คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 558/2548 ฉบับเต็ม

#269491
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 558/2548 นางวิไล ทองกำพร้า โจทก์ นายวิไชย ทองกำพร้า จำเลย ป.อ. มาตรา 177 ความผิดฐานเบิกความเท็จตาม ป.อ. มาตรา 177 นั้น ข้อความเท็จที่ได้เบิกความต่อศาลในการพิจารณาคดีจะต้องเป็นข้อสำคัญในคดีจึงจะเป็นความผิดฐานดังกล่าว ซึ่งหมายถึงต้องเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างแท้จริงถึงขนาดมีผลทำให้แพ้ชนะคดีกันได้โดยอาศัยคำเบิกความอันเป็นเท็จนั้น แต่ตามคดีแพ่งของศาลชั้นต้นซึ่งโจทก์ถูก ท. ฟ้องเรียกเงินคืน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ ท. ผู้เป็นโจทก์ในคดีดังกล่าวชนะคดีโดยอาศัยพยานเอกสารในคดีเป็นสำคัญ ส่วนคำเบิกความของพยานบุคคลนั้น เพียงแต่นำมารับฟังประกอบพยานเอกสารเท่านั้น และวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักมากกว่าโดยมิได้นำคำเบิกความของจำเลยนี้มาเป็นข้อวินิจฉัยให้มีผลเป็นการแพ้ชนะกัน ข้อความที่จำเลยเบิกความดังกล่าวจึงไม่ใช่ข้อสำคัญในคดี ไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานเบิกความเท็จได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่าโจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากันและได้ร่วมกันเปิดบัญชีเงินฝากประเภทฝากประจำที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาสมุทรสาคร โดยเปิดบัญชีเป็นเงิน 500 บาท มีเงื่อนไขว่าคนใดคนหนึ่งสามารถถอนเงินจากบัญชีได้ ตามคำขอเปิดบัญชีเอกสารหมาย จ.3 ต่อมาโจทก์ถูกนางทุเรียน ทองกำพร้า ผู้เป็นมารดาของจำเลยฟ้องเรียกเงินคืนโดยอ้างว่าโจทก์ได้ถอนเงินในบัญชีดังกล่าว ซึ่งเป็นเงินของนางทุเรียนไปและจำเลยเบิกความเป็นพยานฝ่ายนางทุเรียนว่าเงินในบัญชีดังกล่าวเป็นของนางทุเรียนถ้าจะเบิกเงินออกมาใช้จะต้องได้รับความยินยอมจากนางทุเรียนก่อน ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์คืนเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่นางทุเรียนตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1189/2544 ของศาลชั้นต้น คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีโจทก์มีมูลหรือไม่ เห็นว่า ในความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 นั้น ข้อความเท็จที่ได้เบิกความต่อศาลในการพิจารณาคดีจะต้องเป็นข้อสำคัญในคดีจึงจะเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จ ซึ่งหมายถึงต้องเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างแท้จริงถึงขนาดมีผลทำให้แพ้ชนะคดีกันได้โดยอาศัยคำเบิกความอันเป็นเท็จนั้น แต่ตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 2008/2541 หมายเลขแดงที่ 1189/2544 ของศาลชั้นต้นซึ่งโจทก์ถูกนางทุเรียนฟ้องเรียกเงินคืนนั้น ศาลชั้นต้นพิพากษาให้นางทุเรียนผู้เป็นโจทก์ในคดีดังกล่าวชนะคดีโดยอาศัยพยานเอกสารในคดีเป็นสำคัญ ส่วนคำเบิกความของพยานบุคคลนั้น เพียงแต่นำมารับฟังประกอบพยานเอกสารเท่านั้น และวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักมากกว่าโดยมิได้นำคำเบิกความของจำเลยนี้ที่ว่าถ้าเบิกเงินออกมาใช้จะต้องได้รับความยินยอมจากนางทุเรียนก่อน มาเป็นข้อวินิจฉัยให้มีผลเป็นการแพ้ชนะกัน ข้อความที่จำเลยเบิกความดังกล่าวจึงไม่ใช่ข้อสำคัญในคดี ไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานเบิกความเท็จได้ ซึ่งคำพิพากษาศาลฎีกาทั้งสองคดีที่โจทก์อ้างมาในฎีกาก็สนับสนุนข้อวินิจฉัยดังกล่าว หาใช่สนับสนุนข้ออ้างของโจทก์ตามที่อ้างมาในฎีกาไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (วิเชียร มงคล-กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ-ประจวบ พัชนีรัตนกรณ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
