คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 144/2548 ฉบับเต็ม

#269461
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 144/2548 ห้างหุ้นส่วนจำกัดเอเชี่ยนโปรดักซ์อินเตอร์เทรด โจทก์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 797, มาตรา 812 แม้จำเลยจะต้องตรวจสอบเอกสารการส่งสินค้าออก แต่หน้าที่ของจำเลยดังกล่าวเกิดจากการแต่งตั้งและมอบหมายจากธนาคาร ฟ. และธนาคาร บ. จำเลยจึงปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนของธนาคาร ฟ. ผู้เปิดเครดิตกับธนาคาร บ. ผู้ยืนยันเครดิต หากจำเลยปฏิบัติหน้าที่บกพร่องก่อให้เกิดความเสียหายแก่ธนาคารซึ่งเป็นตัวการ ก็เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องรับผิดชอบต่อตัวการโดยความรับผิดชอบในการตรวจเอกสารตามยูซีพี 500 มุ่งหมายถึงหน้าที่และความรับผิดของธนาคารที่เกี่ยวข้องในการตรวจเอกสารเลตเตอร์ออฟเครดิตก็เพื่อให้ถูกต้องตามเงื่อนไขในการขอเปิดเครดิตของลูกค้าผู้ขอเปิดเครดิตเพื่อประโยชน์แก่ผู้ขอเปิดเครดิตนั้นในอันที่จะได้รับเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามคำขอเปิดเครดิต มิใช่หน้าที่เพื่อประโยชน์แก่ผู้รับประโยชน์ตามเลตเตอร์ออฟเครดิตซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่จัดหาเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วนมาแสดงเอง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 2,147,428.95 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า จำเลยต้องรับผิดชอบต่อโจทก์ในการตรวจสอบเอกสารการส่งสินค้าออกที่โจทก์นำมายื่นต่อจำเลยให้ถูกต้องตามเงื่อนไขของเลตเตอร์ออฟเครดิตหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ในฐานะผู้ขายสินค้าและเป็นผู้รับประโยชน์ตามเลตเตอร์ออฟเครดิต มีหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงในการดำเนินการส่งสินค้าและรวบรวมเอกสารการส่งสินค้าให้ตรงตามเงื่อนไขของเลตเตอร์ออฟเครดิตเพื่อยื่นขอรับเงินตามเลตเตอร์ออฟเครดิต จำเลยเป็นเพียงธนาคารผู้แจ้งเครดิต (ADVISING BANK) และตามเลตเตอร์ออฟเครดิตมีข้อความว่า ธนาคารบริติชอาหรับคอมเมอร์เชียลแห่งกรุงลอนดอนผู้ยืนยันเครดิต (CONFIRMING BANK) มอบอำนาจให้จำเลยในการหักบัญชีของธนาคารบริติชอาหรับคอมเมอร์เชียลแห่งกรุงลอนดอน ตามมูลค่าของตั๋วเงินที่จำเลยได้รับซื้อและจ่ายเงินตามูลค่าเครดิตและเงื่อนไขของเลตเตอร์ออฟเครดิต ภายหลัง 5 วันทำการ นับแต่วันที่ธนาคารดังกล่าวได้รับข้อความการตรวจสอบเอกสารของจำเลยว่าถูกต้องตามเงื่อนไขของเลตเตอร์ออฟเครดิต ซึ่งหมายความว่าจำเลยเป็นธนาคารที่ได้รับการแต่งตั้งให้กระทำการแทนในการจ่ายเงินหรือการรับซื้อตั๋วเงินและเอกสารด้วยก็ตาม แต่การที่จำเลยได้รับซื้อตั๋วเงินหรือเอกสารการส่งสินค้าออกของโจทก์ (หมายเหตุ : ตามฟ้องมีโจทก์แค่คนเดียว) โดยนำเงินค่าสินค้าในงวดที่ 1 หลังจากหักค่าธรรมเนียมแล้วเข้าบัญชีของโจทก์ ก็เป็นกรณีที่จำเลยให้สินเชื่อแก่โจทก์ซึ่งเป็นความผูกพันโดยเฉพาะระหว่างจำเลยกับโจทก์ซึ่งเป็นลูกค้าของจำเลยในการรับซื้อตั๋วเงินและเอกสารและจ่ายเงินค่าสินค้าให้แก่โจทก์ไปก่อน แล้วเรียกเก็บเงินนำเข้าชำระหนี้ต่อไป แต่ทั้งนี้โจทก์ได้ทำหนังสือรับรองไว้ว่า หากจำเลยเรียกเก็บเงินค่าสินค้าตามเลตเตอร์ออฟเครดิตนั้นไม่ได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ โจทก์ยินยอมคืนเงินให้แก่จำเลย ดังนี้ แม้หากจะฟังว่าจำเลยเป็นธนาคารผู้รับซื้อตั๋วเงินและเอกสารจากโจทก์ด้วย ซึ่งจำเลยจะต้องตรวจสอบเอกสารการส่งสินค้าออกก็ตาม แต่หน้าที่ของจำเลยดังกล่าวเกิดจากการแต่งตั้งและมอบหมายจากธนาคารไฟซาลอิสลามิกแห่งอียิปต์และธนาคารบริติชอาหรับคอมเมอร์เชียลแห่งกรุงลอนดอน จำเลยจึงปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวในฐานะตัวแทนของธนาคารผู้เปิดเครดิตกับธนาคารผู้ยืนยันเครดิต หากจำเลยปฏิบัติหน้าที่บกพร่องก่อให้เกิดความเสียหายแก่ธนาคารซึ่งเป็นตัวการ ก็เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องรับผิดชอบต่อตัวการ โดยความรับผิดชอบในการตรวจเอกสารตามยูซีพี 500 มุ่งหมายถึงหน้าที่และความรับผิดของธนาคารที่เกี่ยวข้องในการตรวจเอกสารตามเลตเตอร์ออฟเครดิตก็เพื่อให้ถูกต้องตามเงื่อนไขในการขอเปิดเครดิตของลูกค้าผู้ขอเปิดเครดิตเพื่อประโยชน์แก่ผู้ขอเปิดเครดิตนั้นในอันที่จะได้รับเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามคำขอเปิดเครดิต มิใช่หน้าที่เพื่อประโยชน์แก่ผู้รับประโยชน์ตามเลตเตอร์ออฟเครดิตซึ่งเป็นหน้าที่ต้องจัดหาเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วนมาแสดงเองโดยตรงดังกล่าวมาข้างต้นแต่อย่างใดจึงมิใช่กรณีที่จำเลยจะต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบเอกสารการส่งสินค้าต่อโจทก์ตามข้อกำหนดของยูซีพี 500 ดังที่โจทก์อ้างและแม้จำเลยจะเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมจากโจทก์ในกรณีรับซื้อเอกสารหรือเรียกเก็บเงินตามเอกสารให้โจทก์และจำเลยมีหน้าที่ตรวจเอกสารส่งสินค้าออกของโจทก์ให้เป็นไปตามเงื่อนไขของเลตเตอร์ออฟเครดิตก็ตาม ก็เป็นหน้าที่ที่จำเลยต้องทำเพื่อระมัดระวังรักษาประโยชน์ของจำเลยเอง มิได้มีหน้าที่ตรวจเอกสารให้แก่โจทก์ตามสัญญาดังที่โจทก์อุทธรณ์ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปว่ามี จำเลยมีหน้าที่ต้องสลักหลังกรมธรรม์ประกันภัยในเอกสารการส่งสินค้าออกของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามเลตเตอร์ออฟเครดิตตามฟ้อง จำเลยเป็นธนาคารผู้แจ้งเครดิตและธนาคารผู้ได้รับการแต่งตั้งให้กระทำการแทนธนาคารผู้ยืนยันเครดิตในการรับ ตรวจสอบและส่งต่อเอกสารการส่งสินค้าออกของโจทก์เท่านั้น โจทก์ไม่มีพยานมาเบิกความยืนยันว่า ข้อความในเลตเตอร์ออฟเครดิตอันเกี่ยวกับการประกันภัยสินค้าดังกล่าว ผู้ประกอบวิชาชีพธนาคารซึ่งมีธุรกรรมเกี่ยวกับวิธีการชำระเงินในการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศต้องเข้าใจว่าธนาคารผู้รับแจ้งเครดิตหรือได้รับแต่งตั้งมีหน้าที่สลักหลังกรมธรรม์ประกันด้วย