คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9145/2549 ฉบับเต็ม

#269465
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9145/2549 พนักงานอัยการจังหวัดสตูล โจทก์ นายหมาด มะหาด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 458 ป.อ. มาตรา 80, มาตรา 83 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ บัญญัติคำนิยามของคำว่า จำหน่าย หมายความว่า ขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้ ซึ่งมีความหมายกว้างกว่าการซื้อขายตาม ป.พ.พ. แม้เป็นการจ่าย แจก ซึ่งไม่มีค่าตอบแทนก็ถือว่าเป็นการจำหน่าย แสดงว่าถือเอาการส่งมอบทรัพย์สินที่ซื้อขายเป็นสำคัญ แม้จะมีการตกลงซื้อขายกัญชากันแล้ว แต่สายลับยังไม่ได้ส่งมอบเงินให้แก่จำเลยทั้งสอง และจำเลยทั้งสองเพียงเอากัญชาของกลางจากที่ซ่อนเพื่อให้สายลับดูยังไม่ทันได้ส่งมอบกัญชาของกลางให้แก่สายลับ เจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับจำเลยทั้งสองกับพวกเสียก่อน ทั้งกัญชาของกลางที่ยึดไว้มีเพียง 40 กิโลกรัม ไม่ครบจำนวน 50 กิโลกรัม ตามที่สายลับตกลงซื้อจากพวกของจำเลยทั้งสอง การที่สายลับเพียงแต่ได้ดูกัญชาของกลาง ยังถือไมได้ว่าเป็นการส่งมอบกัญชาของกลางโดยปริยาย การซื้อขายกัญชาของกลางระหว่างจำเลยทั้งสองและพวกกับสายลับจึงไม่สำเร็จบริบูรณ์ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดฐานร่วมกันพยายามจำหน่ายกัญชาของกลาง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7 (5), 8, 26, 75, 76 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง, 75 วรรคหนึ่ง (เดิม), 76 วรรคสอง (เดิม) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทแต่ละบทมีระวางโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันจำหน่ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 14 ปี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง, 75 วรรคหนึ่ง (เดิม), 76 วรรคสอง (เดิม) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันมีกัญชาอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 8 ปี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นที่ยุติตามที่โจทก์นำสืบโดยที่จำเลยทั้งสองไม่ได้ฎีกาคัดค้านว่า ก่อนจับกุมพวกของจำเลยทั้งสองมาตรวจนับเงินที่สายลับตกลงซื้อกัญชาจำนวน 50 กิโลกรัม ราคา 290,000 บาท ที่บ้านของสายลับแล้วนัดหมายจะส่งมอบกัญชาที่ซื้อขายที่บ้านจำเลยที่ 2 ในวันรุ่งขึ้น เมื่อถึงวันนัดสายลับไปพบจำเลยที่ 2 ที่บ้านจำเลยที่ 2 แล้วมีจำเลยที่ 1 กับพวกตามมาสมทบนั่งคุยกันบนบ้าน ต่อมาจำเลยทั้งสองเดินไปแบกกระสอบปุ๋ยคนละ 1 กระสอบ นำไปวางไว้ใต้กอไผ่หลังบ้าน ห่างจากบ้านประมาณ 20 เมตร จากนั้นจำเลยทั้งสองขึ้นไปนั่งคุยกับสายลับและพวกของจำเลยบนบ้านได้ 5 นาที คนทั้งสี่ลงมาจากบ้านเดินตรงไปดูที่กระสอบปุ๋ยดังกล่าว สายลับเดินไปยืนที่ข้างบ้านแล้วยกมือเกาศีรษะส่งสัญญาณให้ร้อยตำรวจเอกชาติชาย เพราะบุญ กับพวกจับจำเลยทั้งสองกับพวกได้ พร้อมกัญชาในกระสอบปุ๋ยกระสอบละ 20 แท่ง หนักแท่งละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมประมาณ 40 กิโลกรัม เป็นของกลาง คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดฐานจำหน่ายกัญชาสำเร็จแล้วหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า จำเลยทั้งสองกับพวกตกลงซื้อขายกัญชาของกลางกันแล้ว กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายย่อมโอนไปยังผู้ซื้อตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 458 การซื้อขายสำเร็จบริบูรณ์ไม่จำเป็นต้องส่งมอบกัญชาให้ครอบครองและเป็นความผิดสำเร็จ มิใช่เพียงพยายามจำหน่ายกัญชานั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 บัญญัติคำนิยามของคำว่า จำหน่าย หมายความว่า ขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้ ซึ่งมีความหมายกว้างการซื้อขายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แม้เป็นการจ่าย แจก ซึ่งไม่มีค่าตอบแทนก็ถือว่าเป็นการจำหน่าย แสดงว่าถือเอาการส่งมอบทรัพย์สินที่ซื้อขายเป็นสำคัญ คดีนี้แม้จะฟังได้ว่ามีการตกลงซื้อขายกัญชาแล้ว แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าสายลับยังไม่ได้ส่งมอบเงินให้แก่จำเลยทั้งสองกับพวกและจำเลยทั้งสองกับพวกเพียงแต่เอากัญชาของกลางจากที่ซ่อนเพื่อให้สายลับดู ยังไม่ทันได้ส่งมอบกัญชาของกลางให้แก่สายลับแต่อย่างใด เจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับจำเลยทั้งสองกับพวกเสียก่อน ทั้งกัญชาของกลางที่ยึดไว้มีเพียงประมาณ 40 กิโลกรัม ตามที่สายลับตกลงซื้อจากพวกของจำเลยทั้งสอง การที่สายลับเพียงแต่ได้ดูกัญชาของกลางยังถือไม่ได้ว่าเป็นการส่งมอบกัญชาของกลางโดยปริยาย การซื้อขายกัญชาของกลางระหว่างจำเลยทั้งสองและพวกกับสายลับจึงยังไม่สำเร็จบริบูรณ์ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดฐานร่วมกันพยายามจำหน่ายกัญชาของกลาง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (พันวะสา บัวทอง-พินิจ บุญชัด-สมศักดิ์ ตันติภิรมย์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
269465
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082020002"
    }
}
date
2549
deka_no
9145/2549
deka_running_no
9145
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "พันวะสา บัวทอง",
    "พินิจ บุญชัด",
    "สมศักดิ์ ตันติภิรมย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 458"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 80",
            "ม. 83"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสตูล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายหมาด มะหาด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7 (5), 8, 26, 75, 76 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง, 75 วรรคหนึ่ง (เดิม), 76 วรรคสอง (เดิม) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทแต่ละบทมีระวางโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันจำหน่ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 14 ปี

