คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 131/2548 ฉบับเต็ม

#269350
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 131/2548 บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด โจทก์ นายเจริญ น่อมอ่อน กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 86 วรรคสอง, มาตรา 102, มาตรา ตาราง 2 (8) ท้าย ป.วิ.พ. หมายนัดมีข้อความว่า "นัดฟังประเด็นกลับและสืบพยาน" แม้มีการพิมพ์เพิ่มเติมคำว่า "และสืบพยาน" และไม่มีการลงลายมือชื่อกำกับไว้ แต่ข้อความในหมายนัดดังกล่าวมีข้อความถูกต้องตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไว้ในหนังสือส่งประเด็นคืนของศาลจังหวัดปทุมธานี ทั้งผู้พิพากษาศาลชั้นต้นได้ลงลายมือชื่อไว้ในหมายนัดตามระเบียบ การออกหมายนัดดังกล่าวจึงชอบแล้ว แม้หมายนัดจะมีข้อความว่านัดสืบพยานโดยมิได้ระบุให้ชัดเจนว่านัดสืบพยานโจทก์ แต่คดียังอยู่ในขั้นตอนการสืบพยานโจทก์ และโจทก์มีพยานบุคคลอีกหลายปากที่เป็นพยานนำ ซึ่งโจทก์จะต้องนำมาสืบต่อศาลชั้นต้น ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานไว้จึงหมายถึงนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์จะต้องนำพยานมาสืบตามนัด หากมีเหตุขัดข้องไม่อาจนำพยานมาสืบได้ โจทก์ก็ควรยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี แต่ทนายโจทก์เพียงแต่มอบฉันทะให้เสมียนทนายโจทก์มาฟังประเด็นกลับกำหนดวันนัดสืบพยาน และรับทราบคำสั่งศาลเท่านั้น โดยมิได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีด้วย แสดงว่าโจทก์มิได้เอาใจใส่คดีของตนว่าศาลชั้นต้นนัดมาเพื่อพิจารณาในเรื่องใดไม่นำพยานมาสืบตามหน้าที่นำสืบและตามที่ศาลชั้นต้นนัด ที่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์ชอบแล้ว เจ้าพนักงานศาลจัดส่งประเด็นไปศาลอื่นตามคำสั่งของศาลชั้นต้น แม้โจทก์ซึ่งเป็นผู้ขอส่งประเด็นยังมิได้ชำระค่าส่งประเด็นก็ตาม การส่งประเด็นนั้นก็ชอบแล้ว เพราะศาลมีอำนาจเรียกให้โจทก์ชำระค่าส่งประเด็นในภายหลังได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามให้ร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 259,114 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 250,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์โดยจำเลยที่ 3 ขาดนัดพิจารณา เมื่อสืบพยานโจทก์ได้ 1 ปาก แล้วส่งประเด็นไปสืบพยานโจทก์ที่ศาลจังหวัดปทุมธานี ครั้นถึงวันนัดคู่ความไม่ไปศาล ศาลที่รับประเด็นจึงส่งประเด็นคืน ศาลชั้นต้นนัดฟังประเด็นกลับและนัดสืบพยาน ครั้นถึงวันนัดโจทก์ไม่ไปศาล คงมอบฉันทะให้เสมียนทนายโจทก์ไปแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 22 มีนาคม 2543 ว่าโจทก์ทราบนัดแล้ว แต่ไม่มีพยานมาศาลจึงให้งดสืบพยานโจทก์ แล้วนัดสืบพยานจำเลย เมื่อถึงวันนัดสืบพยานจำเลย