คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 247/2548 ฉบับเต็ม

#269357
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 247/2548 นางสาววิมลวรรณ นาพอ โจทก์ นางพิศมัย ทองย้อย จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 149 โจทก์จำเลยกับพวกร่วมกันเล่นแชร์โดยโจทก์เป็นนายวงแชร์ ตามข้อตกลงเมื่อจำเลยประมูลแชร์ได้ จำเลยจะต้องลงลายมือชื่อในสัญญากู้ที่ยังไม่ได้กรอกข้อความให้โจทก์ยึดถือไว้ภายหลังที่จำเลยได้รับเงินแชร์จากโจทก์ ดังนั้น ข้อความในสัญญากู้ที่ยังไม่ได้กรอกก็คือจำนวนเงินค่าแชร์ที่จำเลยจะต้องชำระคืนแก่โจทก์ พฤติการณ์เท่ากับว่าจำเลยได้ยินยอมให้โจทก์กรอกจำนวนเงินค่าแชร์ที่จำเลยจะต้องรับผิดชำระคืนตามความเป็นจริงนั่นเอง เมื่อได้ความว่า จำเลยจะต้องชำระคืนเงินค่าแชร์เป็นจำนวน 82,800 บาท และโจทก์กรอกจำนวนเงินกู้ลงในสัญญากู้ตรงกับมูลหนี้ที่แท้จริง สัญญากู้จึงไม่ใช่เอกสารปลอม จำเลยจึงต้องรับผิดชำระหนี้ตามสัญญากู้แก่โจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยกู้เงินไปจากโจทก์ 82,800 บาท คิดดอกเบี้ยตามกฎหมาย ชำระทุกเดือน ชำระต้นเงินคืนให้แก่โจทก์ภายในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2543 ภายหลังจำเลยชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์บางส่วน โจทก์ทวงถามแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 109,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 82,800 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ จำเลยและพวกร่วมกันเล่นแชร์ 36 มือ โจทก์เป็นนายวงแชร์ แชร์มือละ 1,000 บาท ประมูลแชร์เดือนละ 1 ครั้ง จำเลยประมูลแชร์ได้ในเดือนที่ 5 เสียค่าดอก 1,671 บาท โจทก์ให้จำเลยลงชื่อช่องผู้กู้ในสัญญากู้โดยมิได้กรอกข้อความ ต่อมาจำเลยผ่อนค่าแชร์ทั้งหมด 31 งวด รวมเป็นเงิน 82,801 บาท ให้แก่โจทก์ แต่โจทก์ไม่ได้คืนสัญญากู้ให้จำเลยกลับนำสัญญากู้มากรอกข้อความโดยที่จำเลยไม่ทราบและจำเลยไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ สัญญากู้เป็นเอกสารปลอม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 79,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2543 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์จำเลยกับพวกร่วมกันเล่นแชร์ โดยโจทก์เป็นนายวงแชร์ แชร์มือละ 1,000 บาท จำเลยประมูลแชร์ได้ยอมเสียดอกเบี้ย 1,671 บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยจะต้องชำระ 82,801 บาท ประเด็นแห่งคดีที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า สัญญากู้เป็นเอกสารปลอมหรือไม่ จากทางนำสืบของโจทก์และจำเลยได้ความว่า เมื่อจำเลยประมูลแชร์ได้จำเลยจะต้องลงลายมือชื่อในสัญญากู้ที่ยังไม่ได้กรอกข้อความให้โจทก์ยึดถือไว้ภายหลังที่จำเลยได้รับเงินค่าแชร์จากโจทก์ในฐานะนายวงแชร์ ดังนั้นข้อความในสัญญากู้ที่ยังไม่ได้กรอกก็คือจำนวนเงินค่าแชร์ที่จำเลยจะต้องชำระคืนแก่โจทก์ในฐานะนายวงแชร์ พฤติการณ์แห่งคดีดังกล่าวก็เท่ากับว่าจำเลยได้ยินยอมให้โจทก์กรอกจำนวนเงินค่าแชร์ที่จำเลยจะต้องรับผิดชำระคืนตามความเป็นจริงนั่นเอง ซึ่งตามพยานหลักฐานแห่งคดีได้ความว่า จำเลยจะต้องชำระคืนเงินค่าแชร์เป็นจำนวน 82,800 บาท เมื่อโจทก์กรอกจำนวนเงินกู้ลงในสัญญากู้ว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไป 82,800 บาท ซึ่งตรงกับมูลหนี้ที่แท้จริง สัญญากู้จึงไม่ใช่เอกสารปลอม จำเลยจึงต้องรับผิดชำระหนี้ตามสัญญากู้ดังกล่าวแก่โจทก์ คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในประการต่อมาว่าจำเลยได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้วหรือไม่ จำเลยนำสืบลอย ๆ เพียงว่าจำเลยชำระหนี้ค่าแชร์ให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว โดยไม่ปรากฏหลักฐานการรับชำระหนี้จากโจทก์ หรือโจทก์ได้เวนคืนสัญญากู้ให้แก่จำเลย ข้อนำสืบของจำเลยจึงรับฟังไม่ได้ จำเลยจึงต้องรับผิดชำระหนี้ตามสัญญากู้ให้แก่โจทก์จนครบถ้วน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สุรพล เอกโยคยะ-ชวลิต ตุลยสิงห์-เกษม วีรวงศ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
