คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5054/2549 ฉบับเต็ม

#268803
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5054/2549 พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาวอังคณา จงเลิศวัฒนา กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 58 วรรคแรก ตามบทบัญญัติ ป.อ. มาตรา 58 วรรคแรก กำหนดว่า โทษที่รอไว้ในคดีก่อนอันจะนำมาบวกกับโทษในคดีหลังนั้น จะต้องไม่เคยนำโทษที่รอไว้ในคดีก่อนมาบวกกับโทษในคดีอื่นมาก่อน ปรากฏว่าศาลชั้นต้นในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 775/2546 พิพากษาเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2546 ให้นำโทษจำคุก 6 เดือนที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1162/2545 ของศาลชั้นต้นบวกเข้ากับโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7755/2546 ของศาลชั้นต้นก่อนศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา ดังนั้นเมื่อศาลชั้นต้นได้นำโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ที่รอการลงโทษไว้บวกเข้ากับโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7755/2546 แล้ว จึงเป็นกรณีที่ศาลที่พิพากษาในคดีหลังบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังตามมาตรา 58 วรรคแรก แล้ว โทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ที่รอการลงโทษไว้ได้ถูกบังคับโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7755/2546 ของศาลชั้นต้น จึงไม่อาจนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษมาบวกโทษซ้ำในคดีนี้ได้อีก ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5853/2546 ของศาลชั้นต้น และจำเลยที่ 2 เป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1162/2545 ของศาลชั้นต้นที่พิพากษาลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339, 371, 83, 58 บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 1162/2545 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ กับนับโทษของจำเลยทั้งสองในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยทั้งสองในคดีหมายเลขดำที่ 5853/2546 ของศาลชั้นต้น และให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 900 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยาน จำเลยทั้งสองขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ และรับว่าจำเลยทั้งสองเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ และจำเลยที่ 2 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง, 371, 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานชิงทรัพย์ในเวลากลางวันโดยมีอาวุธให้จำคุกคนละ 10 ปี กระทงหนึ่งและฐานพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควรปรับคนละ 100 บาท อีกกระทงหนึ่ง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 5 ปี ปรับคนละ 50 บาท เมื่อปรับไม่ถึง 200 บาท ย่อมไม่อาจกักขังแทนค่าปรับได้ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา 29 ให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 900 บาท แก่ผู้เสียหาย ให้นับโทษจำคุกจำเลยทั้งสองในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยทั้งสองในคดีหมายเลขแดงที่ 7755/2546 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บวกโทษจำคุก 6 เดือน ของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1162/2545 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้รวมเป็นโทษจำคุกจำเลยที่ 2 กำหนด 5 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 เพียงประการเดียวว่า ศาลอุทธรณ์นำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1162/2545 ของศาลชั้นต้นบวกเข้ากับโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า โทษจำคุก 6 เดือนที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1162/2545 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นได้นำไปบวกกับโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7755/2546 ของศาลชั้นต้นแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์นำโทษจำคุกที่รอไว้ดังกล่าวมาบวกกับโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้อีก จึงเป็นการเพิ่มโทษจำเลยที่ 2 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก บัญญัติว่า "...ภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามมาตรา 56 ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาได้กระทำความผิดอันมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษและศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกสำหรับความผิดนั้น ให้ศาลที่พิพากษาคดีหลัง...บวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลัง..." และตามสำเนาภาพถ่ายคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7755/2546 ของศาลชั้นต้น ท้ายอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ซึ่งโจทก์ไม่แก้อุทธรณ์คัดค้าน ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าวได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2546 ให้นำโทษจำคุก 6 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1162/2545 ของศาลชั้นต้นบวกเข้ากับโทษคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7755/2546 ของศาลชั้นต้นก่อนศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นได้นำโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ที่รอการลงโทษไว้บวกเข้ากับโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7755/2546 แล้ว จึงเป็นกรณีที่ศาลที่พิพากษาคดีหลังบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังแล้ว ตามมาตรา 58 วรรคแรก โทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ที่รอการลงโทษไว้ได้ถูกบังคับโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7755/2546 ของศาลชั้นต้น จึงไม่อาจนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษมาบวกโทษซ้ำในคดีนี้ได้อีก เพราะทำให้จำเลยที่ 2 ได้รับโทษเพิ่มขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์นำโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1162/2545 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษคดีนี้ จึงไม่ชอบด้วยมาตรา 58 วรรคแรก ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่นำโทษจำคุก 6 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1162/2545 ของศาลชั้นต้นบวกเข้ากับโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด-วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์-วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268803
