คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8787/2550 ฉบับเต็ม

#269472
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8787/2550 นายเลี่ยม เหมือนชาติ โจทก์ สำนักงานประกันสังคม กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 87 วรรคสาม สำนักงานประกันสังคมส่งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการอุทธรณ์ไปยังที่อยู่ตามสำเนาทะเบียนบ้านของโจทก์ ค. หลานของโจทก์ลงลายมือชื่อในใบตอบรับเอกสารแทนโจทก์เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2547 ต้องถือว่าโจทก์ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ในวันนั้น โจทก์ฟ้องคดีขอเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อศาลแรงงานกลาง เกินกำหนด 30 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ เป็นผลให้คำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นที่สุดตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 87 วรรคสาม ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองจ่ายเงิน 36,000 บาท แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ 543/2547 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2547 ของจำเลยที่ 1 ให้โจทก์มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีตายที่ยังขาดอยู่อีกจำนวน 36,000 บาท จากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ข้อ 2.2 ว่า การที่โจทก์นำคดีไปสู่ศาลแรงงานกลางชอบด้วยพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 87 วรรคสาม หรือไม่ โดยจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่า คณะกรรมการอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยที่ 543/2547 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2547 จำเลยที่ 2 แจ้งไปยังที่อยู่โจทก์ที่ให้ไว้แก่จำเลยที่ 1 โดยนายคมสัน หลานของโจทก์ได้รับไว้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2547 โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2547 จึงเกินกำหนด 30 วัน คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 87 วรรคสาม แล้วนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 87 วรรคสาม บัญญัติว่า "คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์นั้น ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่พอใจให้มีสิทธินำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย แต่ถ้าไม่นำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์เป็นที่สุด" ตามบทบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้ผู้อุทธรณ์ที่ไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ต้องนำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในสามสิบวันนับแต่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย มิฉะนั้นคำวินิจฉัยนั้นเป็นที่สุด ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2546 โจทก์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งประโยชน์ทดแทนของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดยโสธร ต่อมาคณะกรรมการอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยที่ 543/2547 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2547 แล้วสำนักงานประกันสังคมจังหวัดยโสธรจึงได้ส่งคำสั่งดังกล่าวทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังบ้านเลขที่ 22 หมู่ที่ 8 ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร อันเป็นที่อยู่ตามสำเนาทะเบียนบ้านของโจทก์ มีนายคมสัน หลานของโจทก์ลงลายมือชื่อในใบตอบรับรับเอกสารแทนโจทก์เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2547 จึงต้องถือว่าโจทก์ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยในวันที่ 7 สิงหาคม 2547 โจทก์จึงต้องนำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2547 โจทก์ฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2547 เกินกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย เป็นผลให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ 543/2547 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2547 เป็นที่สุดตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 87 วรรคสาม ที่โจทก์แก้อุทธรณ์ว่าโจทก์ได้ไปอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 33 ซอย 3 ถนนแจ้งสนิท ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร กับบุตรชายเพื่อรักษาโรคเบาหวาน และนายคมสันไม่ได้นำหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์มอบให้แก่โจทก์ โจทก์มิได้มีเจตนาเพิกเฉยละเลยนั้น ก็ไม่มีผลให้โจทก์โต้แย้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่เป็นที่สุดไปแล้วได้ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ 543/2547 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2547 ซึ่งเป็นที่สุดแล้ว และให้โจทก์มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีตายอีกจำนวน 36,000 บาท จึงไม่ถูกต้อง อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น ไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยที่ 1 อีกเพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์. (วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์-พิชิต คำแฝง-วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์) ศาลแรงงานกลาง - นายสมเกียรต์ คมสัตย์ธรรม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
269472
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายสมเกียรต์ คมสัตย์ธรรม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082013389"
    }
}
date
2550
deka_no
8787/2550
deka_running_no
8787
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์",
    "พิชิต คำแฝง",
    "วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533",
        "sections": [
            "ม. 87 วรรคสาม"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายเลี่ยม เหมือนชาติ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "สำนักงานประกันสังคม กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองจ่ายเงิน 36,000 บาท แก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ 543/2547 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2547 ของจำเลยที่ 1 ให้โจทก์มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีตายที่ยังขาดอยู่อีกจำนวน 36,000 บาท จากจำเลยที่ 1

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ข้อ 2.2 ว่า การที่โจทก์นำคดีไปสู่ศาลแรงงานกลางชอบด้วยพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 87 วรรคสาม หรือไม่ โดยจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่า คณะกรรมการอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยที่ 543/2547 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2547 จำเลยที่ 2 แจ้งไปยังที่อยู่โจทก์ที่ให้ไว้แก่จำเลยที่ 1 โดยนายคมสัน หลานของโจทก์ได้รับไว้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2547 โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2547 จึงเกินกำหนด 30 วัน คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 87 วรรคสาม แล้วนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 87 วรรคสาม บัญญัติว่า "คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์นั้น ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่พอใจให้มีสิทธินำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย แต่ถ้าไม่นำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์เป็นที่สุด" ตามบทบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้ผู้อุทธรณ์ที่ไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ต้องนำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในสามสิบวันนับแต่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย มิฉะนั้นคำวินิจฉัยนั้นเป็นที่สุด ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2546 โจทก์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งประโยชน์ทดแทนของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดยโสธร ต่อมาคณะกรรมการอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยที่ 543/2547 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2547 แล้วสำนักงานประกันสังคมจังหวัดยโสธรจึงได้ส่งคำสั่งดังกล่าวทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังบ้านเลขที่ 22 หมู่ที่ 8 ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร อันเป็นที่อยู่ตามสำเนาทะเบียนบ้านของโจทก์ มีนายคมสัน หลานของโจทก์ลงลายมือชื่อในใบตอบรับรับเอกสารแทนโจทก์เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2547 จึงต้องถือว่าโจทก์ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยในวันที่ 7 สิงหาคม 2547 โจทก์จึงต้องนำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2547 โจทก์ฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2547 เกินกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย เป็นผลให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ 543/2547 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2547 เป็นที่สุดตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 87 วรรคสาม ที่โจทก์แก้อุทธรณ์ว่าโจทก์ได้ไปอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 33 ซอย 3 ถนนแจ้งสนิท ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร กับบุตรชายเพื่อรักษาโรคเบาหวาน และนายคมสันไม่ได้นำหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์มอบให้แก่โจทก์ โจทก์มิได้มีเจตนาเพิกเฉยละเลยนั้น ก็ไม่มีผลให้โจทก์โต้แย้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่เป็นที่สุดไปแล้วได้ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ 543/2547 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2547 ซึ่งเป็นที่สุดแล้ว และให้โจทก์มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีตายอีกจำนวน 36,000 บาท จึงไม่ถูกต้อง อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น ไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยที่ 1 อีกเพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลง

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000653.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550