คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1883/2549 ฉบับเต็ม

#268939
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1883/2549 นายอับดุลรอเซะ สะอะ ผู้ร้อง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดนราธิวาส ผู้คัดค้าน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 มาตรา 29 ระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองและทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองของคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดทำขึ้นเป็นข้อมูลของทางราชการเพื่อให้พรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมืองและประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ ข้อมูลในระบบฐานข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้งจึงเป็นข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ การที่ไม่ปรากฏชื่อของผู้ร้องซึ่งอ้างว่าเป็นสมาชิกพรรค ป. มาตั้งแต่ปี 2535 ในระบบฐานข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทั้ง ๆ ที่พรรค ป. ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการในทางการเมือง รวมทั้งส่งสมาชิกพรรคสมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้ร้องซึ่งประสงค์จะใช้ความเป็นสมาชิกภาพของพรรคสมัครรับเลือกตั้งย่อมรู้อยู่แล้วว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องใช้ข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครต่างสามารถตรวจสอบข้อมูลในระบบฐานข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งนับแต่มีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งหลังใช้บังคับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2541 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาหลายปีแต่ก็ยังไม่ปรากฏชื่อผู้ร้องอยู่ในระบบฐานข้อมูลดังกล่าว แสดงว่าพรรค ป. และผู้ร้อง ไม่เคยตรวจสอบและโต้แย้งเลย กรณีจึงมีข้อน่าเคลือบแคลงสงสัยและมีพิรุธ ไม่อาจเชื่อได้ว่าผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรค ป. อยู่ในขณะสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ผู้ร้องจึงไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 107 (4) แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฯ และมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาฯ ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดนราธิวาส ประกาศชื่อผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ในวันนัดพิจารณา ศาลฎีกาสอบถามข้อเท็จจริงจากคู่ความทั้งสองฝ่าย คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า มีหนังสือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ ลต.0401/ว 346 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2549 แจ้งไปถึงคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดนราธิวาสว่าไม่พบชื่อผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองในระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองและทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองตามเอกสารท้ายคำคัดค้าน แต่นายทะเบียนพรรคประชากรไทยที่มาศาลฎีกาแถลงว่า ผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคนี้มาแต่ปี 2535 แต่ไม่ทราบสาเหตุที่หัวหน้าพรรคไม่ส่งหลักฐานเอกสารให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงเพียงพอแก่การวินิจฉัยแล้ว จึงให้งดสืบพยาน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังยุติตามที่คู่ความรับกันและไม่โต้เถียงกันว่า ผู้ร้องยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดนราธิวาส แต่ต่อมาผู้คัดค้านมีหนังสือแจ้งผู้ร้องว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิสมัครเพราะไม่ปรากฏว่าผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทย จึงขาดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครตามมาตรา 107 (4) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ซึ่งบัญญัติมีใจความว่า บุคคลผู้มีคุณสมบัติที่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่า การที่ผู้คัดค้านไม่รับสมัครและไม่ประกาศชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งชอบหรือไม่ ซึ่งมีปัญหาต้องวินิจฉัยในเบื้องแรกว่า ผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องได้แถลงในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลฎีกายอมรับว่าไม่พบชื่อผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองในระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองและทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามเอกสารท้ายคำคัดค้านหมายเลข 3 ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า ผู้ร้องไม่มีชื่อเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่ว่าพรรคใดรวมทั้งพรรคประชากรไทยในระบบฐานข้อมูลของทางราชการดังกล่าว ซึ่งระบบฐานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์นี้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจัดทำขึ้นเพื่อให้เป็นทะเบียนพรรคการเมืองและทะเบียนสมาชิกพรรคโดยให้พรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นนายทะเบียนของพรรคหรือสมาชิกพรรค และประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลโดยตรวจดูได้ ข้อมูลในระบบฐานข้อมูลนี้จึงมีความน่าเชื่อถือและมีน้ำหนักรับฟังได้ ที่ผู้ร้องอ้างว่าเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยมาตั้งแต่ปี 2535 ตามสำเนาทะเบียนสมาชิกพรรค และบัตรสมาชิกพรรคประชากรไทยนั้น เห็นว่า พรรคการเมืองจัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างเจตนารมณ์ทางการเมืองของประชาชนและเพื่อดำเนินกิจการในทางการเมืองให้เป็นไปตามเจตนารมณ์นั้น ซึ่งรวมทั้งการส่งสมาชิกพรรคสมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยวิสัยพรรคการเมืองย่อมต้องให้ความสำคัญต่อความเป็นสมาชิกพรรคซึ่งเป็นคุณสมบัติประการหนึ่งของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง โดยเฉพาะผู้ร้องซึ่งต้องการสมัครรับเลือกตั้งย่อมมีส่วนได้เสียอย่างสำคัญในการใช้ความเป็นสมาชิกภาพของพรรคในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และควรรู้อยู่แล้วว่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องใช้ข้อมูลในระบบฐานข้อมูลนี้ในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งว่ามีคุณสมบัติหรือไม่ พรรคการเมืองและผู้ร้องจึงควรเข้าตรวจดูข้อมูลในระบบฐานข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งว่ามีชื่อผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคอยู่หรือไม่ หากตรวจแล้วไม่พบ ก็ต้องแจ้งรายชื่อไปให้ปรากฏ ซึ่งนับแต่มีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งหลังใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2541 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาที่ผ่านไป 6 ปี หากผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยมาตั้งแต่ปี 2535 จริง พรรคประชากรไทยและหรือผู้ร้องก็มีโอกาสตรวจดูข้อมูลการเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยในฐานข้อมูลของทางราชการนั้นได้ แต่ก็ยังไม่ปรากฏว่ามีชื่อของผู้ร้องอยู่ในระบบฐานข้อมูล แสดงว่าพรรคและผู้ร้องไม่เคยเข้าตรวจดูและโต้แย้งเลยซึ่งผิดวิสัย กรณีจึงมีข้อน่าเคลือบแคลงสงสัยและมีพิรุธไม่อาจเชื่อได้ว่าผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยอยู่ในขณะสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ผู้ร้องจึงขาดคุณสมบัติเป็นผู้สมัครตามมาตรา 107 (4) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 และมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 ที่ผู้คัดค้านไม่รับสมัครและไม่ประกาศชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดนราธิวาส นั้นชอบแล้ว" จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง (สถิตย์ อรรถบลยุคล-องอาจ โรจนสุพจน์-เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ คำสั่งศาลฎีกาที่ 1883/2549 เป็นการไต่สวนของศาลตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยถึงการรับฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นพยานหลักฐานโดยมีนัยสำคัญ 2 ประการ คือ ประการแรกศาลรับฟังข้อมูลจากอิเล็กทรอนิกส์เป็นพยานหลักฐาน และประการที่สองข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดทำขึ้นเป็นข้อมูลของทางราชการเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลได้ เป็นข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268939
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082025248"
    }
}
date
2549
deka_no
1883/2549
deka_running_no
1883
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "สถิตย์ อรรถบลยุคล",
    "องอาจ โรจนสุพจน์",
    "เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540",
        "law_abbr": "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540",
        "sections": [
            "ม. 107 (4)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 29"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายอับดุลรอเซะ สะอะ"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 4"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "จังหวัดนราธิวาส"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดนราธิวาส ประกาศชื่อผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ในวันนัดพิจารณา ศาลฎีกาสอบถามข้อเท็จจริงจากคู่ความทั้งสองฝ่าย คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า มีหนังสือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ ลต.0401/ว 346 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2549 แจ้งไปถึงคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดนราธิวาสว่าไม่พบชื่อผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองในระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองและทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองตามเอกสารท้ายคำคัดค้าน แต่นายทะเบียนพรรคประชากรไทยที่มาศาลฎีกาแถลงว่า ผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคนี้มาแต่ปี 2535 แต่ไม่ทราบสาเหตุที่หัวหน้าพรรคไม่ส่งหลักฐานเอกสารให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงเพียงพอแก่การวินิจฉัยแล้ว