269357
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082035632"
    }
}
date
2548
deka_no
247/2548
deka_running_no
247
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "สุรพล เอกโยคยะ",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "เกษม วีรวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 149"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาววิมลวรรณ นาพอ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางพิศมัย ทองย้อย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยกู้เงินไปจากโจทก์ 82,800 บาท คิดดอกเบี้ยตามกฎหมาย ชำระทุกเดือน ชำระต้นเงินคืนให้แก่โจทก์ภายในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2543 ภายหลังจำเลยชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์บางส่วน โจทก์ทวงถามแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 109,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 82,800 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์ จำเลยและพวกร่วมกันเล่นแชร์ 36 มือ โจทก์เป็นนายวงแชร์ แชร์มือละ 1,000 บาท ประมูลแชร์เดือนละ 1 ครั้ง จำเลยประมูลแชร์ได้ในเดือนที่ 5 เสียค่าดอก 1,671 บาท โจทก์ให้จำเลยลงชื่อช่องผู้กู้ในสัญญากู้โดยมิได้กรอกข้อความ ต่อมาจำเลยผ่อนค่าแชร์ทั้งหมด 31 งวด รวมเป็นเงิน 82,801 บาท ให้แก่โจทก์ แต่โจทก์ไม่ได้คืนสัญญากู้ให้จำเลยกลับนำสัญญากู้มากรอกข้อความโดยที่จำเลยไม่ทราบและจำเลยไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ สัญญากู้เป็นเอกสารปลอม ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 79,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2543 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์จำเลยกับพวกร่วมกันเล่นแชร์ โดยโจทก์เป็นนายวงแชร์ แชร์มือละ 1,000 บาท จำเลยประมูลแชร์ได้ยอมเสียดอกเบี้ย 1,671 บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยจะต้องชำระ 82,801 บาท ประเด็นแห่งคดีที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า สัญญากู้เป็นเอกสารปลอมหรือไม่ จากทางนำสืบของโจทก์และจำเลยได้ความว่า เมื่อจำเลยประมูลแชร์ได้จำเลยจะต้องลงลายมือชื่อในสัญญากู้ที่ยังไม่ได้กรอกข้อความให้โจทก์ยึดถือไว้ภายหลังที่จำเลยได้รับเงินค่าแชร์จากโจทก์ในฐานะนายวงแชร์ ดังนั้นข้อความในสัญญากู้ที่ยังไม่ได้กรอกก็คือจำนวนเงินค่าแชร์ที่จำเลยจะต้องชำระคืนแก่โจทก์ในฐานะนายวงแชร์ พฤติการณ์แห่งคดีดังกล่าวก็เท่ากับว่าจำเลยได้ยินยอมให้โจทก์กรอกจำนวนเงินค่าแชร์ที่จำเลยจะต้องรับผิดชำระคืนตามความเป็นจริงนั่นเอง ซึ่งตามพยานหลักฐานแห่งคดีได้ความว่า จำเลยจะต้องชำระคืนเงินค่าแชร์เป็นจำนวน 82,800 บาท เมื่อโจทก์กรอกจำนวนเงินกู้ลงในสัญญากู้ว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไป 82,800 บาท ซึ่งตรงกับมูลหนี้ที่แท้จริง สัญญากู้จึงไม่ใช่เอกสารปลอม จำเลยจึงต้องรับผิดชำระหนี้ตามสัญญากู้ดังกล่าวแก่โจทก์ คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในประการต่อมาว่าจำเลยได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้วหรือไม่ จำเลยนำสืบลอย ๆ เพียงว่าจำเลยชำระหนี้ค่าแชร์ให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว โดยไม่ปรากฏหลักฐานการรับชำระหนี้จากโจทก์ หรือโจทก์ได้เวนคืนสัญญากู้ให้แก่จำเลย ข้อนำสืบของจำเลยจึงรับฟังไม่ได้ จำเลยจึงต้องรับผิดชำระหนี้ตามสัญญากู้ให้แก่โจทก์จนครบถ้วน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000856.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548