จำเลยที่ 3 ไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานโจทก์ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 22 มีนาคม 2543 ชอบหรือไม่ ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลชั้นต้นมีหมายนัดโดยระบุข้อความว่า "นัดฟังประเด็นกลับและสืบพยาน" โดยมีการพิมพ์เพิ่มเติมคำว่า "และสืบพยาน" และไม่มีการลงลายมือชื่อกำกับไว้ ไม่แน่ชัดว่าเป็นการพิมพ์เพิ่มเติมตามคำสั่งศาลชั้นต้นหรือไม่ เป็นการผิดระเบียบขั้นตอนกระบวนพิจารณาจึงไม่ชอบ และข้อความในหมายนัดไม่แน่ชัดว่าศาลชั้นต้นสืบพยานฝ่ายใด โจทก์จึงไม่ทราบว่าศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ด้วยนั้น เห็นว่า ข้อความในหมายนัดดังกล่าวมีข้อความถูกต้องตรงตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไว้ในหนังสือส่งประเด็นคืนของศาลจังหวัดปทุมธานีว่า "นัดฟังประเด็นกลับและสืบพยาน..." ทั้งผู้พิพากษาศาลชั้นต้นได้ลงลายมือชื่อไว้ในหมายนัดตามระเบียบแล้ว การออกหมายนัดดังกล่าวจึงชอบแล้ว แม้หมายนัดจะมีข้อความว่านัดสืบพยานโดยมิได้ระบุให้ชัดเจนว่านัดสืบพยานโจทก์ แต่คดียังอยู่ในขั้นตอนการสืบพยานโจทก์ และโจทก์มีพยานบุคคลอีกหลายปากที่เป็นพยานนำ ซึ่งจะต้องนำมาสืบต่อศาลชั้นต้น ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานไว้จึงหมายถึงนัดสืบพยานโจทก์นั่นเอง ที่โจทก์อ้างว่า ไม่ทราบว่าศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ด้วยนั้น ไม่ชอบด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริง โจทก์จะต้องนำพยานมาสืบตามนัดหากมีเหตุขัดข้องไม่อาจนำพยานมาสืบได้ โจทก์ก็ควรยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็นวันนัดสืบพยานฝ่ายจำเลย หากโจทก์ไม่สามารถมาศาลได้ก็ยังต้องยื่นคำร้องเลื่อนคดีเช่นเดียวกัน แต่ทนายโจทก์เพียงมอบฉันทะให้เสมียนทนายโจทก์มาฟังประเด็นกลับ กำหนดวันนัดสืบพยาน และรับทราบคำสั่งศาลเท่านั้น โดยมิได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีด้วย แสดงว่าโจทก์มิได้เอาใจใส่คดีของตนว่าศาลชั้นต้นนัดมาเพื่อพิจารณาคดีในเรื่องใด ทั้งไม่นำพยานมาสืบตามหน้าที่นำสืบและตามที่ศาลชั้นต้นนัดเพื่อให้คดีเสร็จการพิจารณาไปโดยเร็วตามที่ควรจะเป็น ที่โจทก์อ้างว่าในวันนัดสืบพยานประเด็นโจทก์ที่ศาลจังหวัดปทุมธานี โจทก์มิได้ชำระค่าส่งประเด็นและหลงเข้าใจผิดโดยสุจริตว่าสำนวนคดีอยู่ที่ศาลชั้นต้นยังมิได้ส่งประเด็นไปศาลจังหวัดปทุมธานี โจทก์จึงไปที่ศาลชั้นต้นยื่นคำแถลงขอชำระค่าส่งประเด็นและยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีไปสืบพยานประเด็นโจทก์วันที่ 26 เมษายน 2543 เวลา 13.30 นาฬิกา แสดงว่าโจทก์ยังคงประสงค์จะนำพยานเข้าสืบสนับสนุนข้ออ้างตามฟ้องของโจทก์ต่อศาลจังหวัดปทุมธานี โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีเวลา 14.08 นาฬิกา ก่อนเวลา 14.20 นาฬิกา ที่ศาลจังหวัดปทุมธานีออกนั่งพิจารณาคดีศาลชั้นต้นควรจะแจ้งไปยังศาลจังหวัดปทุมธานีถึงสาเหตุขัดข้องตามที่โจทก์ขอเลื่อนคดีเพื่อศาลจังหวัดปทุมธานีจะได้ทราบสาเหตุขัดข้องของโจทก์และกำหนดวันนัดสืบพยานประเด็นโจทก์ใหม่ตามที่โจทก์ขอนั้น เป็นเพียงข้อแก้ตัวของโจทก์ หากโจทก์ใส่ใจคดีของตนโจทก์ควรชำระค่าส่งประเด็นในวันที่ขอส่งประเด็นตามคำสั่งศาลชั้นต้น แต่หากโจทก์หลงลืมไม่ได้ชำระในวันดังกล่าว โจทก์จะต้องเตรียมคดีโดยขอหมายเรียกพยานประเด็นโจทก์ต่อศาลจังหวัดปทุมธานี ซึ่งโจทก์จะทราบว่ามีการส่งประเด็นไปตามที่โจทก์ขอแล้ว แต่โจทก์หาได้ขอหมายเรียกพยานประเด็นดังกล่าวแต่อย่างใด แสดงให้เห็นว่าโจทก์ไม่ได้เอาใจใส่คดีของตน การที่โจทก์มาขอชำระค่าส่งประเด็นและขอเลื่อนคดีต่อศาลชั้นต้น จึงเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อขอเลื่อนคดี เพราะโจทก์ไม่ได้ขอหมายเรียกพยานประเด็นต่อศาลจังหวัดปทุมธานีนั่นเอง ข้ออ้างของโจทก์จึงฟังไม่ขึ้น เมื่อศาลชั้นต้นนัดฟังประเด็นกลับและสืบพยาน ทนายโจทก์เพียงแต่มอบฉันทะให้เสมียนทนายโจทก์มาศาลเพื่อฟังประเด็นกลับ กำหนดวันนัดสืบพยานและรับทราบคำสั่งศาลชั้นต้นเท่านั้น โดยไม่นำพยานโจทก์มาสืบ เป็นการประวิงคดีให้ชักช้า การที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานมาศาลและสั่งงดสืบพยานโจทก์นั้นจึงชอบแล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่า เจ้าพนักงานศาลได้ส่งประเด็นไปยังศาลจังหวัดปทุมธานีทั้งที่โจทก์ยังมิได้ชำระค่าส่งประเด็นตามคำสั่งศาลชั้นต้น เป็นการไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนกระบวนพิจารณาและคำสั่งของศาลชั้นต้น จึงไม่ชอบนั้น เห็นว่า เจ้าพนักงานศาลชั้นต้นส่งประเด็นไปยังศาลจังหวัดปทุมธานีตามคำสั่งศาลชั้นต้นโดยชอบ ส่วนการชำระค่าส่งประเด็นเป็นหน้าที่ของโจทก์ หากโจทก์มิได้ชำระค่าส่งประเด็นตามคำสั่งศาลชั้นต้นศาลมีอำนาจเรียกให้โจทก์ชำระค่าส่งประเด็นในภายหลังได้ การส่งประเด็นจึงชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สิทธิชัย รุ่งตระกูล-ปัญญา ถนอมรอด-เฉลิมชัย จารุไพบูลย์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
269350
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082035745"
    }
}
date
2548
deka_no
131/2548
deka_running_no
131
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "สิทธิชัย รุ่งตระกูล",
    "ปัญญา ถนอมรอด",
    "เฉลิมชัย จารุไพบูลย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 86 วรรคสอง",
