คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 365 -ที่ 388/2548 ฉบับเต็ม

#269464
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 365 - 388/2548 นางพนม ชิณราช กับพวก โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงงาน ว.พรสินกับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1077 (2), มาตรา 1249, มาตรา 1259 แม้ศาลจะมีคำสั่งให้เลิกห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 แต่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1249 ก็ให้พึงถือว่าจำเลยที่ 1 ยังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี ส่วนการตั้งบุคคลอื่นเป็นผู้ชำระบัญชีนั้น ก็มีผลเพียงให้ผู้นั้นเป็นผู้มีอำนาจในการกระทำการต่างๆ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1259 และจำเลยที่ 2 หุ้นส่วนผู้จัดการไม่มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 เท่านั้น จำเลยที่ 2 ยังคงเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด ซึ่งต้องรับผิดในบรรดหนี้ของจำเลยที่ 1 ไม่จำกัดจำนวนตามมาตรา 1077 (2) ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยทั้งสองร่วมกันจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย ค่าจ้างสำหรับวันลาเพื่อการคลอดบุตร สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และคืนเงินประกัน พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งยี่สิบสี่คดีอยู่ระหว่างการบังคับคดี โจทก์ทั้งยี่สิบสี่นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่2 เพื่อนำออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่าศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำสั่งให้เลิกห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเลยที่ 1 และตั้งนายฉลองกับนางสาวนฤนาถเป็นผู้ชำระบัญชี จำเลยที่ 2 ไม่ได้อยู่ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการและหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดของจำเลยที่ 1 ต่อไป จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งยี่สิบสี่ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า คำสั่งศาลแพ่งกรุงเทพใต้ที่ให้เลิกห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 และให้ตั้งผู้ชำระบัญชีนั้น ไม่ทำให้หนี้ของจำเลยที่ 1 ระงับ จำเลยที่ 2 ในฐานะลูกหนี้ร่วมยังคงต้องร่วมรับผิดอยู่ มีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์ทั้งยี่สิบสี่หรือไม่ เห็นว่า แม้ศาลแพ่งกรุงเทพใต้จะมีคำสั่งให้เลิกห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1249 ก็ให้พึงถือว่าจำเลยที่ 1 ยังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี ส่วนการตั้งบุคคลอื่นเป็นผู้ชำระบัญชีนั้นก็มีผลเพียงให้ผู้นั้นเป็นผู้มีอำนาจในการกระทำการต่างๆ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1259 และจำเลยที่ 2 ไม่มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 เท่านั้น จำเลยที่ 2 ยังคงเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด ซึ่งต้องรับผิดในบรรดาหนี้ของจำเลยที่ 1 ไม่มีจำกัดจำนวนตามมาตรา 1077 (2) จำเลยที่ 2 จึงยังต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์ทั้งยี่สิบสี่ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (จรัส พวงมณี-ชวลิต ยอดเณร-วิชัย วิวิตเสวี) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
269464
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082035503"
    }
}
date
2548
deka_no
388/2548
deka_running_no
388
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "จรัส พวงมณี",
    "ชวลิต ยอดเณร",
    "วิชัย วิวิตเสวี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1077 (2)",
            "ม. 1249",
            "ม. 1259"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางพนม ชิณราช กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงงาน ว.พรสินกับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยทั้งสองร่วมกันจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย ค่าจ้างสำหรับวันลาเพื่อการคลอดบุตร สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และคืนเงินประกัน พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งยี่สิบสี่คดีอยู่ระหว่างการบังคับคดี โจทก์ทั้งยี่สิบสี่นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่2 เพื่อนำออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่าศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำสั่งให้เลิกห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเลยที่ 1 และตั้งนายฉลองกับนางสาวนฤนาถเป็นผู้ชำระบัญชี จำเลยที่ 2 ไม่ได้อยู่ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการและหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดของจำเลยที่ 1 ต่อไป จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งยี่สิบสี่ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า คำสั่งศาลแพ่งกรุงเทพใต้ที่ให้เลิกห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 และให้ตั้งผู้ชำระบัญชีนั้น ไม่ทำให้หนี้ของจำเลยที่ 1 ระงับ จำเลยที่ 2 ในฐานะลูกหนี้ร่วมยังคงต้องร่วมรับผิดอยู่ มีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์ทั้งยี่สิบสี่หรือไม่ เห็นว่า แม้ศาลแพ่งกรุงเทพใต้จะมีคำสั่งให้เลิกห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1249 ก็ให้พึงถือว่าจำเลยที่ 1 ยังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี ส่วนการตั้งบุคคลอื่นเป็นผู้ชำระบัญชีนั้นก็มีผลเพียงให้ผู้นั้นเป็นผู้มีอำนาจในการกระทำการต่างๆ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1259 และจำเลยที่ 2 ไม่มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 เท่านั้น จำเลยที่ 2 ยังคงเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด ซึ่งต้องรับผิดในบรรดาหนี้ของจำเลยที่ 1 ไม่มีจำกัดจำนวนตามมาตรา 1077 (2) จำเลยที่ 2 จึงยังต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์ทั้งยี่สิบสี่ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000855.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 365 -
year
2548