทั้งสองบทดังกล่าวมีระวางโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง สำหรับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 5 ป - 9653 กรุงเทพมหานคร ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ริบนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 นำรถยนต์ดังกล่าวมายังที่เกิดเหตุเพื่อเจรจาซื้อขายเมทแอมเฟตามีน มิได้นำเมทแอมเฟตามีนของกลางมากับรถยนต์คันดังกล่าว จึงมิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด ไม่สามารถที่จะริบได้" พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ริบรถยนต์หมายเลขทะเบียน 5 ป - 9653 กรุงเทพมหานคร และให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (นุรักษ์ มาประณีต-ประทีป ปิติสันต์-ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268767
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082023967"
    }
}
date
2549
deka_no
3524/2549
deka_running_no
3524
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "นุรักษ์ มาประณีต",
    "ประทีป ปิติสันต์",
    "ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 33"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นายเผดิมชัยหรือประเดิมชัยหรือ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ประเดิมไชยหรือพจน์ ถาป้อม กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 และริบของกลาง

จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ

จำเลยที่ 2 และที่ 3 และที่ 4 ให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, 66 วรรคสอง, 102 ให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสี่ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพหลังการสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้ว และคำให้การชั้นจับกุม ชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 และที่ 4 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 (ที่ถูกประกอบมาตรา 52 (1)) คงจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 3 คงให้ประหารชีวิต ริบของกลาง

จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง (เดิม), 66 วรรคสอง (เดิม), 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 อันเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรากฏว่าความผิดทั้งสองบทดังกล่าวมีระวางโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง สำหรับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 5 ป - 9653 กรุงเทพมหานคร ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ริบนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 นำรถยนต์ดังกล่าวมายังที่เกิดเหตุเพื่อเจรจาซื้อขายเมทแอมเฟตามีน มิได้นำเมทแอมเฟตามีนของกลางมากับรถยนต์คันดังกล่าว จึงมิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด ไม่สามารถที่จะริบได้"

พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ริบรถยนต์หมายเลขทะเบียน 5 ป - 9653 กรุงเทพมหานคร และให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000748.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549