            "ม. 102"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเจริญ น่อมอ่อน กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามให้ร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 259,114 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 250,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์โดยจำเลยที่ 3 ขาดนัดพิจารณา เมื่อสืบพยานโจทก์ได้ 1 ปาก แล้วส่งประเด็นไปสืบพยานโจทก์ที่ศาลจังหวัดปทุมธานี ครั้นถึงวันนัดคู่ความไม่ไปศาล ศาลที่รับประเด็นจึงส่งประเด็นคืน ศาลชั้นต้นนัดฟังประเด็นกลับและนัดสืบพยาน ครั้นถึงวันนัดโจทก์ไม่ไปศาล คงมอบฉันทะให้เสมียนทนายโจทก์ไปแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 22 มีนาคม 2543 ว่าโจทก์ทราบนัดแล้ว แต่ไม่มีพยานมาศาลจึงให้งดสืบพยานโจทก์ แล้วนัดสืบพยานจำเลย เมื่อถึงวันนัดสืบพยานจำเลย จำเลยที่ 3 ไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานโจทก์ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 22 มีนาคม 2543 ชอบหรือไม่ ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลชั้นต้นมีหมายนัดโดยระบุข้อความว่า "นัดฟังประเด็นกลับและสืบพยาน" โดยมีการพิมพ์เพิ่มเติมคำว่า "และสืบพยาน" และไม่มีการลงลายมือชื่อกำกับไว้ ไม่แน่ชัดว่าเป็นการพิมพ์เพิ่มเติมตามคำสั่งศาลชั้นต้นหรือไม่ เป็นการผิดระเบียบขั้นตอนกระบวนพิจารณาจึงไม่ชอบ และข้อความในหมายนัดไม่แน่ชัดว่าศาลชั้นต้นสืบพยานฝ่ายใด โจทก์จึงไม่ทราบว่าศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ด้วยนั้น เห็นว่า ข้อความในหมายนัดดังกล่าวมีข้อความถูกต้องตรงตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไว้ในหนังสือส่งประเด็นคืนของศาลจังหวัดปทุมธานีว่า "นัดฟังประเด็นกลับและสืบพยาน..." ทั้งผู้พิพากษาศาลชั้นต้นได้ลงลายมือชื่อไว้ในหมายนัดตามระเบียบแล้ว การออกหมายนัดดังกล่าวจึงชอบแล้ว แม้หมายนัดจะมีข้อความว่านัดสืบพยานโดยมิได้ระบุให้ชัดเจนว่านัดสืบพยานโจทก์ แต่คดียังอยู่ในขั้นตอนการสืบพยานโจทก์ และโจทก์มีพยานบุคคลอีกหลายปากที่เป็นพยานนำ ซึ่งจะต้องนำมาสืบต่อศาลชั้นต้น ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานไว้จึงหมายถึงนัดสืบพยานโจทก์นั่นเอง ที่โจทก์อ้างว่า ไม่ทราบว่าศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ด้วยนั้น ไม่ชอบด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริง โจทก์จะต้องนำพยานมาสืบตามนัดหากมีเหตุขัดข้องไม่อาจนำพยานมาสืบได้ โจทก์ก็ควรยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็นวันนัดสืบพยานฝ่ายจำเลย หากโจทก์ไม่สามารถมาศาลได้ก็ยังต้องยื่นคำร้องเลื่อนคดีเช่นเดียวกัน แต่ทนายโจทก์เพียงมอบฉันทะให้เสมียนทนายโจทก์มาฟังประเด็นกลับ กำหนดวันนัดสืบพยาน และรับทราบคำสั่งศาลเท่านั้น โดยมิได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีด้วย แสดงว่าโจทก์มิได้เอาใจใส่คดีของตนว่าศาลชั้นต้นนัดมาเพื่อพิจารณาคดีในเรื่องใด