คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3655/2549 ฉบับเต็ม

#268770
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3655/2549 นายจเร ศักดิ์พันธ์ โจทก์ นายจำลอง โพธิ์ทับทิม จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 147, มาตรา 234 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลย และให้จำเลยนำค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระภายใน 15 วัน แต่จำเลยไม่ชำระภายในกำหนด กลับยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาการวางเงินศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องและไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ดังนี้ ทางแก้ของจำเลยคือจำเลยต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นไปยังศาลอุทธรณ์ และนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 เมื่อจำเลยไม่ดำเนินการดังกล่าวจนพ้นกำหนดระยะเวลา คดีย่อมถึงที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 147 วรรคสอง จึงไม่อาจยื่นคำร้องขอวางเงินค่าธรรมเนียมศาลได้อีก ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,600,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์จำเลยยื่นอุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่า จำเลยมิได้ยากจนจริง ยังมีเงินพอเสียค่าธรรมเนียมศาล จึงให้ยกคำร้อง และให้จำเลยนำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระภายใน 15 วัน วันที่ 9 สิงหาคม 2545 จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระต่อศาลบางส่วนและยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลานำเงินค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือมาวางศาลภายในวันที่ 10 ตุลาคม 2545 ศาลชั้นต้นอนุญาต แต่จำเลยไม่ได้นำค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด จนกระทั่งพ้นกำหนดระยะเวลาตามที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงิน จำเลยกลับยื่นคำร้องขออนุญาตวางเงินค่าธรรมเนียมส่วนที่เหลือ โดยอ้างเหตุผลว่า เข้าใจว่าครบกำหนดวางเงินค่าธรรมเนียมศาลในวันที่ 20 ตุลาคม 2545 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เนื่องจากพ้นกำหนดระยะเวลาที่ศาลอนุญาตให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมแล้ว และศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2544 จำเลยยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ วันที่ 29 กรกฎาคม 2545 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลย ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระภายใน 15 วัน วันที่ 9 สิงหาคม 2545 จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระบางส่วน และยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาล ส่วนที่เหลือในวันที่ 10 ตุลาคม 2545 ศาลชั้นต้นอนุญาต ปรากฏว่าจำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือมาวางภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาออกไป วันที่ 14 ตุลาคม 2545 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยผู้อุทธรณ์ไม่นำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระภายในกำหนดตามคำสั่งศาล จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ในวันเดียวกันจำเลยยื่นคำร้องว่า ที่จำเลยไม่ได้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาวางภายในกำหนดเวลานั้นด้วยความเข้าใจผิดของจำเลยว่าจะครบกำหนดวางเงินค่าธรรมเนียมศาลในวันที่ 20 ตุลาคม 2545 และจำเลยได้เตรียมค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือมาวางแล้วมีความประสงค์จะวางเงินค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือ ขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าเนื่องจากพ้นกำหนดระยะเวลาที่ศาลอนุญาตให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมแล้ว และศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยจึงฎีกาเป็นคดีนี้ เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษาของจำเลยไปแล้ว ทางแก้ของจำเลยคือจำเลยต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 6 และนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามที่บทบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 เมื่อจำเลยไม่ดำเนินการดังกล่าวจนพ้นกำหนดระยะเวลา คดีย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147 วรรคสอง จำเลยจึงไม่อาจยื่นคำร้องขอวางเงินค่าธรรมเนียมศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ได้อีก ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์และรับฎีกาของจำเลย และศาลอุทธรณ์ภาค 6 รับวินิจฉัยเรื่องการขอวางเงินค่าธรรมเนียมให้จึงเป็นการไม่ชอบ" พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 และยกฎีกาของจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแก่จำเลยค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ (มนตรี ยอดปัญญา-สบโชค สุขารมณ์-ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268770
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082023748"
    }
}
date
2549
deka_no
3655/2549
deka_running_no
3655
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "สบโชค สุขารมณ์",
    "ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 147",
            "ม. 234"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายจเร ศักดิ์พันธ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายจำลอง โพธิ์ทับทิม"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,600,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์จำเลยยื่นอุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่า จำเลยมิได้ยากจนจริง ยังมีเงินพอเสียค่าธรรมเนียมศาล จึงให้ยกคำร้อง และให้จำเลยนำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระภายใน 15 วัน วันที่ 9 สิงหาคม 2545 จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระต่อศาลบางส่วนและยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลานำเงินค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือมาวางศาลภายในวันที่ 10 ตุลาคม 2545 ศาลชั้นต้นอนุญาต แต่จำเลยไม่ได้นำค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด จนกระทั่งพ้นกำหนดระยะเวลาตามที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงิน จำเลยกลับยื่นคำร้องขออนุญาตวางเงินค่าธรรมเนียมส่วนที่เหลือ โดยอ้างเหตุผลว่า เข้าใจว่าครบกำหนดวางเงินค่าธรรมเนียมศาลในวันที่ 20 ตุลาคม 2545

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เนื่องจากพ้นกำหนดระยะเวลาที่ศาลอนุญาตให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมแล้ว และศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2544 จำเลยยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ วันที่ 29 กรกฎาคม 2545 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลย ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระภายใน 15 วัน วันที่ 9 สิงหาคม 2545 จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระบางส่วน และยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาล ส่วนที่เหลือในวันที่ 10 ตุลาคม 2545 ศาลชั้นต้นอนุญาต ปรากฏว่าจำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือมาวางภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาออกไป วันที่ 14 ตุลาคม 2545 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยผู้อุทธรณ์ไม่นำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระภายในกำหนดตามคำสั่งศาล จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ในวันเดียวกันจำเลยยื่นคำร้องว่า ที่จำเลยไม่ได้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาวางภายในกำหนดเวลานั้นด้วยความเข้าใจผิดของจำเลยว่าจะครบกำหนดวางเงินค่าธรรมเนียมศาลในวันที่ 20 ตุลาคม 2545 และจำเลยได้เตรียมค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือมาวางแล้วมีความประสงค์จะวางเงินค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือ ขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าเนื่องจากพ้นกำหนดระยะเวลาที่ศาลอนุญาตให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมแล้ว และศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยจึงฎีกาเป็นคดีนี้ เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษาของจำเลยไปแล้ว ทางแก้ของจำเลยคือจำเลยต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 6 และนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามที่บทบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 เมื่อจำเลยไม่ดำเนินการดังกล่าวจนพ้นกำหนดระยะเวลา คดีย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147 วรรคสอง จำเลยจึงไม่อาจยื่นคำร้องขอวางเงินค่าธรรมเนียมศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ได้อีก ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์และรับฎีกาของจำเลย และศาลอุทธรณ์ภาค 6 รับวินิจฉัยเรื่องการขอวางเงินค่าธรรมเนียมให้จึงเป็นการไม่ชอบ"

พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 และยกฎีกาของจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแก่จำเลยค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000746.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549