ทั้งไม่สามารถนำสืบได้ว่าจำเลยทราบอยู่แล้วว่าต้องสลักหลังกรมธรรม์ประกันภัย แล้วจงใจหรือประมาทเลินเล่อมิได้สลักหลังกรมธรรม์ประกันภัย พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมายังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่า จำเลยมีหน้าที่ต้องสลักหลังกรมธรรม์ประกันภัยตามข้ออ้างของโจทก์ อุทธรณ์ของโจทก์ในข้อนี้ก็ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ-พินิจ เพชรรุ่ง) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
269461
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082035647"
    }
}
date
2548
deka_no
144/2548
deka_running_no
144
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ",
    "พินิจ เพชรรุ่ง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 797",
            "ม. 812"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัดเอเชี่ยนโปรดักซ์อินเตอร์เทรด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 2,147,428.95 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า จำเลยต้องรับผิดชอบต่อโจทก์ในการตรวจสอบเอกสารการส่งสินค้าออกที่โจทก์นำมายื่นต่อจำเลยให้ถูกต้องตามเงื่อนไขของเลตเตอร์ออฟเครดิตหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ในฐานะผู้ขายสินค้าและเป็นผู้รับประโยชน์ตามเลตเตอร์ออฟเครดิต มีหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงในการดำเนินการส่งสินค้าและรวบรวมเอกสารการส่งสินค้าให้ตรงตามเงื่อนไขของเลตเตอร์ออฟเครดิตเพื่อยื่นขอรับเงินตามเลตเตอร์ออฟเครดิต จำเลยเป็นเพียงธนาคารผู้แจ้งเครดิต (ADVISING BANK) และตามเลตเตอร์ออฟเครดิตมีข้อความว่า ธนาคารบริติชอาหรับคอมเมอร์เชียลแห่งกรุงลอนดอนผู้ยืนยันเครดิต (CONFIRMING BANK) มอบอำนาจให้จำเลยในการหักบัญชีของธนาคารบริติชอาหรับคอมเมอร์เชียลแห่งกรุงลอนดอน ตามมูลค่าของตั๋วเงินที่จำเลยได้รับซื้อและจ่ายเงินตามูลค่าเครดิตและเงื่อนไขของเลตเตอร์ออฟเครดิต ภายหลัง 5 วันทำการ นับแต่วันที่ธนาคารดังกล่าวได้รับข้อความการตรวจสอบเอกสารของจำเลยว่าถูกต้องตามเงื่อนไขของเลตเตอร์ออฟเครดิต ซึ่งหมายความว่าจำเลยเป็นธนาคารที่ได้รับการแต่งตั้งให้กระทำการแทนในการจ่ายเงินหรือการรับซื้อตั๋วเงินและเอกสารด้วยก็ตาม แต่การที่จำเลยได้รับซื้อตั๋วเงินหรือเอกสารการส่งสินค้าออกของโจทก์ (หมายเหตุ : ตามฟ้องมีโจทก์แค่คนเดียว) โดยนำเงินค่าสินค้าในงวดที่ 1 หลังจากหักค่าธรรมเนียมแล้วเข้าบัญชีของโจทก์ ก็เป็นกรณีที่จำเลยให้สินเชื่อแก่โจทก์ซึ่งเป็นความผูกพันโดยเฉพาะระหว่างจำเลยกับโจทก์ซึ่งเป็นลูกค้าของจำเลยในการรับซื้อตั๋วเงินและเอกสารและจ่ายเงินค่าสินค้าให้แก่โจทก์ไปก่อน แล้วเรียกเก็บเงินนำเข้าชำระหนี้ต่อไป แต่ทั้งนี้โจทก์ได้ทำหนังสือรับรองไว้ว่า หากจำเลยเรียกเก็บเงินค่าสินค้าตามเลตเตอร์ออฟเครดิตนั้นไม่ได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ โจทก์ยินยอมคืนเงินให้แก่จำเลย ดังนี้ แม้หากจะฟังว่าจำเลยเป็นธนาคารผู้รับซื้อตั๋วเงินและเอกสารจากโจทก์ด้วย