ทั้งไม่นำพยานมาสืบตามหน้าที่นำสืบและตามที่ศาลชั้นต้นนัดเพื่อให้คดีเสร็จการพิจารณาไปโดยเร็วตามที่ควรจะเป็น ที่โจทก์อ้างว่าในวันนัดสืบพยานประเด็นโจทก์ที่ศาลจังหวัดปทุมธานี โจทก์มิได้ชำระค่าส่งประเด็นและหลงเข้าใจผิดโดยสุจริตว่าสำนวนคดีอยู่ที่ศาลชั้นต้นยังมิได้ส่งประเด็นไปศาลจังหวัดปทุมธานี โจทก์จึงไปที่ศาลชั้นต้นยื่นคำแถลงขอชำระค่าส่งประเด็นและยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีไปสืบพยานประเด็นโจทก์วันที่ 26 เมษายน 2543 เวลา 13.30 นาฬิกา แสดงว่าโจทก์ยังคงประสงค์จะนำพยานเข้าสืบสนับสนุนข้ออ้างตามฟ้องของโจทก์ต่อศาลจังหวัดปทุมธานี โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีเวลา 14.08 นาฬิกา ก่อนเวลา 14.20 นาฬิกา ที่ศาลจังหวัดปทุมธานีออกนั่งพิจารณาคดีศาลชั้นต้นควรจะแจ้งไปยังศาลจังหวัดปทุมธานีถึงสาเหตุขัดข้องตามที่โจทก์ขอเลื่อนคดีเพื่อศาลจังหวัดปทุมธานีจะได้ทราบสาเหตุขัดข้องของโจทก์และกำหนดวันนัดสืบพยานประเด็นโจทก์ใหม่ตามที่โจทก์ขอนั้น เป็นเพียงข้อแก้ตัวของโจทก์ หากโจทก์ใส่ใจคดีของตนโจทก์ควรชำระค่าส่งประเด็นในวันที่ขอส่งประเด็นตามคำสั่งศาลชั้นต้น แต่หากโจทก์หลงลืมไม่ได้ชำระในวันดังกล่าว โจทก์จะต้องเตรียมคดีโดยขอหมายเรียกพยานประเด็นโจทก์ต่อศาลจังหวัดปทุมธานี ซึ่งโจทก์จะทราบว่ามีการส่งประเด็นไปตามที่โจทก์ขอแล้ว แต่โจทก์หาได้ขอหมายเรียกพยานประเด็นดังกล่าวแต่อย่างใด แสดงให้เห็นว่าโจทก์ไม่ได้เอาใจใส่คดีของตน การที่โจทก์มาขอชำระค่าส่งประเด็นและขอเลื่อนคดีต่อศาลชั้นต้น จึงเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อขอเลื่อนคดี เพราะโจทก์ไม่ได้ขอหมายเรียกพยานประเด็นต่อศาลจังหวัดปทุมธานีนั่นเอง ข้ออ้างของโจทก์จึงฟังไม่ขึ้น เมื่อศาลชั้นต้นนัดฟังประเด็นกลับและสืบพยาน ทนายโจทก์เพียงแต่มอบฉันทะให้เสมียนทนายโจทก์มาศาลเพื่อฟังประเด็นกลับ กำหนดวันนัดสืบพยานและรับทราบคำสั่งศาลชั้นต้นเท่านั้น โดยไม่นำพยานโจทก์มาสืบ เป็นการประวิงคดีให้ชักช้า การที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานมาศาลและสั่งงดสืบพยานโจทก์นั้นจึงชอบแล้ว

ที่โจทก์ฎีกาว่า เจ้าพนักงานศาลได้ส่งประเด็นไปยังศาลจังหวัดปทุมธานีทั้งที่โจทก์ยังมิได้ชำระค่าส่งประเด็นตามคำสั่งศาลชั้นต้น เป็นการไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนกระบวนพิจารณาและคำสั่งของศาลชั้นต้น จึงไม่ชอบนั้น เห็นว่า เจ้าพนักงานศาลชั้นต้นส่งประเด็นไปยังศาลจังหวัดปทุมธานีตามคำสั่งศาลชั้นต้นโดยชอบ ส่วนการชำระค่าส่งประเด็นเป็นหน้าที่ของโจทก์ หากโจทก์มิได้ชำระค่าส่งประเด็นตามคำสั่งศาลชั้นต้นศาลมีอำนาจเรียกให้โจทก์ชำระค่าส่งประเด็นในภายหลังได้ การส่งประเด็นจึงชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000857.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548