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง, 75 วรรคหนึ่ง (เดิม), 76 วรรคสอง (เดิม) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันมีกัญชาอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 8 ปี

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นที่ยุติตามที่โจทก์นำสืบโดยที่จำเลยทั้งสองไม่ได้ฎีกาคัดค้านว่า ก่อนจับกุมพวกของจำเลยทั้งสองมาตรวจนับเงินที่สายลับตกลงซื้อกัญชาจำนวน 50 กิโลกรัม ราคา 290,000 บาท ที่บ้านของสายลับแล้วนัดหมายจะส่งมอบกัญชาที่ซื้อขายที่บ้านจำเลยที่ 2 ในวันรุ่งขึ้น เมื่อถึงวันนัดสายลับไปพบจำเลยที่ 2 ที่บ้านจำเลยที่ 2 แล้วมีจำเลยที่ 1 กับพวกตามมาสมทบนั่งคุยกันบนบ้าน ต่อมาจำเลยทั้งสองเดินไปแบกกระสอบปุ๋ยคนละ 1 กระสอบ นำไปวางไว้ใต้กอไผ่หลังบ้าน ห่างจากบ้านประมาณ 20 เมตร จากนั้นจำเลยทั้งสองขึ้นไปนั่งคุยกับสายลับและพวกของจำเลยบนบ้านได้ 5 นาที คนทั้งสี่ลงมาจากบ้านเดินตรงไปดูที่กระสอบปุ๋ยดังกล่าว สายลับเดินไปยืนที่ข้างบ้านแล้วยกมือเกาศีรษะส่งสัญญาณให้ร้อยตำรวจเอกชาติชาย เพราะบุญ กับพวกจับจำเลยทั้งสองกับพวกได้ พร้อมกัญชาในกระสอบปุ๋ยกระสอบละ 20 แท่ง หนักแท่งละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมประมาณ 40 กิโลกรัม เป็นของกลาง คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดฐานจำหน่ายกัญชาสำเร็จแล้วหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า จำเลยทั้งสองกับพวกตกลงซื้อขายกัญชาของกลางกันแล้ว กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายย่อมโอนไปยังผู้ซื้อตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 458 การซื้อขายสำเร็จบริบูรณ์ไม่จำเป็นต้องส่งมอบกัญชาให้ครอบครองและเป็นความผิดสำเร็จ มิใช่เพียงพยายามจำหน่ายกัญชานั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 บัญญัติคำนิยามของคำว่า จำหน่าย หมายความว่า ขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้ ซึ่งมีความหมายกว้างการซื้อขายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แม้เป็นการจ่าย แจก ซึ่งไม่มีค่าตอบแทนก็ถือว่าเป็นการจำหน่าย แสดงว่าถือเอาการส่งมอบทรัพย์สินที่ซื้อขายเป็นสำคัญ คดีนี้แม้จะฟังได้ว่ามีการตกลงซื้อขายกัญชาแล้ว แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าสายลับยังไม่ได้ส่งมอบเงินให้แก่จำเลยทั้งสองกับพวกและจำเลยทั้งสองกับพวกเพียงแต่เอากัญชาของกลางจากที่ซ่อนเพื่อให้สายลับดู ยังไม่ทันได้ส่งมอบกัญชาของกลางให้แก่สายลับแต่อย่างใด เจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับจำเลยทั้งสองกับพวกเสียก่อน ทั้งกัญชาของกลางที่ยึดไว้มีเพียงประมาณ 40 กิโลกรัม ตามที่สายลับตกลงซื้อจากพวกของจำเลยทั้งสอง การที่สายลับเพียงแต่ได้ดูกัญชาของกลางยังถือไม่ได้ว่าเป็นการส่งมอบกัญชาของกลางโดยปริยาย การซื้อขายกัญชาของกลางระหว่างจำเลยทั้งสองและพวกกับสายลับจึงยังไม่สำเร็จบริบูรณ์ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดฐานร่วมกันพยายามจำหน่ายกัญชาของกลาง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000712.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549