269491
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082035154"
    }
}
date
2548
deka_no
558/2548
deka_running_no
558
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "วิเชียร มงคล",
    "กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ",
    "ประจวบ พัชนีรัตนกรณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 177"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางวิไล ทองกำพร้า"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวิไชย ทองกำพร้า"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่าโจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากันและได้ร่วมกันเปิดบัญชีเงินฝากประเภทฝากประจำที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาสมุทรสาคร โดยเปิดบัญชีเป็นเงิน 500 บาท มีเงื่อนไขว่าคนใดคนหนึ่งสามารถถอนเงินจากบัญชีได้ ตามคำขอเปิดบัญชีเอกสารหมาย จ.3 ต่อมาโจทก์ถูกนางทุเรียน ทองกำพร้า ผู้เป็นมารดาของจำเลยฟ้องเรียกเงินคืนโดยอ้างว่าโจทก์ได้ถอนเงินในบัญชีดังกล่าว ซึ่งเป็นเงินของนางทุเรียนไปและจำเลยเบิกความเป็นพยานฝ่ายนางทุเรียนว่าเงินในบัญชีดังกล่าวเป็นของนางทุเรียนถ้าจะเบิกเงินออกมาใช้จะต้องได้รับความยินยอมจากนางทุเรียนก่อน ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์คืนเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่นางทุเรียนตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1189/2544 ของศาลชั้นต้น คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีโจทก์มีมูลหรือไม่ เห็นว่า ในความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 นั้น ข้อความเท็จที่ได้เบิกความต่อศาลในการพิจารณาคดีจะต้องเป็นข้อสำคัญในคดีจึงจะเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จ ซึ่งหมายถึงต้องเป็นข้อสำคัญในคดีอย่างแท้จริงถึงขนาดมีผลทำให้แพ้ชนะคดีกันได้โดยอาศัยคำเบิกความอันเป็นเท็จนั้น แต่ตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 2008/2541 หมายเลขแดงที่ 1189/2544 ของศาลชั้นต้นซึ่งโจทก์ถูกนางทุเรียนฟ้องเรียกเงินคืนนั้น ศาลชั้นต้นพิพากษาให้นางทุเรียนผู้เป็นโจทก์ในคดีดังกล่าวชนะคดีโดยอาศัยพยานเอกสารในคดีเป็นสำคัญ ส่วนคำเบิกความของพยานบุคคลนั้น เพียงแต่นำมารับฟังประกอบพยานเอกสารเท่านั้น และวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักมากกว่าโดยมิได้นำคำเบิกความของจำเลยนี้ที่ว่าถ้าเบิกเงินออกมาใช้จะต้องได้รับความยินยอมจากนางทุเรียนก่อน มาเป็นข้อวินิจฉัยให้มีผลเป็นการแพ้ชนะกัน ข้อความที่จำเลยเบิกความดังกล่าวจึงไม่ใช่ข้อสำคัญในคดี ไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานเบิกความเท็จได้ ซึ่งคำพิพากษาศาลฎีกาทั้งสองคดีที่โจทก์อ้างมาในฎีกาก็สนับสนุนข้อวินิจฉัยดังกล่าว หาใช่สนับสนุนข้ออ้างของโจทก์ตามที่อ้างมาในฎีกาไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000852.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548