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082022540"
    }
}
date
2549
deka_no
5054/2549
deka_running_no
5054
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด",
    "วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์",
    "วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 58 วรรคแรก"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวอังคณา จงเลิศวัฒนา กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5853/2546 ของศาลชั้นต้น และจำเลยที่ 2 เป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1162/2545 ของศาลชั้นต้นที่พิพากษาลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339, 371, 83, 58 บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 1162/2545 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ กับนับโทษของจำเลยทั้งสองในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยทั้งสองในคดีหมายเลขดำที่ 5853/2546 ของศาลชั้นต้น และให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 900 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยาน จำเลยทั้งสองขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ และรับว่าจำเลยทั้งสองเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ และจำเลยที่ 2 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง, 371, 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานชิงทรัพย์ในเวลากลางวันโดยมีอาวุธให้จำคุกคนละ 10 ปี กระทงหนึ่งและฐานพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควรปรับคนละ 100 บาท อีกกระทงหนึ่ง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้คนละกระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 5 ปี ปรับคนละ 50 บาท เมื่อปรับไม่ถึง 200 บาท ย่อมไม่อาจกักขังแทนค่าปรับได้ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา 29 ให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 900 บาท แก่ผู้เสียหาย ให้นับโทษจำคุกจำเลยทั้งสองในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยทั้งสองในคดีหมายเลขแดงที่ 7755/2546 ของศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บวกโทษจำคุก 6 เดือน ของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1162/2545 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้รวมเป็นโทษจำคุกจำเลยที่ 2 กำหนด 5 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 เพียงประการเดียวว่า ศาลอุทธรณ์นำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1162/2545 ของศาลชั้นต้นบวกเข้ากับโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า โทษจำคุก 6 เดือนที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1162/2545 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นได้นำไปบวกกับโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7755/2546 ของศาลชั้นต้นแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์นำโทษจำคุกที่รอไว้ดังกล่าวมาบวกกับโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้อีก จึงเป็นการเพิ่มโทษจำเลยที่ 2 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก บัญญัติว่า "...ภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามมาตรา 56 ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาได้กระทำความผิดอันมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษและศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกสำหรับความผิดนั้น ให้ศาลที่พิพากษาคดีหลัง...บวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลัง..." และตามสำเนาภาพถ่ายคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7755/2546 ของศาลชั้นต้น ท้ายอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ซึ่งโจทก์ไม่แก้อุทธรณ์คัดค้าน ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าวได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2546 ให้นำโทษจำคุก 6 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1162/2545 ของศาลชั้นต้นบวกเข้ากับโทษคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7755/2546 ของศาลชั้นต้นก่อนศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นได้นำโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ที่รอการลงโทษไว้บวกเข้ากับโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7755/2546 แล้ว จึงเป็นกรณีที่ศาลที่พิพากษาคดีหลังบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังแล้ว ตามมาตรา 58 วรรคแรก โทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ที่รอการลงโทษไว้ได้ถูกบังคับโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7755/2546 ของศาลชั้นต้น จึงไม่อาจนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษมาบวกโทษซ้ำในคดีนี้ได้อีก เพราะทำให้จำเลยที่ 2 ได้รับโทษเพิ่มขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์นำโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1162/2545 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษคดีนี้ จึงไม่ชอบด้วยมาตรา 58 วรรคแรก ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น"

พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่นำโทษจำคุก 6 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1162/2545 ของศาลชั้นต้นบวกเข้ากับโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000735.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549