คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2549 ฉบับเต็ม

#268808
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2549 นางบุญมี ฉันทประทีป โจทก์ นายมานพ พันธ์ศรีเพ็ชร กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/12 (4), มาตรา 90/62 คดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 ในฐานะนายจ้างของจำเลยที่ 1 ให้รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ในมูลหนี้ละเมิดซึ่งเกิดเหตุเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2545 ส่วนศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ 2 และตั้งผู้บริหารแผนเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2543 และต่อมาศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้บริหารแผนชั่วคราวเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2546 ดังนี้ เมื่อหนี้คดีนี้อันเกิดจากมูลละเมิดเกิดขึ้นหลังจากที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ 2 และแผนพื้นฟูกิจการมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องร้องจำเลยที่ 2 ลูกหนี้เป็นคดีแพ่งต่อศาลชั้นต้นที่มีเขตอำนาจได้โดยไม่ต้องขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 90/62 และไม่ต้องห้ามมิให้ฟ้องจำเลยที่ 2 ตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 90/12 (4) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียจหายจำนวน 362,096.65 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 337,028.15 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีได้ความปรากฏตามหนังสือรับรองท้ายคำฟ้องว่าจำเลยที่ 2 อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามคำสั่งศาลล้มละลายกลางจึงต้องตามมาตรา 90/12 (4) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ที่ห้ามมิให้ฟ้องจำเลยที่ 2 เป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สิน จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 คงรับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ต่อศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 ในฐานะนายจ้างของจำเลยที่ 1 ให้รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ในมูลหนี้ละเมิดซึ่งเกิดเหตุเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2545 ส่วนศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการจำเลยที่ 2 และตั้งผู้บริหารแผนเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2543 และต่อมาศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้บริหารแผนชั่วคราวเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2546 ดังนี้ เมื่อหนี้คดีนี้อันเกิดจากมูลละเมิดเกิดขึ้นหลังจากที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ 2 และแผนฟื้นฟูกิจการมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องร้องจำเลยที่ 2 ลูกหนี้เป็นคดีแพ่งต่อศาลชั้นต้นที่มีเขตอำนาจได้โดยไม่ต้องขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/62 และไม่ต้องห้ามมิให้ฟ้องจำเลยที่ 2 ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2543 มาตรา 90/12 (4) อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับว่า ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาพิพากษาตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/62 (บุญรอด ตันประเสริฐ-สมชัย จึงประเสริฐ-ชัชลิต ละเอียด) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268808
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082024288"
    }
}
date
2549
deka_no
3195/2549
deka_running_no
3195
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "บุญรอด ตันประเสริฐ",
    "สมชัย จึงประเสริฐ",
    "ชัชลิต ละเอียด"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 90/12 (4)",
            "ม. 90/62"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางบุญมี ฉันทประทีป"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายมานพ พันธ์ศรีเพ็ชร กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียจหายจำนวน 362,096.65 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 337,028.15 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีได้ความปรากฏตามหนังสือรับรองท้ายคำฟ้องว่าจำเลยที่ 2 อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามคำสั่งศาลล้มละลายกลางจึงต้องตามมาตรา 90/12 (4) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ที่ห้ามมิให้ฟ้องจำเลยที่ 2 เป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สิน จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 คงรับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ต่อศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 ในฐานะนายจ้างของจำเลยที่ 1 ให้รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ในมูลหนี้ละเมิดซึ่งเกิดเหตุเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2545 ส่วนศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการจำเลยที่ 2 และตั้งผู้บริหารแผนเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2543 และต่อมาศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้บริหารแผนชั่วคราวเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2546 ดังนี้ เมื่อหนี้คดีนี้อันเกิดจากมูลละเมิดเกิดขึ้นหลังจากที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ 2 และแผนฟื้นฟูกิจการมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องร้องจำเลยที่ 2 ลูกหนี้เป็นคดีแพ่งต่อศาลชั้นต้นที่มีเขตอำนาจได้โดยไม่ต้องขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/62 และไม่ต้องห้ามมิให้ฟ้องจำเลยที่ 2 ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2543 มาตรา 90/12 (4) อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษากลับว่า ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาพิพากษาตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/62
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000751.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549