ซึ่งจำเลยจะต้องตรวจสอบเอกสารการส่งสินค้าออกก็ตาม แต่หน้าที่ของจำเลยดังกล่าวเกิดจากการแต่งตั้งและมอบหมายจากธนาคารไฟซาลอิสลามิกแห่งอียิปต์และธนาคารบริติชอาหรับคอมเมอร์เชียลแห่งกรุงลอนดอน จำเลยจึงปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวในฐานะตัวแทนของธนาคารผู้เปิดเครดิตกับธนาคารผู้ยืนยันเครดิต หากจำเลยปฏิบัติหน้าที่บกพร่องก่อให้เกิดความเสียหายแก่ธนาคารซึ่งเป็นตัวการ ก็เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องรับผิดชอบต่อตัวการ โดยความรับผิดชอบในการตรวจเอกสารตามยูซีพี 500 มุ่งหมายถึงหน้าที่และความรับผิดของธนาคารที่เกี่ยวข้องในการตรวจเอกสารตามเลตเตอร์ออฟเครดิตก็เพื่อให้ถูกต้องตามเงื่อนไขในการขอเปิดเครดิตของลูกค้าผู้ขอเปิดเครดิตเพื่อประโยชน์แก่ผู้ขอเปิดเครดิตนั้นในอันที่จะได้รับเอกสารถูกต้องครบถ้วนตามคำขอเปิดเครดิต มิใช่หน้าที่เพื่อประโยชน์แก่ผู้รับประโยชน์ตามเลตเตอร์ออฟเครดิตซึ่งเป็นหน้าที่ต้องจัดหาเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วนมาแสดงเองโดยตรงดังกล่าวมาข้างต้นแต่อย่างใดจึงมิใช่กรณีที่จำเลยจะต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบเอกสารการส่งสินค้าต่อโจทก์ตามข้อกำหนดของยูซีพี 500 ดังที่โจทก์อ้างและแม้จำเลยจะเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมจากโจทก์ในกรณีรับซื้อเอกสารหรือเรียกเก็บเงินตามเอกสารให้โจทก์และจำเลยมีหน้าที่ตรวจเอกสารส่งสินค้าออกของโจทก์ให้เป็นไปตามเงื่อนไขของเลตเตอร์ออฟเครดิตก็ตาม ก็เป็นหน้าที่ที่จำเลยต้องทำเพื่อระมัดระวังรักษาประโยชน์ของจำเลยเอง มิได้มีหน้าที่ตรวจเอกสารให้แก่โจทก์ตามสัญญาดังที่โจทก์อุทธรณ์

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปว่ามี จำเลยมีหน้าที่ต้องสลักหลังกรมธรรม์ประกันภัยในเอกสารการส่งสินค้าออกของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามเลตเตอร์ออฟเครดิตตามฟ้อง จำเลยเป็นธนาคารผู้แจ้งเครดิตและธนาคารผู้ได้รับการแต่งตั้งให้กระทำการแทนธนาคารผู้ยืนยันเครดิตในการรับ ตรวจสอบและส่งต่อเอกสารการส่งสินค้าออกของโจทก์เท่านั้น โจทก์ไม่มีพยานมาเบิกความยืนยันว่า ข้อความในเลตเตอร์ออฟเครดิตอันเกี่ยวกับการประกันภัยสินค้าดังกล่าว ผู้ประกอบวิชาชีพธนาคารซึ่งมีธุรกรรมเกี่ยวกับวิธีการชำระเงินในการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศต้องเข้าใจว่าธนาคารผู้รับแจ้งเครดิตหรือได้รับแต่งตั้งมีหน้าที่สลักหลังกรมธรรม์ประกันด้วย ทั้งไม่สามารถนำสืบได้ว่าจำเลยทราบอยู่แล้วว่าต้องสลักหลังกรมธรรม์ประกันภัย แล้วจงใจหรือประมาทเลินเล่อมิได้สลักหลังกรมธรรม์ประกันภัย พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมายังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่า จำเลยมีหน้าที่ต้องสลักหลังกรมธรรม์ประกันภัยตามข้ออ้างของโจทก์ อุทธรณ์ของโจทก์ในข้อนี้ก็ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000856.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548