คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 102/2548 ฉบับเต็ม

#269341
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 102/2548 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสงขลา โจทก์ นายมลไชย มีชู กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 212, มาตรา 225 พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4 วรรคแรก, มาตรา 12 (1) ความผิดฐานเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนันโปปั่นและเจ้ามือตาม พ.ร.บ.การพนันฯ มาตรา 4 วรรคแรก, 12 (1) มีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 3 ปี และปรับตั้งแต่ 500 บาทถึง 5,000 บาท ศาลล่างใช้ดุลพินิจวางโทษก่อนลดให้จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 2 เดือน จึงเป็นการลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่ำกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กฎหมายบัญญัติไว้แต่โจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกาในปัญหานี้ ศาลฎีกาจึงไม่อาจแก้ไขกำหนดโทษให้เป็นไปตามกฎหมายได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งยี่สิบสี่ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 10, 12, 15 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83 ริบของกลางและให้จำเลยทั้งยี่สิบสี่จ่ายเงินสินบนนำจับตามกฎหมาย จำเลยทั้งยี่สิบสี่ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งยี่สิบสี่มีความผิดตามฟ้องรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง สำหรับจำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าสำนัก จำคุก 1 เดือน จำเลยที่ 2 ฐานเป็นเจ้ามือ จำคุก 1 เดือน ส่วนจำเลยที่ 3 ถึงที่ 24 ปรับคนละ 2,500 บาท พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เป็นการเล่นพนันบ่อนใหญ่ มีการใช้ชิปแลกเงิน แสดงให้เห็นถึงการเล่นที่เป็นอาชีพ สมควรปราบปรามอบายมุขนี้อย่างจริงจัง จึงไม่สมควรรอการลงโทษให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง และให้จำเลยที่ 3 ถึงที่ 24 จ่ายสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งยี่สิบสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4 วรรคแรก, 10, 12 (1), 15 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83 ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าสำนัก จำคุก 2 เดือน จำเลยที่ 2 ฐานเป็นเจ้ามือ จำคุก 2 เดือน ส่วนจำเลยที่ 3 ถึงที่ 24 ปรับคนละ 5,000 บาท จำเลยทั้งหมดให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละกึ่งหนึ่ง สำหรับโทษที่ลดแล้วและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งยี่สิบสี่คนได้พร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่นการพนันโปปั่น 1 ชุด โต๊ะสำหรับใช้บอกแต้ม 1 ตัว เก้าอี้ 25 ตัว เงินสด 360 บาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งยึดได้ชิปแลกเงิน ราคา 50 บาท 15 อัน และชิปแลกเงิน ราคา 10 บาท 16 อัน พฤติการณ์แสดงว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันในลักษณะเป็นบ่อนการพนันรายใหญ่ซึ่งมีผู้เข้าเล่นพนันเป็นจำนวนมากและกระทำเป็นอาชีพ โดยมีจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้นำมาซึ่งผลประโยชน์ร่วมกัน จึงนับเป็นเรื่องที่ร้ายแรง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 นั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ความผิดฐานเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันโปปั่นและเจ้ามือ ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4 วรรคแรก, 12 (1) มีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 3 ปี และปรับตั้งแต่ 500 บาทถึง 5,000 บาท ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจวางโทษก่อนลดให้จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 2 เดือน จึงเป็นการลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่ำกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กฎหมายบัญญัติไว้ แต่เนื่องจากโจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกาในปัญหานี้ ศาลฎีกาจึงไม่อาจแก้ไขกำหนดโทษให้เป็นไปตามบทกฎหมายดังกล่าวได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225" พิพากษายืน (พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์-ปัญญา สุทธิบดี-สถิตย์ อรรถบลยุคล) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
269341
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082035750"
    }
}
date
2548
deka_no
102/2548
deka_running_no
102
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์",
    "ปัญญา สุทธิบดี",
    "สถิตย์ อรรถบลยุคล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 212",
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478",
        "sections": [
            "ม. 4 วรรคแรก",
            "ม. 12 (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสงขลา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายมลไชย มีชู กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งยี่สิบสี่ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 10, 12, 15 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83 ริบของกลางและให้จำเลยทั้งยี่สิบสี่จ่ายเงินสินบนนำจับตามกฎหมาย

จำเลยทั้งยี่สิบสี่ให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งยี่สิบสี่มีความผิดตามฟ้องรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง สำหรับจำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าสำนัก จำคุก 1 เดือน จำเลยที่ 2 ฐานเป็นเจ้ามือ จำคุก 1 เดือน ส่วนจำเลยที่ 3 ถึงที่ 24 ปรับคนละ 2,500 บาท พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เป็นการเล่นพนันบ่อนใหญ่ มีการใช้ชิปแลกเงิน แสดงให้เห็นถึงการเล่นที่เป็นอาชีพ สมควรปราบปรามอบายมุขนี้อย่างจริงจัง จึงไม่สมควรรอการลงโทษให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง และให้จำเลยที่ 3 ถึงที่ 24 จ่ายสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ

จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งยี่สิบสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4 วรรคแรก, 10, 12 (1), 15 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83 ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าสำนัก จำคุก 2 เดือน จำเลยที่ 2 ฐานเป็นเจ้ามือ จำคุก 2 เดือน ส่วนจำเลยที่ 3 ถึงที่ 24 ปรับคนละ 5,000 บาท จำเลยทั้งหมดให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละกึ่งหนึ่ง สำหรับโทษที่ลดแล้วและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งยี่สิบสี่คนได้พร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่นการพนันโปปั่น 1 ชุด โต๊ะสำหรับใช้บอกแต้ม 1 ตัว เก้าอี้ 25 ตัว เงินสด 360 บาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งยึดได้ชิปแลกเงิน ราคา 50 บาท 15 อัน และชิปแลกเงิน ราคา 10 บาท 16 อัน พฤติการณ์แสดงว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันในลักษณะเป็นบ่อนการพนันรายใหญ่ซึ่งมีผู้เข้าเล่นพนันเป็นจำนวนมากและกระทำเป็นอาชีพ โดยมีจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้นำมาซึ่งผลประโยชน์ร่วมกัน จึงนับเป็นเรื่องที่ร้ายแรง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 นั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ความผิดฐานเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันโปปั่นและเจ้ามือ ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4 วรรคแรก, 12 (1) มีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 3 ปี และปรับตั้งแต่ 500 บาทถึง 5,000 บาท ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจวางโทษก่อนลดให้จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 2 เดือน จึงเป็นการลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่ำกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กฎหมายบัญญัติไว้ แต่เนื่องจากโจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกาในปัญหานี้ ศาลฎีกาจึงไม่อาจแก้ไขกำหนดโทษให้เป็นไปตามบทกฎหมายดังกล่าวได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000857.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548