คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8378/2550 ฉบับเต็ม

#269484
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8378/2550 นายมนต์ชัย ปฐมพงษ์ไพโรจน์ โจทก์ บริษัทโพสต์ พับลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) จำเลย พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 ข้อบังคับสหภาพแรงงาน น. กำหนดว่าการประชุมคณะกรรมการสหภาพแรงงาน น. จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด ซึ่งหมายถึงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการที่จดทะเบียนไว้ สหภาพแรงงาน น. มีคณะกรรมการตามที่จดทะเบียนไว้จำนวน 11 คน เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า การประชุมคณะกรรมการสหภาพแรงงาน น. เพื่อแต่งตั้งโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้างมีกรรมการสหภาพแรงงาน น. เข้าร่วมประชุม 5 คน จึงไม่ครบองค์ประชุม โจทก์จึงเป็นกรรมการลูกจ้างที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากศาลแรงงานตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างรวม 27,710 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี และให้จำเลยชำระเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 15 ของค่าจ้างค้างชำระจากเงินต้น 19,150 บาท ทุกระยะ 7 วัน และให้จำเลยชำระค่าจ้างทุกรอบระยะเวลาจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 15 และวันสิ้นเดือนพร้อมทั้งค่าน้ำมันเดือนละ 4,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าโจทก์จะเกษียณอายุ 60 ปี จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้างค้างของเดือนพฤษภาคม 2547 รวมเป็นเงิน 10,883.33 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2547 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้ชำระเงินเดือน เดือนละ 38,300 บาท กับเงินค่าน้ำมันรถเดือนละ 4,500 บาท นับจากเดือนมิถุนายน 2547 เป็นต้นไปจนกว่าโจทก์จะพ้นจากสถานะการเป็นลูกจ้างของจำเลยพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของเงินเดือน และเงินค่าน้ำมันรถนับแต่วันผิดนัดที่ถึงกำหนดการจ่ายแต่ละเดือนเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกเสีย จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า... คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2.2 และข้อ 2.4 ที่ว่าสหภาพแรงงานหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์มีกรรมการ 11 คน เมื่อการประชุมกรรมการสหภาพดังกล่าวเพื่อแต่งตั้งโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้าง มีกรรมการเข้าประชุมเพียง 5 คน ไม่ถึงกึ่งหนึ่งตามข้อบังคับข้อ 41 การประชุมดังกล่าวจึงไม่ครบองค์ประชุมตามข้อบังคับข้อ 24 และข้อ 41 การประชุมแต่งตั้งโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้างจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายเงินให้โจทก์ตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางนั้น เห็นว่า ตามข้อบังคับสหภาพแรงงานหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์กำหนดว่าการประชุมคณะกรรมการสหภาพแรงงานหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด ซึ่งหมายถึงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการที่จดทะเบียนไว้สหภาพแรงงานหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์มีคณะกรรมการตามที่จดทะเบียนไว้จำนวน 11 คน เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า การประชุมคณะกรรมการสหภาพแรงงานหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์เพื่อแต่งตั้งโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้างมีกรรมการสหภาพแรงงานหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์เข้าร่วมประชุม 5 คน จึงไม่ครบองค์ประชุม โจทก์จึงเป็นกรรมการลูกจ้างที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากศาลแรงงานตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 การเลิกจ้างโจทก์เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชำระเงินให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง คดีไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่นตามอุทธรณ์ของจำเลยอีกต่อไป อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์. (วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์-พิชิต คำแฝง-วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์) ศาลแรงงานกลาง - นายสละ เทศรำพรรณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
269484
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายสละ เทศรำพรรณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082013725"
    }
}
date
2550
deka_no
8378/2550
deka_running_no
8378
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์",
    "พิชิต คำแฝง",
    "วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "sections": [
            "ม. 52"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายมนต์ชัย ปฐมพงษ์ไพโรจน์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทโพสต์ พับลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างรวม 27,710 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี และให้จำเลยชำระเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 15 ของค่าจ้างค้างชำระจากเงินต้น 19,150 บาท ทุกระยะ 7 วัน และให้จำเลยชำระค่าจ้างทุกรอบระยะเวลาจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 15 และวันสิ้นเดือนพร้อมทั้งค่าน้ำมันเดือนละ 4,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าโจทก์จะเกษียณอายุ 60 ปี

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้างค้างของเดือนพฤษภาคม 2547 รวมเป็นเงิน 10,883.33 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2547 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้ชำระเงินเดือน เดือนละ 38,300 บาท กับเงินค่าน้ำมันรถเดือนละ 4,500 บาท นับจากเดือนมิถุนายน 2547 เป็นต้นไปจนกว่าโจทก์จะพ้นจากสถานะการเป็นลูกจ้างของจำเลยพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของเงินเดือน และเงินค่าน้ำมันรถนับแต่วันผิดนัดที่ถึงกำหนดการจ่ายแต่ละเดือนเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกเสีย

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า... คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2.2 และข้อ 2.4 ที่ว่าสหภาพแรงงานหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์มีกรรมการ 11 คน เมื่อการประชุมกรรมการสหภาพดังกล่าวเพื่อแต่งตั้งโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้าง มีกรรมการเข้าประชุมเพียง 5 คน ไม่ถึงกึ่งหนึ่งตามข้อบังคับข้อ 41 การประชุมดังกล่าวจึงไม่ครบองค์ประชุมตามข้อบังคับข้อ 24 และข้อ 41 การประชุมแต่งตั้งโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้างจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายเงินให้โจทก์ตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางนั้น เห็นว่า ตามข้อบังคับสหภาพแรงงานหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์กำหนดว่าการประชุมคณะกรรมการสหภาพแรงงานหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด ซึ่งหมายถึงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการที่จดทะเบียนไว้สหภาพแรงงานหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์มีคณะกรรมการตามที่จดทะเบียนไว้จำนวน 11 คน เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า การประชุมคณะกรรมการสหภาพแรงงานหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์เพื่อแต่งตั้งโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้างมีกรรมการสหภาพแรงงานหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์เข้าร่วมประชุม 5 คน จึงไม่ครบองค์ประชุม โจทก์จึงเป็นกรรมการลูกจ้างที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากศาลแรงงานตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 การเลิกจ้างโจทก์เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชำระเงินให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง คดีไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่นตามอุทธรณ์ของจำเลยอีกต่อไป อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000656.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550