จึงให้งดสืบพยาน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังยุติตามที่คู่ความรับกันและไม่โต้เถียงกันว่า ผู้ร้องยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดนราธิวาส แต่ต่อมาผู้คัดค้านมีหนังสือแจ้งผู้ร้องว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิสมัครเพราะไม่ปรากฏว่าผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทย จึงขาดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครตามมาตรา 107 (4) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ซึ่งบัญญัติมีใจความว่า บุคคลผู้มีคุณสมบัติที่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่า การที่ผู้คัดค้านไม่รับสมัครและไม่ประกาศชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งชอบหรือไม่ ซึ่งมีปัญหาต้องวินิจฉัยในเบื้องแรกว่า ผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องได้แถลงในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลฎีกายอมรับว่าไม่พบชื่อผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองในระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองและทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามเอกสารท้ายคำคัดค้านหมายเลข 3 ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า ผู้ร้องไม่มีชื่อเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่ว่าพรรคใดรวมทั้งพรรคประชากรไทยในระบบฐานข้อมูลของทางราชการดังกล่าว ซึ่งระบบฐานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์นี้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจัดทำขึ้นเพื่อให้เป็นทะเบียนพรรคการเมืองและทะเบียนสมาชิกพรรคโดยให้พรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นนายทะเบียนของพรรคหรือสมาชิกพรรค และประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลโดยตรวจดูได้ ข้อมูลในระบบฐานข้อมูลนี้จึงมีความน่าเชื่อถือและมีน้ำหนักรับฟังได้ ที่ผู้ร้องอ้างว่าเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยมาตั้งแต่ปี 2535 ตามสำเนาทะเบียนสมาชิกพรรค และบัตรสมาชิกพรรคประชากรไทยนั้น เห็นว่า พรรคการเมืองจัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างเจตนารมณ์ทางการเมืองของประชาชนและเพื่อดำเนินกิจการในทางการเมืองให้เป็นไปตามเจตนารมณ์นั้น ซึ่งรวมทั้งการส่งสมาชิกพรรคสมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยวิสัยพรรคการเมืองย่อมต้องให้ความสำคัญต่อความเป็นสมาชิกพรรคซึ่งเป็นคุณสมบัติประการหนึ่งของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง โดยเฉพาะผู้ร้องซึ่งต้องการสมัครรับเลือกตั้งย่อมมีส่วนได้เสียอย่างสำคัญในการใช้ความเป็นสมาชิกภาพของพรรคในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และควรรู้อยู่แล้วว่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องใช้ข้อมูลในระบบฐานข้อมูลนี้ในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งว่ามีคุณสมบัติหรือไม่ พรรคการเมืองและผู้ร้องจึงควรเข้าตรวจดูข้อมูลในระบบฐานข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งว่ามีชื่อผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคอยู่หรือไม่ หากตรวจแล้วไม่พบ ก็ต้องแจ้งรายชื่อไปให้ปรากฏ ซึ่งนับแต่มีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งหลังใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2541 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาที่ผ่านไป 6 ปี หากผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยมาตั้งแต่ปี 2535 จริง พรรคประชากรไทยและหรือผู้ร้องก็มีโอกาสตรวจดูข้อมูลการเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยในฐานข้อมูลของทางราชการนั้นได้ แต่ก็ยังไม่ปรากฏว่ามีชื่อของผู้ร้องอยู่ในระบบฐานข้อมูล แสดงว่าพรรคและผู้ร้องไม่เคยเข้าตรวจดูและโต้แย้งเลยซึ่งผิดวิสัย กรณีจึงมีข้อน่าเคลือบแคลงสงสัยและมีพิรุธไม่อาจเชื่อได้ว่าผู้ร้องเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยอยู่ในขณะสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ผู้ร้องจึงขาดคุณสมบัติเป็นผู้สมัครตามมาตรา 107 (4) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 และมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 ที่ผู้คัดค้านไม่รับสมัครและไม่ประกาศชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดนราธิวาส นั้นชอบแล้ว"

จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
คำสั่งศาลฎีกาที่ 1883/2549 เป็นการไต่สวนของศาลตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยถึงการรับฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นพยานหลักฐานโดยมีนัยสำคัญ 2 ประการ คือ ประการแรกศาลรับฟังข้อมูลจากอิเล็กทรอนิกส์เป็นพยานหลักฐาน และประการที่สองข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดทำขึ้นเป็นข้อมูลของทางราชการเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลได้ เป็นข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000760.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549