คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2550 ฉบับเต็ม

#269021
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2550 บริษัทอยุธยา ดีเวลลอปเม้นท์ ลีสซิ่ง จำกัด โจทก์ บริษัทเอส.ที.ซี.ทาวเวอร์ เครน เทรดดิ้ง จำกัด กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 352 ป.วิ.อ. มาตรา 162 จำเลยที่ 1 ครอบครองเครื่องจักรยกของหนักบนอาคารสูงหรือปั้นจั่นหอสูงอันเป็นทรัพย์พิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่า เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าและโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว จำเลยที่ 1 มีหน้าที่จะต้องส่งคืนทรัพย์พิพาทแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ในสัญญาเช่า จำเลยที่ 1 จะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตลอดเวลาที่ครอบครองทรัพย์พิพาทตามข้อตกลงในสัญญา แม้ว่าจำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบคืนทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์ตามข้อตกลงก็ตาม พฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 ก็ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการเบียดบังที่จะเอาทรัพย์เป็นของตนโดยทุจริต กรณีเป็นเรื่องผิดสัญญาในทางแพ่งไม่มีมูลความผิดอาญาฐานยักยอกทรัพย์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,352 ระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง จำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีโจทก์มีมูลหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 1 ครอบครองทรัพย์พิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่า เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าและโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว จำเลยที่ 1 มีหน้าที่จะต้องส่งคืนทรัพย์พิพาทแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ดังกล่าว จำเลยที่ 1 จะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตลอดเวลาที่ครอบครองทรัพย์พิพาทตามข้อตกลงในสัญญา ทั้งผู้รับมอบอำนาจโจทก์และจำเลยทั้งสามยังได้ทำบันทึกตกลงที่สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ข้อที่ 2 ความว่า โจทก์จะต้องได้รับความเห็นชอบจากจำเลยที่ 1 ก่อนในการที่จะจำหน่ายจ่ายโอนหรือเคลื่อนย้ายทรัพย์พิพาทไปทำกิจการใด ๆ ข้อที่ 5 ว่า ในส่วนค่าเสียหายในทางแพ่ง คู่กรณีจะได้ดำเนินการฟ้องร้องกันในชั้นศาลต่อไป และข้อ 6 นัดหมายส่งมอบทรัพย์พิพาทกันในวันที่ 22 พฤษภาคม 2543 ตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี แม้จำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบคืนทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์ตามข้อตกลงก็ตาม พฤติการณ์ดังกล่าวยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการเบียดบังที่จะเอาทรัพย์เป็นของตนโดยทุจริตหรือไม่ กรณีเป็นเรื่องผิดสัญญาในทางแพ่งไม่มีมูลความผิดอาญาฐานยักยอกทรัพย์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์-ชาลี ทัพภวิมล-สมศักดิ์ จันทรา) ศาลแขวงพระโขนง - นายปรีชา พรหมเพชร ศาลอุทธรณ์ - นายวันชัย ชัยเสริมวงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
269021
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพระโขนง",
        "judge": "นายปรีชา พรหมเพชร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวันชัย ชัยเสริมวงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082019528"
    }
}
date
2550
deka_no
416/2550
deka_running_no
416
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์",
    "ชาลี ทัพภวิมล",
    "สมศักดิ์ จันทรา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 352"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 162"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทอยุธยา ดีเวลลอปเม้นท์ ลีสซิ่ง จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเอส.ที.ซี.ทาวเวอร์ เครน เทรดดิ้ง จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,352

ระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง จำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความ

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีโจทก์มีมูลหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 1 ครอบครองทรัพย์พิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่า เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าและโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว จำเลยที่ 1 มีหน้าที่จะต้องส่งคืนทรัพย์พิพาทแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ดังกล่าว จำเลยที่ 1 จะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตลอดเวลาที่ครอบครองทรัพย์พิพาทตามข้อตกลงในสัญญา ทั้งผู้รับมอบอำนาจโจทก์และจำเลยทั้งสามยังได้ทำบันทึกตกลงที่สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ข้อที่ 2 ความว่า โจทก์จะต้องได้รับความเห็นชอบจากจำเลยที่ 1 ก่อนในการที่จะจำหน่ายจ่ายโอนหรือเคลื่อนย้ายทรัพย์พิพาทไปทำกิจการใด ๆ ข้อที่ 5 ว่า ในส่วนค่าเสียหายในทางแพ่ง คู่กรณีจะได้ดำเนินการฟ้องร้องกันในชั้นศาลต่อไป และข้อ 6 นัดหมายส่งมอบทรัพย์พิพาทกันในวันที่ 22 พฤษภาคม 2543 ตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี แม้จำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบคืนทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์ตามข้อตกลงก็ตาม พฤติการณ์ดังกล่าวยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการเบียดบังที่จะเอาทรัพย์เป็นของตนโดยทุจริตหรือไม่ กรณีเป็นเรื่องผิดสัญญาในทางแพ่งไม่มีมูลความผิดอาญาฐานยักยอกทรัพย์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000708.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550