คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5499/2549 ฉบับเต็ม

#268977
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5499/2549 พนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัว จังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายเอกลักษณ์ เขียนสุข จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 78, มาตรา 83, มาตรา 134 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 มาตรา 6, มาตรา 49 วรรคสอง, มาตรา 51, มาตรา 53 จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนและส่งตัวจำเลยไปที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนในวันเดียวกัน แล้วปล่อยตัวจำเลยไป โดยไม่มีการควบคุมตัวจำเลยไว้ หรือปล่อยตัวจำเลยชั่วคราวในระหว่างสอบสวน แสดงว่าจำเลยไม่ถูกพนักงานสอบสวนจับกุม เมื่อจำเลยยังไม่ถูกจับกุม จึงยังไม่มีจุดเริ่มต้นในการนับระยะเวลาในการฟ้องคดี โจทก์สามารถฟ้องจำเลยได้โดยไม่ต้องผัดฟ้องหรือได้รับอนุญาตจากอัยการสูงสุด ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 295, 358 ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเข้ามอบตัววันที่ 22 มิถุนายน 2547 ถือว่าจำเลยถูกจับแล้ว แต่โจทก์นำคดีมาฟ้องในวันนี้ จึงเป็นการฟ้องเกิน 30 วัน นับแต่วันที่จำเลยถูกจับ โดยไม่มีการผัดฟ้องและไม่ได้รับอนุญาตให้ฟ้องจากอัยการสูงสุด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง (ที่ถูกเป็นคำสั่งไม่รับฟ้อง) โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยถูกพนักงานสอบสวนจับกุมแล้วหรือไม่ เห็นว่า ปรากฏตามคำฟ้องว่าจำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2547 พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนและส่งตัวจำเลยไปที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครสวรรค์ในวันเดียวกัน แล้วปล่อยตัวจำเลยไป โดยไม่มีการควบคุมตัวจำเลยไว้หรือปล่อยตัวจำเลยชั่วคราวระหว่างสอบสวน การกระทำของพนักงานสอบสวนดังกล่าวเป็นการกระทำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 มาตรา 6 คือเพียงแจ้งข้อหาเพื่อดำเนินการสอบสวนโดยมิได้จับกุมจำเลยตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 มาตรา 49 วรรคสอง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 และมาตรา 83 แสดงว่าจำเลยไม่ถูกพนักงานสอบสวนจับกุม เมื่อจำเลยยังไม่ถูกจับกุมจึงยังไม่มีจุดเริ่มต้นในการนับระยะเวลากำหนดกรอบเวลาในการฟ้องคดีตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 ซึ่งบัญญัติให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องเด็กหรือเยาวชนต่อศาลเยาวชนและครอบครัวภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เด็กหรือเยาวชนนั้นถูกจับกุม ถ้าฟ้องไม่ทันจะต้องมีการขอผัดฟ้องต่อศาลตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาผัดฟ้องตามมาตรา 51 แล้ว พนักงานอัยการจะฟ้องได้ต้องได้รับอนุญาตจากอัยการสูงสุดตามมาตรา 53 การฟ้องคดีนี้จึงไม่อยู่ในบังคับของบทบัญญัติดังกล่าว โจทก์สามารถฟ้องจำเลยได้โดยไม่ต้องผัดฟ้องหรือได้รับอนุญาตจากอัยการสูงสุดแต่อย่างใด ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไม่รับฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 6 ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป (นุรักษ์ มาประณีต-วิชา มหาคุณ-อดิศักดิ์ ทิมมาศย์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
268977
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082022114"
    }
}
date
2549
deka_no
5499/2549
deka_running_no
5499
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "นุรักษ์ มาประณีต",
    "วิชา มหาคุณ",
    "อดิศักดิ์ ทิมมาศย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 78",
            "ม. 83",
            "ม. 134"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 6",
            "ม. 49 วรรคสอง",
            "ม. 51",
            "ม. 53"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "พนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัว"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "จังหวัดนครสวรรค์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเอกลักษณ์ เขียนสุข"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 295, 358

ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเข้ามอบตัววันที่ 22 มิถุนายน 2547 ถือว่าจำเลยถูกจับแล้ว แต่โจทก์นำคดีมาฟ้องในวันนี้ จึงเป็นการฟ้องเกิน 30 วัน นับแต่วันที่จำเลยถูกจับ โดยไม่มีการผัดฟ้องและไม่ได้รับอนุญาตให้ฟ้องจากอัยการสูงสุด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง (ที่ถูกเป็นคำสั่งไม่รับฟ้อง)

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยถูกพนักงานสอบสวนจับกุมแล้วหรือไม่ เห็นว่า ปรากฏตามคำฟ้องว่าจำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2547 พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนและส่งตัวจำเลยไปที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครสวรรค์ในวันเดียวกัน แล้วปล่อยตัวจำเลยไป โดยไม่มีการควบคุมตัวจำเลยไว้หรือปล่อยตัวจำเลยชั่วคราวระหว่างสอบสวน การกระทำของพนักงานสอบสวนดังกล่าวเป็นการกระทำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 มาตรา 6 คือเพียงแจ้งข้อหาเพื่อดำเนินการสอบสวนโดยมิได้จับกุมจำเลยตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 มาตรา 49 วรรคสอง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 และมาตรา 83 แสดงว่าจำเลยไม่ถูกพนักงานสอบสวนจับกุม เมื่อจำเลยยังไม่ถูกจับกุมจึงยังไม่มีจุดเริ่มต้นในการนับระยะเวลากำหนดกรอบเวลาในการฟ้องคดีตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 ซึ่งบัญญัติให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องเด็กหรือเยาวชนต่อศาลเยาวชนและครอบครัวภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เด็กหรือเยาวชนนั้นถูกจับกุม ถ้าฟ้องไม่ทันจะต้องมีการขอผัดฟ้องต่อศาลตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาผัดฟ้องตามมาตรา 51 แล้ว พนักงานอัยการจะฟ้องได้ต้องได้รับอนุญาตจากอัยการสูงสุดตามมาตรา 53 การฟ้องคดีนี้จึงไม่อยู่ในบังคับของบทบัญญัติดังกล่าว โจทก์สามารถฟ้องจำเลยได้โดยไม่ต้องผัดฟ้องหรือได้รับอนุญาตจากอัยการสูงสุดแต่อย่างใด ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไม่รับฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 6 ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000731.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549