คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9008/2549 ฉบับเต็ม

#269086
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9008/2549 นางสาวยุวะเรศ โสวันทา โจทก์ สำนักงานประกันสังคม กับพวก จำเลย พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 5, มาตรา 18 เนื่องจากมีพนักงานในแผนกที่ ว. สามีโจทก์เป็นหัวหน้ามาถามโจทก์ว่า ว. อยู่ที่ไหน มีงานให้เซ็นชื่อ โจทก์จึงไปตาม ว. ที่นอนอยู่มุมหลังห้องฉีดพลาสติกที่ติดตั้งเครื่องดูดอากาศให้ไปทำงาน ระหว่างที่โจทก์เดินผ่านเครื่องดูดอากาศ เครื่องดูดอากาศได้ดูดแขนโจทก์เข้าไปเป็นเหตุให้มือซ้ายขาด แม้ว่า ว. หลบเข้าไปนอนจนถึงเวลาทำงานแล้วยังไม่ไปทำงาน แต่โจทก์มิได้ไปตามเนื่องจากกลัวว่า ว. จะถูกนายจ้างลงโทษหรือโจทก์จะไปกระทำเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับการงาน ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ได้รับอันตรายแก่กายเนื่องจากป้องกันรักษาประโยชน์ให้แก่นายจ้างนั้น ชอบแล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของสำนักงานประกันสังคมและคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนโดยให้จำเลยที่ 1 จ่ายเงินทดแทนแก่โจทก์เนื่องจากไม่สามารถทำงานได้เป็นเวลา 1 ปี และค่าทดแทนจากการสูญเสียอวัยวะจำนวน 284,731.20 บาท ระหว่างพิจารณาโจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลแรงงานกลางอนุญาต จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 และให้จำเลยที่ 1 จ่ายค่าทดแทนกรณีที่โจทก์ไม่สามารถทำงานได้ตลอดระยะเวลาที่ไม่สามารถทำงานได้เดือนละ 2,636.40 บาท ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2546 เป็นต้นไปจนกว่าโจทก์จะสามารถทำงานได้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 1 ปี และจ่ายค่าทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะเดือนละ 2,636.40 บาท เป็นระยะเวลา 108 เดือน เป็นเงินจำนวน 284,731.20 บาท จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อถึงเวลาทำงานมีพนักงานในแผนกปั๊มขึ้นรูปไปถามโจทก์ว่าเห็นนายวสันต์ ซึ่งเป็นสามีโจทก์และเป็นหัวหน้าแผนกดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากมีงานให้เซ็นชื่อ โจทก์ไปตามนายวสันต์ที่นอนอยู่มุมหลังห้องฉีดพลาสติกที่ติดตั้งเครื่องดูดอากาศให้ไปทำงาน ระหว่างที่โจทก์เดินผ่านเครื่องดูดอากาศ เครื่องดูดอากาศได้ดูดแขนโจทก์เข้าไปเป็นเหตุให้มือซ้ายขาด (แขนซ้ายขาดต่ำกว่าข้อศอก) มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ว่า โจทก์ได้รับอันตรายแก่กายเนื่องจากการทำงานหรือปกป้องผลประโยชน์ให้แก่นายจ้างหรือไม่ เห็นว่า เนื่องจากมีพนักงานในแผนกที่นายวสันต์เป็นหัวหน้ามาถามโจทก์ว่านายวสันต์อยู่ที่ไหน มีงานที่ให้นายวสันต์เซ็นชื่อ โจทก์จึงไปตามนายวสันต์ไปทำงาน แม้ว่านายวสันต์หลบเข้าไปนอนจนถึงเวลาทำงานแล้วยังไม่ไปทำงาน แต่โจทก์มิได้ไปตามเนื่องจากกลัวว่านายวสันต์จะถูกนายจ้างลงโทษ หรือโจทก์จะไปกระทำเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับการงาน ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ได้รับอันตรายแก่กาย เนื่องจากป้องกันรักษาประโยชน์ให้แก่นายจ้างมานั้น ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์) ศาลแรงงานกลาง - นายประกอบ ลีนะเปสนันท์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
269086
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายประกอบ ลีนะเปสนันท์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082020009"
    }
}
date
2549
deka_no
9008/2549
deka_running_no
9008
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537",
        "sections": [
            "ม. 5",
            "ม. 18"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวยุวะเรศ โสวันทา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "สำนักงานประกันสังคม กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของสำนักงานประกันสังคมและคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนโดยให้จำเลยที่ 1 จ่ายเงินทดแทนแก่โจทก์เนื่องจากไม่สามารถทำงานได้เป็นเวลา 1 ปี และค่าทดแทนจากการสูญเสียอวัยวะจำนวน 284,731.20 บาท

ระหว่างพิจารณาโจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลแรงงานกลางอนุญาต

จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 และให้จำเลยที่ 1 จ่ายค่าทดแทนกรณีที่โจทก์ไม่สามารถทำงานได้ตลอดระยะเวลาที่ไม่สามารถทำงานได้เดือนละ 2,636.40 บาท ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2546 เป็นต้นไปจนกว่าโจทก์จะสามารถทำงานได้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 1 ปี และจ่ายค่าทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะเดือนละ 2,636.40 บาท เป็นระยะเวลา 108 เดือน เป็นเงินจำนวน 284,731.20 บาท

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อถึงเวลาทำงานมีพนักงานในแผนกปั๊มขึ้นรูปไปถามโจทก์ว่าเห็นนายวสันต์ ซึ่งเป็นสามีโจทก์และเป็นหัวหน้าแผนกดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากมีงานให้เซ็นชื่อ โจทก์ไปตามนายวสันต์ที่นอนอยู่มุมหลังห้องฉีดพลาสติกที่ติดตั้งเครื่องดูดอากาศให้ไปทำงาน ระหว่างที่โจทก์เดินผ่านเครื่องดูดอากาศ เครื่องดูดอากาศได้ดูดแขนโจทก์เข้าไปเป็นเหตุให้มือซ้ายขาด (แขนซ้ายขาดต่ำกว่าข้อศอก) มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ว่า โจทก์ได้รับอันตรายแก่กายเนื่องจากการทำงานหรือปกป้องผลประโยชน์ให้แก่นายจ้างหรือไม่ เห็นว่า เนื่องจากมีพนักงานในแผนกที่นายวสันต์เป็นหัวหน้ามาถามโจทก์ว่านายวสันต์อยู่ที่ไหน มีงานที่ให้นายวสันต์เซ็นชื่อ โจทก์จึงไปตามนายวสันต์ไปทำงาน แม้ว่านายวสันต์หลบเข้าไปนอนจนถึงเวลาทำงานแล้วยังไม่ไปทำงาน แต่โจทก์มิได้ไปตามเนื่องจากกลัวว่านายวสันต์จะถูกนายจ้างลงโทษ หรือโจทก์จะไปกระทำเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับการงาน ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ได้รับอันตรายแก่กาย เนื่องจากป้องกันรักษาประโยชน์ให้แก่นายจ้างมานั้น ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000712.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549