คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8391/2549 ฉบับเต็ม

#269401
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8391/2549 นายสายบัว กระจ่างศรี โจทก์ นายศิลปชัย อิศราวุธพงษา จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1349, มาตรา 1387 โจทก์ยอมรับว่ามีข้อตกลงกับจำเลยว่าต่างฝ่ายต่างยอมให้อาศัยใช้ทางพิพาทออกสู่ถนนคลองชลประทานได้ เป็นการเอื้อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ทางพิพาทจึงไม่เป็นทางภาระจำยอมระหว่างโจทก์จำเลยเพราะต่างคนต่างยอมให้ผ่านในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัย เป็นการยอมให้ผ่านทางพิพาทโดยถือวิสาสะซึ่งกันและกันนั่นเอง ที่ดินโฉนดเลขที่ 15673 ของโจทก์ไม่ได้ถูกปิดล้อมโดยที่ดินโฉนดเลขที่ 15671 ของจำเลย แต่ถูกปิดล้อมโดยที่ดินโฉนดเลขที่ 15672 ของ ว. เพราะที่ดินตามโฉนดเลขที่ 15673 ของโจทก์จะผ่านไปสู่ถนนคลองชลประทานระยะทางที่ใกล้ที่สุดก็คือผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ 15672 ของ ว. ดังนั้นทางพิพาทช่วงระยะที่ดินของจำเลยตามโฉนดเลขที่ 15671 จึงไม่เป็นทางจำเป็นสำหรับที่ดินของโจทก์ ตามโฉนดเลขที่ 15673 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นและทางภาระจำยอมให้จำเลยรื้อถอนสิ่งกีดขวางที่ปิดกั้นทางพิพาทออก หากไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์รื้อถอนได้เองโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ให้จำเลยไปจดทะเบียนทางพิพาท เป็นทางจำเป็น และหรือทางภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 15673 ของโจทก์ หากจำเลยไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์วันละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะรื้อถอนสิ่งกีดขวางและเปิดทางพิพาทให้โจทก์และบริวารให้รถยนต์ผ่านเข้าออกได้ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 6722 และที่ดินโฉนดเลขที่ 15673 ตำบลหนองหมู อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี ส่วนจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 15671 ตำบลหนองหมู อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี แทรกอยู่ตรงกลางระหว่างที่ดินของโจทก์ทั้ง 2 แปลง โดยมีถนนลูกรังพาดผ่านด้านบนสุดของที่ดินของโจทก์ทั้ง 2 แปลง, ที่ดินของจำเลยและที่ดินของนายวิชัย โสภณกนกรัฐกุล เพื่อจะไปเชื่อมต่อกับถนนคลองชลประทานด้านติดกับที่ดินโฉนดเลขที่ 6722 ของโจทก์ และด้านติดกับที่ดินโฉนดเลขที่ 15672 ของนายวิชัย มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ถนนลูกรังพิพาทซึ่งพาดผ่านตอนบนสุดของที่ดินของโจทก์ 2 แปลง, ที่ดินของจำเลย และที่ดินของนายวิชัยเป็นทางภาระจำยอมหรือทางจำเป็นหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ยอมรับว่ามีข้อตกลงกับจำเลยว่าต่างฝ่ายต่างยอมให้อาศัยใช้ทางพิพาทดังกล่าวเข้าออกสู่ถนนคลองชลประทานได้เป็นการเอื้อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ภายหลังโจทก์ทำประตูกั้นเปิดปิดในที่ดินแปลงโฉนดเลขที่ 7622 ทำให้จำเลยเข้าออกไม่สะดวก ซึ่งเกิดทะเลาะโต้เถียงกัน จำเลยจึงไปซื้อที่ดินของนายพงษ์ศักดิ์ ซึ่งติดอยู่กับที่ดินของจำเลยทางด้านทิศตะวันออกทำถนนไปสู่ถนนคลองชลประทาน ส่วนที่ดินของโจทก์แปลงโฉนดเลขที่ 6722 สามารถออกไปสู่ถนนคลองชลประทานได้เพราะติดกับถนนคลองชลประทานอยู่แล้ว สำหรับที่ดินของโจทก์แปลงโฉนดเลขที่ 15673 ก็สามารถออกไปสู่ถนนคลองชลประทานอีกด้านหนึ่งโดยผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ 15672 ของนายวิชัย ซึ่งนายวิชัยก็มาเบิกความยินยอมให้โจทก์ผ่านทางออกไปสู่ถนนคลองชลประทานได้โดยไม่ขัดข้อง เช่นนี้ ทางพิพาทจึงไม่เป็นภาระจำยอมระหว่างโจทก์จำเลยเพราะต่างคนต่างยอมให้ผ่านในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัย เป็นการยอมให้ผ่านทางพิพาทโดยถือวิสาสะซึ่งกันและกันนั่นเอง ส่วนจะเป็นทางจำเป็นหรือไม่นั้น เห็นว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 15673 ของโจทก์ไม่ได้ถูกปิดล้อมโดยที่ดินโฉนดเลขที่ 15671 ของจำเลย แต่ถูกปิดล้อมโดยที่ดินโฉนดเลขที่ 15672 ของนายวิชัย เพราะที่ดินตามโฉนดเลขที่ 15673 ของโจทก์จะผ่านไปสู่ถนนคลองชลประทานระยะทางที่ใกล้ที่สุดก็คือผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ 15672 ของนายวิชัย ดังนั้นทางพิพาทช่วงระยะที่ดินของจำเลยตามโฉนดเลขที่ 15671 จึงไม่เป็นทางจำเป็นสำหรับที่ดินของโจทก์ ตามโฉนดเลขที่ 15673 ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าทางพิพาทในกรณีนี้ไม่เป็นทั้งทางภาระจำยอมและทางจำเป็นนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ณรงค์พล ทองจีน-สุรภพ ปัทมะสุคนธ์-สิริรัตน์ จันทรา) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
