คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7233/2549 ฉบับเต็ม

#269356
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7233/2549 พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายพันเทพ หรือพัน เฮงสุวรรณ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 185, มาตรา 215 แม้จำเลยจะมิได้ยกข้อต่อสู้ว่าจำเลยสำคัญผิดเข้าใจว่าผู้เสียหายมีอายุ 17 ปี ถึง 18 ปี ขึ้นต่อสู้โดยตรง แต่เมื่อคดีมีเหตุที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจที่จะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185 ประกอบด้วยมาตรา 215 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 83 และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม ประกอบด้วยมาตรา 83 ให้จำคุกตลอดชีวิต คำให้การชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคท้าย ประกอบด้วย มาตรา 62 วรรคท้าย, 83 ให้จำคุก 18 ปี คำให้การชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 12 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า เด็กหญิง ส. ผู้เสียหายเป็นบุตรของนางศิริพร เกิดวันที่ 13 พฤษภาคม 2528 ขณะเกิดเหตุมีอายุ 14 ปีเศษ ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ผู้เสียหายถูกจำเลยกับพวกร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยสำคัญผิดเกี่ยวกับอายุของผู้เสียหายซึ่งจำเลยมิได้ยกขึ้นอ้างในศาลชั้นต้นได้หรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยจะมิได้ยกข้อต่อสู้ว่าจำเลยสำคัญผิดเข้าใจว่าผู้เสียหายมีอายุ 17 ปี ถึง 18 ปี ขึ้นต่อสู้โดยตรง แต่เมื่อคดีมีเหตุที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจที่จะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 ประกอบด้วยมาตรา 215 ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยรู้จักกับผู้เสียหายมาก่อนย่อมต้องรู้ว่าผู้เสียหายมีรูปร่างสูงใหญ่เพราะบิดาเป็นชาวอเมริกัน จำเลยจึงรู้ดีว่าผู้เสียหายมีอายุไม่เกิน 15 ปี นั้น ปรากฏจากคำเบิกความของนายพรเทพ เฮงสุวรรณ พี่ชายจำเลยว่าผู้เสียหายเป็นลูกครึ่งชาวไทยกับชาวต่างชาติ รูปร่างอ้วนสูงใหญ่ ทั้งพยานโจทก์ ได้แก่ นางศิริพรมารดาของผู้เสียหายเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า บิดาของผู้เสียหายเป็นชาวอเมริกัน ขณะที่ผู้เสียหายเรียนหนังสือจะมีรูปร่างสูงและดูมีอายุมากกว่าเพื่อนที่อยู่ในชั้นเรียนเดียวกัน คนทั่วไปจะทักว่า ผู้เสียหายมีอายุประมาณ 17 ปี ถึง 18 ปี และนายสุวัฒน์ ทองแสง เจ้าของร้านอาหารสเปซซึ่งผู้เสียหายเคยมาสมัครทำงานเป็นพนักงานต้อนรับก็เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่าผู้เสียหายมีรูปร่างสูงใหญ่เข้าใจว่ามีอายุ 19 ปี ถึง 20 ปี จึงเจือสมกับคำเบิกความของนายพรเทพพยานจำเลยดังกล่าว เชื่อได้ว่ารูปร่างและลักษณะของผู้เสียหายมีเหตุผลทำให้ผู้พบเห็นเข้าใจว่าผู้เสียหายมีอายุเกินกว่า 15 ปี ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 จำเลยคงมีความผิดฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคท้าย ประกอบด้วยมาตรา 62 วรรคท้าย ดังที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามาเท่านั้น ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (วัฒนชัย โชติชูตระกูล-อุดมศักดิ์ นิติมนตรี-พิทยา บุญชู) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
269356
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082021113"
    }
}
date
2549
deka_no
7233/2549
deka_running_no
7233
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "วัฒนชัย โชติชูตระกูล",
    "อุดมศักดิ์ นิติมนตรี",
    "พิทยา บุญชู"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 185",
            "ม. 215"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายพันเทพ หรือพัน เฮงสุวรรณ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 83 และริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม ประกอบด้วยมาตรา 83 ให้จำคุกตลอดชีวิต คำให้การชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคท้าย ประกอบด้วย มาตรา 62 วรรคท้าย, 83 ให้จำคุก 18 ปี คำให้การชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 12 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า เด็กหญิง ส. ผู้เสียหายเป็นบุตรของนางศิริพร เกิดวันที่ 13 พฤษภาคม 2528 ขณะเกิดเหตุมีอายุ 14 ปีเศษ ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ผู้เสียหายถูกจำเลยกับพวกร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยสำคัญผิดเกี่ยวกับอายุของผู้เสียหายซึ่งจำเลยมิได้ยกขึ้นอ้างในศาลชั้นต้นได้หรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยจะมิได้ยกข้อต่อสู้ว่าจำเลยสำคัญผิดเข้าใจว่าผู้เสียหายมีอายุ 17 ปี ถึง 18 ปี ขึ้นต่อสู้โดยตรง แต่เมื่อคดีมีเหตุที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจที่จะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 ประกอบด้วยมาตรา 215 ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยรู้จักกับผู้เสียหายมาก่อนย่อมต้องรู้ว่าผู้เสียหายมีรูปร่างสูงใหญ่เพราะบิดาเป็นชาวอเมริกัน จำเลยจึงรู้ดีว่าผู้เสียหายมีอายุไม่เกิน 15 ปี นั้น ปรากฏจากคำเบิกความของนายพรเทพ เฮงสุวรรณ พี่ชายจำเลยว่าผู้เสียหายเป็นลูกครึ่งชาวไทยกับชาวต่างชาติ รูปร่างอ้วนสูงใหญ่ ทั้งพยานโจทก์ ได้แก่ นางศิริพรมารดาของผู้เสียหายเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า บิดาของผู้เสียหายเป็นชาวอเมริกัน ขณะที่ผู้เสียหายเรียนหนังสือจะมีรูปร่างสูงและดูมีอายุมากกว่าเพื่อนที่อยู่ในชั้นเรียนเดียวกัน คนทั่วไปจะทักว่า ผู้เสียหายมีอายุประมาณ 17 ปี ถึง 18 ปี และนายสุวัฒน์ ทองแสง เจ้าของร้านอาหารสเปซซึ่งผู้เสียหายเคยมาสมัครทำงานเป็นพนักงานต้อนรับก็เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่าผู้เสียหายมีรูปร่างสูงใหญ่เข้าใจว่ามีอายุ 19 ปี ถึง 20 ปี จึงเจือสมกับคำเบิกความของนายพรเทพพยานจำเลยดังกล่าว เชื่อได้ว่ารูปร่างและลักษณะของผู้เสียหายมีเหตุผลทำให้ผู้พบเห็นเข้าใจว่าผู้เสียหายมีอายุเกินกว่า 15 ปี ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 จำเลยคงมีความผิดฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคท้าย ประกอบด้วยมาตรา 62 วรรคท้าย ดังที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามาเท่านั้น ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000722.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549