คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4691/2549 ฉบับเต็ม

#268883
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4691/2549 พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง โจทก์ นายสัมฤทธิ์ มาชัย จำเลย ป.อ. มาตรา 90, มาตรา 291 ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, มาตรา 57 (15) การจอดรถกีดขวางการจราจร และการใช้รถที่บรรทุกเกินความยาวของตัวรถโดยไม่ติธงสัญญาณตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57 (15) กับการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายอันเป็นความผิดตาม ป.อ.มาตรา 291 ตามฟ้องนั้น ถือได้ว่าเป็นการกระทำในครั้งคราวเดียวที่ต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน อันเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 291 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 การที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยในเรื่องดังกล่าวเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันจึงไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 4, 15, 57, 148, 152 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57 (15), 148, 152 ลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำคุก 6 ปี ฐานบรรทุกของยื่นเกินความยาวของตังรถ โดยไม่แสดงสัญญาณปรับ 500 บาท ฐานจอดรถกีดขวางการจราจรปรับ 1,000 บาท รวมจำคุก 6 ปี ปรับ 1,500 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี และปรับ 750 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษปรับจำเลยฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายอีกสถานหนึ่งเป็นเงิน 10,000 บาท และปรับฐานจอดรถกีดขวางการจราจรเป็นเงิน 500 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย คงปรับ 5,000 บาท ฐานจอดรถกีดขวางการจราจรปรับ 250 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี โดยกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติจังหวัดลำปางทุก 3 เดือน ต่อครั้ง ตลอดระยะเวลารอการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า สมควรลงโทษจำคุกโดยไม่รอการลงโทษให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า แม้ว่าการจอดรถกีดขวางการจราจร และการใช้รถที่บรรทุกเกินความยาวของตัวรถโดยไม่ติดธงสัญญาณตามที่กฎหมายกำหนด อันเป็นการกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย แต่ได้ความตามรายงานการสืบเสาะและพินิจของจำเลยว่าภายหลังเกิดเหตุแล้วจำเลยก็ไม่ได้หลบหนีและได้ประสานงานกับชาวบ้านแล้วนำเหตุไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจประจำป้อมตำรวจที่ใกล้เคียงทันที จำเลยมีอาชีพการงานเป็นหลักแหล่ง มีภาระต้องอุปการะเลี้ยงดูครอบครัว ทั้งข้อเท็จจริงปรากฏจากคำแก้ฎีกาจำเลยว่า จำเลยได้พยายามบรรเทาผลร้ายโดยการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ภริยาผู้ตายไปแล้วเป็นจำนวน 450,000 บาท กรณีจึงมีเหตุสมควรปรานีจำเลยโดยการรอการลงโทษจำคุกไว้เพื่อให้โอกาสจำเลยได้ประพฤติตนเป็นคนดีต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 รอการลงโทษจำคุกให้จำเลยนั้นชอบแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง การจอดรถกีดขวางการจราจร และการใช้รถที่บรรทุกเกินความยาวของตัวรถโดยไม่ติดธงสัญญาณตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 กับการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ตามฟ้องนั้นถือได้ว่าเป็นการกระทำในครั้งคราวเดียวที่ต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน อันเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 การที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยในเรื่องดังกล่าวเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันจึงไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขปรับบทกฎหมายให้ถูกต้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57 (15), 148, 152 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 โดยไม่ปรับจำเลยสำหรับความผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 นอกจากที่แก้ไขให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 (ชวลิต ตุลยสิงห์-เกษม วีรวงศ์-บุญส่ง น้อยโสภณ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268883
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082022982"
    }
}
date
2549
deka_no
4691/2549
deka_running_no
4691
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "เกษม วีรวงศ์",
    "บุญส่ง น้อยโสภณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 90",
            "ม. 291"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 15 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 57 (15)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสัมฤทธิ์ มาชัย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 4, 15, 57, 148, 152

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57 (15), 148, 152 ลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำคุก 6 ปี ฐานบรรทุกของยื่นเกินความยาวของตังรถ โดยไม่แสดงสัญญาณปรับ 500 บาท ฐานจอดรถกีดขวางการจราจรปรับ 1,000 บาท รวมจำคุก 6 ปี ปรับ 1,500 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี และปรับ 750 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษปรับจำเลยฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายอีกสถานหนึ่งเป็นเงิน 10,000 บาท และปรับฐานจอดรถกีดขวางการจราจรเป็นเงิน 500 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย คงปรับ 5,000 บาท ฐานจอดรถกีดขวางการจราจรปรับ 250 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี โดยกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติจังหวัดลำปางทุก 3 เดือน ต่อครั้ง ตลอดระยะเวลารอการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า สมควรลงโทษจำคุกโดยไม่รอการลงโทษให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า แม้ว่าการจอดรถกีดขวางการจราจร และการใช้รถที่บรรทุกเกินความยาวของตัวรถโดยไม่ติดธงสัญญาณตามที่กฎหมายกำหนด อันเป็นการกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย แต่ได้ความตามรายงานการสืบเสาะและพินิจของจำเลยว่าภายหลังเกิดเหตุแล้วจำเลยก็ไม่ได้หลบหนีและได้ประสานงานกับชาวบ้านแล้วนำเหตุไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจประจำป้อมตำรวจที่ใกล้เคียงทันที จำเลยมีอาชีพการงานเป็นหลักแหล่ง มีภาระต้องอุปการะเลี้ยงดูครอบครัว ทั้งข้อเท็จจริงปรากฏจากคำแก้ฎีกาจำเลยว่า จำเลยได้พยายามบรรเทาผลร้ายโดยการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ภริยาผู้ตายไปแล้วเป็นจำนวน 450,000 บาท กรณีจึงมีเหตุสมควรปรานีจำเลยโดยการรอการลงโทษจำคุกไว้เพื่อให้โอกาสจำเลยได้ประพฤติตนเป็นคนดีต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 รอการลงโทษจำคุกให้จำเลยนั้นชอบแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง การจอดรถกีดขวางการจราจร และการใช้รถที่บรรทุกเกินความยาวของตัวรถโดยไม่ติดธงสัญญาณตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 กับการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ตามฟ้องนั้นถือได้ว่าเป็นการกระทำในครั้งคราวเดียวที่ต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน อันเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 การที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยในเรื่องดังกล่าวเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันจึงไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขปรับบทกฎหมายให้ถูกต้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225"

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57 (15), 148, 152 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 โดยไม่ปรับจำเลยสำหรับความผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 นอกจากที่แก้ไขให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000739.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549