269401
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082020223"
    }
}
date
2549
deka_no
8391/2549
deka_running_no
8391
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "ณรงค์พล ทองจีน",
    "สุรภพ ปัทมะสุคนธ์",
    "สิริรัตน์ จันทรา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1349",
            "ม. 1387"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสายบัว กระจ่างศรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายศิลปชัย อิศราวุธพงษา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นและทางภาระจำยอมให้จำเลยรื้อถอนสิ่งกีดขวางที่ปิดกั้นทางพิพาทออก หากไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์รื้อถอนได้เองโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ให้จำเลยไปจดทะเบียนทางพิพาท เป็นทางจำเป็น และหรือทางภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 15673 ของโจทก์ หากจำเลยไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์วันละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะรื้อถอนสิ่งกีดขวางและเปิดทางพิพาทให้โจทก์และบริวารให้รถยนต์ผ่านเข้าออกได้

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 6722 และที่ดินโฉนดเลขที่ 15673 ตำบลหนองหมู อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี ส่วนจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 15671 ตำบลหนองหมู อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี แทรกอยู่ตรงกลางระหว่างที่ดินของโจทก์ทั้ง 2 แปลง โดยมีถนนลูกรังพาดผ่านด้านบนสุดของที่ดินของโจทก์ทั้ง 2 แปลง, ที่ดินของจำเลยและที่ดินของนายวิชัย โสภณกนกรัฐกุล เพื่อจะไปเชื่อมต่อกับถนนคลองชลประทานด้านติดกับที่ดินโฉนดเลขที่ 6722 ของโจทก์ และด้านติดกับที่ดินโฉนดเลขที่ 15672 ของนายวิชัย มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ถนนลูกรังพิพาทซึ่งพาดผ่านตอนบนสุดของที่ดินของโจทก์ 2 แปลง, ที่ดินของจำเลย และที่ดินของนายวิชัยเป็นทางภาระจำยอมหรือทางจำเป็นหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ยอมรับว่ามีข้อตกลงกับจำเลยว่าต่างฝ่ายต่างยอมให้อาศัยใช้ทางพิพาทดังกล่าวเข้าออกสู่ถนนคลองชลประทานได้เป็นการเอื้อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ภายหลังโจทก์ทำประตูกั้นเปิดปิดในที่ดินแปลงโฉนดเลขที่ 7622 ทำให้จำเลยเข้าออกไม่สะดวก ซึ่งเกิดทะเลาะโต้เถียงกัน จำเลยจึงไปซื้อที่ดินของนายพงษ์ศักดิ์ ซึ่งติดอยู่กับที่ดินของจำเลยทางด้านทิศตะวันออกทำถนนไปสู่ถนนคลองชลประทาน ส่วนที่ดินของโจทก์แปลงโฉนดเลขที่ 6722 สามารถออกไปสู่ถนนคลองชลประทานได้เพราะติดกับถนนคลองชลประทานอยู่แล้ว สำหรับที่ดินของโจทก์แปลงโฉนดเลขที่ 15673 ก็สามารถออกไปสู่ถนนคลองชลประทานอีกด้านหนึ่งโดยผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ 15672 ของนายวิชัย ซึ่งนายวิชัยก็มาเบิกความยินยอมให้โจทก์ผ่านทางออกไปสู่ถนนคลองชลประทานได้โดยไม่ขัดข้อง เช่นนี้ ทางพิพาทจึงไม่เป็นภาระจำยอมระหว่างโจทก์จำเลยเพราะต่างคนต่างยอมให้ผ่านในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัย เป็นการยอมให้ผ่านทางพิพาทโดยถือวิสาสะซึ่งกันและกันนั่นเอง ส่วนจะเป็นทางจำเป็นหรือไม่นั้น เห็นว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 15673 ของโจทก์ไม่ได้ถูกปิดล้อมโดยที่ดินโฉนดเลขที่ 15671 ของจำเลย แต่ถูกปิดล้อมโดยที่ดินโฉนดเลขที่ 15672 ของนายวิชัย เพราะที่ดินตามโฉนดเลขที่ 15673 ของโจทก์จะผ่านไปสู่ถนนคลองชลประทานระยะทางที่ใกล้ที่สุดก็คือผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ 15672 ของนายวิชัย ดังนั้นทางพิพาทช่วงระยะที่ดินของจำเลยตามโฉนดเลขที่ 15671 จึงไม่เป็นทางจำเป็นสำหรับที่ดินของโจทก์ ตามโฉนดเลขที่ 15673 ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าทางพิพาทในกรณีนี้ไม่เป็นทั้งทางภาระจำยอมและทางจำเป็นนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000714.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549