คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5985/2550 ฉบับเต็ม

#268954
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5985/2550 ดาบตำรวจประเสริฐ เชิญกลาง โจทก์ นางจงจิตร สมบัติ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 166, มาตรา 196, มาตรา 225 หลังจากสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว โจทก์ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดขัอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 166 ประกอบมาตรา 181 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ดังนี้ คำสั่งให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ของศาลอุทธรณ์ภาค 3 เป็นคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ซึ่งอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของโจทก์ จึงเป็นคำสั่งที่ทำให้คดีเสร็จไปจากศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่ใช่คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 196 ประกอบมาตรา 225 จำเลยจึงฎีกาคำสั่งดังกล่าวได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูลให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ชั้นพิจารณา หลังจากสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ต่อไปในวันที่ 17 ธันวาคม 2545 โจทก์ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 (ที่ถูกมาตรา 166 วรรคหนึ่ง) ประกอบมาตรา 181 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนคำร้องและยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ จำเลยยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า วันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายโจทก์ขับรถยนต์ หมายเลขทะเบียน 3 ฮ - 1834 กรุงเทพมหานคร ออกจากกรุงเทพมหานครเพื่อเดินทางไปศาลแขวงนครราชสีมา ก่อนออกเดินทางได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากโจทก์ว่าป่วยมีอาการท้องร่วงครั้นเวลาประมาณ 8 นาฬิกา ทนายโจทก์ขับรถยนต์ไปถึงทางโค้งเลยอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ปรากฏว่ารถยนต์มีความร้อนสูงและเร่งเครื่องไม่ขึ้น ทนายโจทก์จึงจอดรถยนต์ข้างทางนานประมาณ 15 ถึง 20 นาที เพื่อรอให้ความร้อนลดและเติมน้ำในหม้อน้ำ จากนั้นทนายโจทก์ขับรถยนต์ต่อไปจนถึงหลักกิโลเมตรที่ 77 ถึง 78 ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ปรากฏว่าเครื่องยนต์ดับขับต่อไปไม่ได้จึงจอดรถยนต์ข้างทางเพื่อตรวจหาสาเหตุ พบสายพานราวลิ้นขาด ทนายโจทก์โบกรถยนต์ที่ขับผ่านไปเพื่อขอให้ช่วยลากรถยนต์ไปในที่ชุมชนแต่ไม่มีใครจอดรถช่วยเหลือ จนกระทั่งเวลาประมาณ 11 นาฬิกา มีรถตำรวจทางหลวงผ่านมา แล้วลากรถยนต์ของทนายโจทก์ไปบริเวณสามแยกบ้านหนองคู ทนายโจทก์ยืมโทรศัพท์ของเจ้าพนักงานตำรวจติดต่อทางโทรศัพท์ให้น้องของทนายโจทก์ที่กรุงเทพมหานครหาช่างไปลากรถยนต์ของทนายโจทก์ไปซ่อม ส่วนทนายโจทก์โดยสารรถโดยสารประจำทางไปที่ศาลแขวงนครราชสีถึงเวลาประมาณ 14 นาฬิกา พบว่าศาลชั้นต้นยกฟ้องแล้ว ที่โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งรับฎีกาของศาลชั้นต้นอ้างว่าศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพราะคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่ให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณานั้น เห็นว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 3 เป็นคำพิพากษาที่วินิจฉัยข้ออุทธรณ์ของโจทก์ที่โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นและทำให้คดีเสร็จไปจากศาลอุทธรณ์ภาค 3 จึงไม่ถือเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว... เหตุขัดข้องของทนายโจทก์และโจทก์ดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องที่ทนายโจทก์หรือโจทก์จะยกขึ้นมาเป็นข้อแก้ตัวหรือข้ออ้างเพื่อให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษาให้ยกคดีโจทก์ขึ้นพิจารณาใหม่นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง (มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด-วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์-วีระวัฒน์ ปวราจารย์) ศาลแขวงนครราชสีมา - นายอารมณ์ จำปานิล ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นางสุรีพร อัชฌานนท์ แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268954
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงนครราชสีมา",
        "judge": "นายอารมณ์ จำปานิล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นางสุรีพร อัชฌานนท์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082015166"
    }
}
date
2550
deka_no
5985/2550
deka_running_no
5985
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด",
    "วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์",
    "วีระวัฒน์ ปวราจารย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 166",
            "ม. 196",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ดาบตำรวจประเสริฐ เชิญกลาง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางจงจิตร สมบัติ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูลให้ประทับฟ้อง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ชั้นพิจารณา หลังจากสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ต่อไปในวันที่ 17 ธันวาคม 2545 โจทก์ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 (ที่ถูกมาตรา 166 วรรคหนึ่ง) ประกอบมาตรา 181

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนคำร้องและยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่

จำเลยยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า วันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายโจทก์ขับรถยนต์ หมายเลขทะเบียน 3 ฮ - 1834 กรุงเทพมหานคร ออกจากกรุงเทพมหานครเพื่อเดินทางไปศาลแขวงนครราชสีมา ก่อนออกเดินทางได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากโจทก์ว่าป่วยมีอาการท้องร่วงครั้นเวลาประมาณ 8 นาฬิกา ทนายโจทก์ขับรถยนต์ไปถึงทางโค้งเลยอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ปรากฏว่ารถยนต์มีความร้อนสูงและเร่งเครื่องไม่ขึ้น ทนายโจทก์จึงจอดรถยนต์ข้างทางนานประมาณ 15 ถึง 20 นาที เพื่อรอให้ความร้อนลดและเติมน้ำในหม้อน้ำ จากนั้นทนายโจทก์ขับรถยนต์ต่อไปจนถึงหลักกิโลเมตรที่ 77 ถึง 78 ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ปรากฏว่าเครื่องยนต์ดับขับต่อไปไม่ได้จึงจอดรถยนต์ข้างทางเพื่อตรวจหาสาเหตุ พบสายพานราวลิ้นขาด ทนายโจทก์โบกรถยนต์ที่ขับผ่านไปเพื่อขอให้ช่วยลากรถยนต์ไปในที่ชุมชนแต่ไม่มีใครจอดรถช่วยเหลือ จนกระทั่งเวลาประมาณ 11 นาฬิกา มีรถตำรวจทางหลวงผ่านมา แล้วลากรถยนต์ของทนายโจทก์ไปบริเวณสามแยกบ้านหนองคู ทนายโจทก์ยืมโทรศัพท์ของเจ้าพนักงานตำรวจติดต่อทางโทรศัพท์ให้น้องของทนายโจทก์ที่กรุงเทพมหานครหาช่างไปลากรถยนต์ของทนายโจทก์ไปซ่อม ส่วนทนายโจทก์โดยสารรถโดยสารประจำทางไปที่ศาลแขวงนครราชสีถึงเวลาประมาณ 14 นาฬิกา พบว่าศาลชั้นต้นยกฟ้องแล้ว ที่โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งรับฎีกาของศาลชั้นต้นอ้างว่าศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพราะคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่ให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณานั้น เห็นว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 3 เป็นคำพิพากษาที่วินิจฉัยข้ออุทธรณ์ของโจทก์ที่โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นและทำให้คดีเสร็จไปจากศาลอุทธรณ์ภาค 3 จึงไม่ถือเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว...

เหตุขัดข้องของทนายโจทก์และโจทก์ดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องที่ทนายโจทก์หรือโจทก์จะยกขึ้นมาเป็นข้อแก้ตัวหรือข้ออ้างเพื่อให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษาให้ยกคดีโจทก์ขึ้นพิจารณาใหม่นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000669.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550