คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7972/2549 ฉบับเต็ม

#269447
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7972/2549 บริษัท เจ แอนด์ มี ซิวอิ้ง แมชชีน จำกัด โจทก์ บริษัทเฮอร์ตี้ จำกัด ผู้ร้อง บริษัทฟายไลน์ เอเซีย จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 254 (1), มาตรา 290 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 การยึดทรัพย์สินของจำเลยไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 254 (1) ซึ่งเป็นวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา มิใช่เป็นส่วนหนึ่งของการบังคับคดีตามคำพิพากษา จึงไม่ต้องห้ามที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นจะยึดทรัพย์สินนั้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 290 ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นจึงต้องไปดำเนินการยึดทรัพย์ที่ถูกยึดไว้ชั่วคราวนั้นจะมายื่นคำร้องต่อศาลที่ออกหมายยึดทรัพย์นั้นชั่วคราวเพื่อขอเฉลี่ยทรัพย์ไม่ได้ คำสั่งของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ของจำเลยได้ก่อนศาลมีคำพิพากษาคดีนี้ จึงไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศฯ มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 290 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ โจทก์ส่งสินค้าดังกล่าวจากประเทศอังกฤษให้แก่จำเลยในประเทศไทยครบถ้วน จำเลยผ่อนชำระค่าสินค้าให้แก่โจทก์เรื่อยมา ครั้งสุดท้ายค้างชำระอยู่ 54,908.64 ปอนด์สเตอร์ลิงและดอกเบี้ย 2,019.59 ปอนด์สเตอร์ลิง รวมเป็น 56,928.23 ปอนด์สเตอร์ลิง (1 ปอนด์สเตอร์ลิงเท่ากับ 66.96 บาท) คิดเป็นเงินไทยจำนวน 3,811,914.28 บาท แล้วจำเลยไม่ชำระอีก ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้เงินดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในกรณีฉุกเฉินโดยขอให้ยึดเครื่องจักรในโรงงานของจำเลยซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 82/116 ถนนพัฒนาการ 69 เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ไว้ชั่วคราว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (1) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้อง ต่อมาก่อนมีคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางในคดีแพ่งอื่นเป็นเงิน 38,745.57 ปอนด์สเตอร์ลิง พร้อมด้วยดอกเบี้ย ผู้ร้องไม่สามารถบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินอื่นของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้เพราะทรัพย์สินทั้งหมดของจำเลยถูกโจทก์ยึดไว้ดังกล่าวแล้ว จำเลยไม่มีทรัพย์สินใดให้ผู้ร้องบังคับคดีตามคำพิพากษาได้อีก จึงขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยในทรัพย์ที่ถูกยึดไว้ชั่วคราวดังกล่าว โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ได้ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "การยึดทรัพย์สินของจำเลยไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (1) ซึ่งเป็นวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา มิใช่เป็นส่วนหนึ่งของการบังคับคดีตามคำพิพากษา จึงไม่ต้องห้ามที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นจะยึดทรัพย์สินนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นจึงต้องไปดำเนินการยึดทรัพย์ที่ถูกยึดไว้ชั่วคราวนั้นจะมายื่นคำร้องต่อศาลที่ออกหมายยึดทรัพย์นั้นชั่วคราวเพื่อขอเฉลี่ยทรัพย์ไม่ได้ คำสั่งของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ของจำเลยได้ก่อนศาลมีคำพิพากษาคดีนี้ จึงไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น คดีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในปัญหาอื่นต่อไป" พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้อง (ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-เกรียงชัย จึงจตุรพิธ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
269447
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082020553"
    }
}
date
2549
deka_no
7972/2549
deka_running_no
7972
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "เกรียงชัย จึงจตุรพิธ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 254 (1)",
            "ม. 290"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "sections": [
            "ม. 26"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท เจ แอนด์ มี ซิวอิ้ง แมชชีน จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทเฮอร์ตี้ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทฟายไลน์ เอเซีย จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ โจทก์ส่งสินค้าดังกล่าวจากประเทศอังกฤษให้แก่จำเลยในประเทศไทยครบถ้วน จำเลยผ่อนชำระค่าสินค้าให้แก่โจทก์เรื่อยมา ครั้งสุดท้ายค้างชำระอยู่ 54,908.64 ปอนด์สเตอร์ลิงและดอกเบี้ย 2,019.59 ปอนด์สเตอร์ลิง รวมเป็น 56,928.23 ปอนด์สเตอร์ลิง (1 ปอนด์สเตอร์ลิงเท่ากับ 66.96 บาท) คิดเป็นเงินไทยจำนวน 3,811,914.28 บาท แล้วจำเลยไม่ชำระอีก ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้เงินดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในกรณีฉุกเฉินโดยขอให้ยึดเครื่องจักรในโรงงานของจำเลยซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 82/116 ถนนพัฒนาการ 69 เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ไว้ชั่วคราว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (1) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้อง

ต่อมาก่อนมีคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางในคดีแพ่งอื่นเป็นเงิน 38,745.57 ปอนด์สเตอร์ลิง พร้อมด้วยดอกเบี้ย ผู้ร้องไม่สามารถบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินอื่นของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้เพราะทรัพย์สินทั้งหมดของจำเลยถูกโจทก์ยึดไว้ดังกล่าวแล้ว จำเลยไม่มีทรัพย์สินใดให้ผู้ร้องบังคับคดีตามคำพิพากษาได้อีก จึงขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยในทรัพย์ที่ถูกยึดไว้ชั่วคราวดังกล่าว

โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ได้

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "การยึดทรัพย์สินของจำเลยไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (1) ซึ่งเป็นวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา มิใช่เป็นส่วนหนึ่งของการบังคับคดีตามคำพิพากษา จึงไม่ต้องห้ามที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นจะยึดทรัพย์สินนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นจึงต้องไปดำเนินการยึดทรัพย์ที่ถูกยึดไว้ชั่วคราวนั้นจะมายื่นคำร้องต่อศาลที่ออกหมายยึดทรัพย์นั้นชั่วคราวเพื่อขอเฉลี่ยทรัพย์ไม่ได้ คำสั่งของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ของจำเลยได้ก่อนศาลมีคำพิพากษาคดีนี้ จึงไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น คดีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในปัญหาอื่นต่อไป"

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000717.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549